วิถีทางบรรลุความสำเร็จที่ยั่งยืน

วันที่ 19 พค. พ.ศ.2547

.....เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงหน้าที่ต่างๆ ของบุคคลในทิศทั้ง ๖ จบลงแล้ว จึงตรัสสรุปด้วยคาถาประพันธ์ว่า

มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้า
อาจารย์เป็นทิศเบื้องขวา
บุตรภรรยาเป็นทิศเบื้องหลัง
มิตรและผู้ร่วมงานเป็นทิศเบื้องซ้าย
ทาสกรรมกรเป็นทิศเบื้องต่ำ
สมณพราหมณ์เป็นทิศเบื้องบน
คฤหัสถ์ในตระกูลผู้สามารถ
พึงนอบน้อมทิศเหล่านี้


..... บัณฑิตผู้ถึงพร้อมด้วยศีล เป็นคนละเอียดมีไหวพริบ
..... มีความประพฤติอ่อนน้อม ไม่ดื้อกระด้าง ผู้เช่นนั้นย่อมได้ยศ
..... คนหมั่นไม่เกียจคร้าน ไม่หวั่นไหวในอันตรายทั้งหลาย
..... มีความประพฤติไม่ขาดสาย มีปัญญา ผู้เช่นนั้นย่อมได้ยศ
..... คนผู้รักการสงเคราะห์ แสวงหามิตรที่ดี รู้เท่าทันถ้อยคำที่เขากล่าว
..... ปราศจากความตระหนี่ เป็นผู้แนะนำ ชี้แจง ตามแนะนำ ผู้เช่นนั้นย่อมได้ยศ

.....การให้ ๑ เจรจาไพเราะ ๑ การประพฤติให้เป็นประโยชน์ ๑ ความเป็นผู้มีตนเสมอในธรรมทั้งหลายในคนนั้นๆ ตามควร ๑

..... ธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจในโลกเหล่านี้แล เป็นเหมือนเพลารถอันแล่นไปอยู่
..... หากธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวเหล่านี้ ไม่พึงมีไซร้
..... มารดาบิดาไม่พึงได้ความนับถือหรือความบูชา เพราะเหตุแห่งบุตร
..... เพราะบัณฑิตทั้งหลายพิจารณา เห็นธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวเหล่านี้โดยชอบ
..... ฉะนั้นบัณฑิตเหล่านั้น จึงถึงความเป็นใหญ่
..... และเป็นผู้อันหมู่ชนสรรเสริญทั่วหน้าดังนี้

..... คาถาประพันธ์ที่ยกมานี้มี ๓ ตอนด้วยกัน
..... คาถาประพันธ์ตอนที่ ๑ อาจสรุปประเด็นสำคัญไว้เป็น ๒ นัย คือ

..... ๑). คฤหัสถ์ผู้สามารถ หมายถึงคฤหัสถ์ที่เป็นคนดีแล้ว ย่อมมีความนอบน้อมต่อทิศ ๖ ด้วยการประพฤติปฏิบัติตนตามอริยวินัยอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ตามที่พระพุทธองค์ทรงกำหนดไว้ทุกทิศ เพื่อความสุขความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต

..... ๒). คฤหัสถ์ที่ปรารถนาจะเป็นคนดี มีความสุขความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตบ้าง ก็ถึงตั้งใจประพฤติปฏิบัติตามอริยวินัย ที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ในเรื่องทิศ ๖ ให้สมบูรณ์ครบถ้วนตามสภาพที่ตนมีหน้าที่รับผิดชอบ เช่น ผู้ที่เป็นมารดาบิดาก็ต้องปฏิบัติต่อบุตรธิดา ให้ถูกต้องตามหน้าที่ของมารดาบิดา ผู้ที่เป็นบุตรธิดา ก็ต้องปฏิบัติต่อมารดาบิดาของตนให้ถูกต้องตามหน้าที่ของบุตรธิดา เป็นต้น

..... คาถาประพันธ์ตอนที่ ๒ มีประเด็นสำคัญอยู่ ๓ ประเด็น คือ

..... ๑). บัณฑิตผู้ถึงพร้อมด้วยศีล หมายถึง คนดีมีอริยวินัย ฉลาดต่อการประพฤติปฏิบัติต่อทิศ ๖ และเป็นผู้มีคาวมคิดละเอียด คือ สุขุมลึกซึ้งด้วยเหตุผล มีวาจาหลักแหลม สุภาพ นุ่มนวลมีปฏิภาณไหวพริบในการนอบน้อมทิศทั้งหลาย อีกทั้งเป็นผู้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่แข็งกระด้าง ไม่ดื้อร้นต่อทิศ ๖ ย่อมได้ยศ คือได้บริวาร และชื่อเสียง

...... ๒). คนดีมีอริยวินัย ผู้เต็มเปี่ยมด้วยความขยันหมั่นเพียร ไม่เกียจคร้านในการทำงานต่างๆ มีความกล้าหาญ อดทน พร้อมที่จะเผชิญกับอุปสรรคปัญหาโดยไม่หวั่นกลัวอันตรายใดๆ มีความอดทนประพฤติดีอยู่เป็นนิจ กอปรด้วยปัญญาสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ สัมฤทธิผล ย่อมได้ยศ คือ ได้บริวารและชื่อเสียง

..... ๓). คนดีมีอริยวินัย ผู้รักการสงเคราะห์คนอื่น รู้จักเลือกคบแต่คนดีหรือมิตรแท้ ฉลาด รู้เท่าทันความประสงค์ของมิตรสหายที่มาหาแล้ว ช่วยเหลือเพื่อนให้สำเร็จความประสงค์นั้น โดยปราศจากความตระหนี่ ขณะเดียวกันก็มีความกล้า พอที่จะชี้แนะสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้แก่เพื่อน หรือตักเตือนแนะนำเพื่อนในเรื่องต่างๆ ในลักษณะติเพื่อก่อ ด้วยความปรารถนาดีอย่างจริงใจ ผู้ที่กระทำเช่นนี้อยู่เสมอย่อมได้ยศ คือได้บริวารและชื่อเสียง

...... ผู้ได้ยศ คือได้บริวารและชื่อเสียง ย่อมถือได้ว่า เป็นคนดีที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างงดงาม และการที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะประสบความสำเร็จ ดังกล่าวได้ ก็เพราะมีทิศ ๖ ผู้เป็นกัลยาณมิตร ลิขิตชะตาชีวิตให้

...... คาถาประพันธ์ตอนที่ ๓ เป็นการอธิบายขยายความเรื่องการสงเคราะห์ ซึ่งมีศัพท์เฉพาะว่า "สังคหวัตถุ ๔” ประกอบด้วย

..... ๑. การให้ (ทาน)
..... ๒. เจรจาไพเราะ (ปิยวาจา)
..... ๓. การประพฤติให้เป็นประโยชน์ (อัตถจริยา)
..... ๔. ความเป็นผู้มีตนเสมอในธรรมทั้งหลายตามควร (สมานัตตตา)

..... พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเรียกสังคหวัตถุ ๔ ว่า เป็นธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจคนให้อยู่รวมกัน ได้ด้วยความรักและสามัคคี ทั้งทรงเปรียบสังคหวัตถุ ๔ ว่า เป็นเสมือนเพลา หรือสลักรถที่เชื่อมล้อทั้ง ๒ ด้านไว้จึงทำให้รถแล่นไปได้ ถ้ารถปราศจากเพลาหรือสลักเสียแล้ว ย่อมแล่นไปไม่ได้ฉันใด ถ้าโลกนี้ขาดสังคหวัตถุธรรมเสียแล้ว ความเคารพนับถือกันระหว่างบุคคล ย่อมไม่เกิดขึ้นฉันนั้น เช่นบุตรธิดาก็ไม่มีความเคารพนับถือมารดา บิดา เป็นต้น

......โดยเหตุนี้ บัณฑิตทั้งหลายจึงให้ความสำคัญ ต่อการปฏิบัติสังคหวัตถุธรรมเป็นอย่างยิ่ง และบุคคลใดก็ตามที่มีอริยวินัยประพฤติปฏิบัติ สังคหวัตถุธรรมอย่างสม่ำเสมอ ย่อมได้รับการสรรเสริญจากผู้รู้ทั้งหลาย

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร