ครูพระเป็นครูต้นแบบ

วันที่ 30 มค. พ.ศ.2550

      การจัดให้มีการเรียนการสอนศีลธรรมแก่เยาวชน โดยจัดให้เป็นระบบหลักสูตรในสถานศึกษา กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ได้รับการเอาใจใส่สนับสนุนให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ด้วยการเห็นความสำคัญของศีลธรรมที่จะนำพาการดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องและดีงาม แก่เยาวชนในสังคมประเทศชาติต่อไป

ทั้งนี้นับว่าสิ่งที่ดีงามได้รับการสนับสนุน โดยกระทรวงวัฒนธรรมเสนอของบจากส่วนกลางมีจำนวนกว่า 133 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนของกรมการศาสนาเพิ่มจากเดิม 10,000 รูป มาเป็น 20,000 รูป ภายใต้ข้อตกลงให้กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องพิจารณาวางแผนดำเนินการพัฒนาโครงการครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนด้วย

เนื่องจากเห็นว่า กระทรวงศึกษาธิการ มีบทบาทในการพัฒนาปรับปรุงการเรียนการสอนและมีหลักสูตรสอนศีลธรรม อีกทั้งมีบุคลากรครูที่มีเทคนิคและสื่อการสอนที่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นครูพระควรถ่ายทอดการเรียนการสอน ให้กับบุคลากรทางการศึกษาที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการทั่วประเทศ เพื่อเป็นการลดภาระและประหยัดค่าใช้จ่าย และที่สำคัญมีประโยชน์ต่อการดำเนินการสอนในระยะยาว

คือพิจารณาวางแผนดำเนินการพัฒนาโครงการครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนด้วยกัน ว่า ครูพระควรจะมอบให้ครูที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการสอนแทนได้เพราะครูสามารถจัดเนื้อหาที่เหมาะสมกับเด็กทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา และครูมีจำนวนมากตามโรงเรียนทั่วประเทศ

เนื่องจากความต้องการครูพระสอนศีลธรรมมีจำนวนถึง 50,000 รูป แต่ขณะนี้สามารถรองรับได้เพียง 20,000 รูปเท่านั้น จึงไม่เพียงพอ ดังนั้น หากมอบให้ครูของกระทรวงศึกษาธิการ สอนจะช่วยได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งต่อไปครูพระอาจจะมีบทบาทเป็นครูพระผู้ช่วยสอนเป็นครั้งคราวหรือทุกบ่ายวันศุกร์เท่านั้น โดยปรับเปลี่ยนเนื้อหาจากให้ท่องจำหลักพระพุทธศาสนาที่เด็กเข้าไม่ถึง หรือจากที่สอนเป็นภาษาบาลี ก็ควรทำให้ผู้ศึกษาจากคำแปลจนเกิดความเข้าใจในเนื้อหาได้อย่างง่ายขึ้น และนำความรู้ในพระพุทธศาสนา เพื่อมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น

ซึ่งจากจำนวนครูพระทั้ง 20,000 รูป ควรได้รับการยกย่องขึ้นให้เป็นครูต้นแบบและพัฒนาให้มีคุณภาพมากกว่าเน้นที่ปริมาณ โดยให้หันไปสนับสนุนการสอนศีลธรรมให้กับโรงเรียนสอนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ด้วย ซึ่งเป็นการศึกษานอกระบบมากขึ้น ขณะนี้กรมการศาสนาสามารถจัดตั้งได้เพียง 1,000 แห่ง หากสามารถจัดให้ครบทุกตำบลกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ดังนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ดีตามมาอีกมากด้วย ความสัมพันธ์ของเยาวชนระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน จึงเป็นส่วนที่สามารถจัดการให้สัมพันธ์เชื่อมโยงได้อย่างพร้อม ๆ กันในสังคม.