หลวงพ่อสอนอะไร (ตอนที่ ๑๑๕)  ป้องกันการเป็นคนเนรคุณ

วันที่ 30 มิย. พ.ศ.2561

หลวงพ่อสอนอะไร (ตอนที่ ๑๑๕) 
ป้องกันการเป็นคนเนรคุณ



         ตลอดระยะเวลา ๓๐ กว่าปีของการเข้ามาอยู่ในร่มเงาของพระพุทธศาสนา ได้มาอาศัยใบบุญของหลวงพ่อทั้งสองและคุณยายอาจารย์ โดยมีพระอาจารย์ พระพี่เลี้ยงและเพื่อนสหธรรมิก ช่วยประคับประคอง ทำให้อาตมาได้ตระหนักถึงคุณค่าของกัลยาณมิตรเป็นอย่างยิ่ง

     ในช่วงเวลาดังกล่าวอาตมาได้เห็นพระที่บวชมาก่อนได้ลาสิกขาไป  เนื่องจากมีภาระหน้าที่บ้าง โดยสุขภาพบ้าง หลายท่านแม้ลาสิกขาไปแล้วก็กลับมาแทนคุณของหลวงพ่อโดยการเป็นเจ้าภาพของวัด คอยสนับสนุนงานพระพุทธศาสนาอย่างน่าชื่นชมยกย่อง ทั้งได้นำพาญาติมิตรมาร่วมสร้างบารมี ได้ทำหน้าที่ของกัลยาณมิตรอย่างดีเยี่ยม

         ในขณะเดียวกันก็มีรุ่นพี่บางท่าน เมื่อลาสิกขาไปแล้ว ก็กลับมากล่าวร้าย โจมตีวัด ใส่ร้ายครูบาอาจารย์ ลามปามไปถึงพระผู้ใหญ่ในวัด จนทำให้ผู้ที่ขาดปัญญาในการพิจารณา พลอยหลงเชื่อและสร้างวาทกรรมตามไปด้วย

         เมื่อพบเรื่องราวอย่างนี้ อาตมาจึงได้ถือโอกาสกราบเรียนถามหลวงพ่อทัตตชีโว เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันความผิดพลาดไว้ว่า

      “หลวงพ่อครับ ทำอย่างไรจึงจะป้องกันตนเอง ไม่ให้กลายเป็นคนไม่รู้คุณคนอย่างที่รุ่นพี่บางท่านกำลังเป็นอยู่ครับ” 

         หลวงพ่อได้ให้หลักที่สำคัญไว้ว่า 

      “ลูกเอ้ย เรื่องนี้มันมีขั้นมีตอนของมันอยู่ ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นในวันสองวัน และพวกนี้มันต้องมีเชื้ออยู่แล้ว พอได้จังหวะมันเลยแสดงออกมา” 

         “ขั้นตอนมันเป็นอย่างไรครับหลวงพ่อ จะได้ระมัดระวังได้ถูกครับ” 

       หลวงพ่อได้เมตตาขยายความว่า “เบื้องต้นจะเริ่มด้วยการหลงตัวเอง มองคนรอบข้างแล้วเกิดการเปรียบเทียบ เริ่มต้นที่ ไอ้รุ่นน้องพวกนี้ ไม่เห็นจะมีใครเจ๋งเท่าเรา ต่อมาก็จะมองพวกที่บวชในรุ่นเดียวกัน ไอ้พวกนี้ก็ไม่เห็นจะมีดี ไม่มีใครเท่ากับเรา หนักข้อเข้า ก็จะมองรุ่นพี่ที่บวชมาก่อน แล้วมองว่า แม้แต่รุ่นพี่ ก็ไม่เห็นจะมีใครเอาเป็นต้นแบบได้ เราซะอีกที่ดีกว่า สุดท้ายมองไปมองมา แม้แต่อาจารย์ของเรา ก็ไม่เห็นจะเข้าท่า นี่หล่ะขั้นตอนมันมาอย่างนี้นะลูก” 

       จากหลักนี้ ทำให้อาตมาต้องคอยตรวจสอบตนเองและหมั่นพิจารณาจับดีผู้อื่นอยู่เสมอ จึงขอถือโอกาสถ่ายทอดคำสอนนี้ เพื่อเป็นข้อเตือนใจสำหรับนักสร้างบารมีทุกท่าน จะได้มีหลักเพื่อการสร้างความดีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป 

 

 

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก
อาสภกันโต ภิกขุ 
๘ มิ.ย. ๖๑ 

http://anacaricamuni.blogspot.com