กุกกุรชาดก ชาดกว่าด้วยการสงเคราะห์ญาติ

วันที่ 22 มิย. พ.ศ.2547

นิทานชาดก

กุกกุรชาดก  ชาดกว่าด้วยการสงเคราะห์ญาติ

นิทานชาดก กุกกุรชาดก ​ชาดกว่าด้วยการสงเคราะห์ญาติ

 

นิทานชาดก

กุกกุรชาดก

ชาดกว่าด้วยการสงเคราะห์ญาติ

 

สถานที่ตรัสชาดก

.....เชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี



สาเหตุที่ตรัสชาดก

.....ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาล พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายนั่งสนทนากันอยู่ ณ เชตวันมหาวิหารถึงเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงช่วยให้พระประยูรญาติจำนวนมากได้บรรลุธรรม และในจำนวนนั้นมีพระประยูรญาติหลายพระองค์ได้มาเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา มีพระอานนท์ เป็นต้น

       พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบถึงข้อสนทนานั้น จึงตรัสว่า “ มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้นที่ตถาคตได้นำประโยชน์มาสู่หมู่ญาติ แม้ในกาลก่อน ตถาคตก็นำประโยชน์มาสู่หมู่ญาติแล้วเช่นกัน” แล้วพระองค์ได้ตรัสเล่าดังนี้

 

เนื้อหาชาดก

       ในอดีตกาล สมัยพระเจ้าพรหมทัตครองกรุงพาราณสี พระองค์โปรดการเสด็จประพาสอุทยานมาก วันหนึ่งพระองค์เสด็จประพาสอุทยานจนเวลาเย็นมากแล้วจึงเสด็จกลับ ราชบุรุษไม่สามารถลากราชรถได้ในวันนั้น จึงจอดทิ้งไว้นอกโรงรถ บังเอิญคืนวันนั้นฝนตกหนัก หนังหุ้มราชรถเมื่อถูกฝนก็อ่อนตัวลงและส่งกลิ่นเหม็นตุๆ เหล่าสุนัขในวังได้กลิ่นก็พากันมาแทะกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

       รุ่งเช้า ราชบุรุษมาเห็นหนังหุ้มราชรถอยู่ในสภาพขาดวิ่นไปทั้งคันเช่นนั้นก็ตกใจ และคิดว่าต้องเป็นสุนัขนอกวังแอบเล็ดลอดเข้ามาทางท่อน้ำอย่างแน่นอน จึงนำความไปกราบทูล พระราชาทรงกริ้วมาก มีพระราชบัญชาให้ฆ่าสุนัขทุกตัวที่พบ เว้นไว้แต่สุนัขที่เลี้ยงไว้ในวังเท่านั้น

       ในครั้งนั้น พวกสุนัขนอกวังถูกฆ่าตายมากมายราวใบไม้ร่วง ตัวไหนไม่ตายก็ต้องคอยหลบซ่อน ต้องอดอยากยากแค้นแสนสาหัส จึงพากันไปหาพญาสุนัขที่ป่าช้านอกเมืองแล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง

พญาสุนัขฟังแล้วคิดว่า ต้นเหตุของความเดือนร้อนต้องมาจากสุนัขในวังอย่างแน่นอน เพราะสุนัขภายนอกไม่อาจเล็ดลอดเข้าไปในวังซึ่งมีทหารคุ้มกันอย่างแน่นหนาได้ คิดดังนั้นแล้ว พญาสุนัขจึงระลึกถึงบุญบารมีที่ตนได้สร้างสมมาพร้อมกับอธิษฐานจิตแล้ว จึงออกเดินทางไปยังพระราชวังตลอดการเดินทางอันเร่งรีบนั้น มิได้รับอันตรายใดๆ เลย เมื่อเล็ดลอดเข้าไปในพระราชวังได้แล้ว ก็ตรงไปยังท้องพระโรงเข้าไปหมอบอยู่ใต้พระราชอาสน์ของพระเจ้าพรหมทัต

       ฝ่ายราชบุรุษ เมื่อเห็นดังนั้นต่างกรูกันเข้ามาจะจับ แต่ด้วยแรงอธิษฐานของพญาสุนัขทำให้พระเจ้าพรหมทัตทรงเมตตา ตรัสสั่งห้ามไว้ พญาสุนัขจึงออกมาจากใต้พระราชอาสน์ ถวายบังคมแล้วทูลพระราชาว่าสุนัขในวังเป็นต้นเหตุ

       พระราชาจึงให้พญาสุนัขทำการพิสูจน์ พญาสุนัขจึงขอให้ราชบุรุษนำหญ้ามาขยำกับน้ำมันเปรียงแล้วคั้นเอาแต่น้ำ นำมากรอกปากสุนัขทุกตัวในวัง สุนัขเหล่านั้นก็สำรอกเอาชิ้นส่วนของหนังหุ้มราชรถออกมาด้วยกันทั้งสิ้น

       พระเจ้าพรหมทัตทอดพระเนตรดังนั้นจึงทรงเข้าพระทัยได้ว่า พระองค์ทรงไว้วางพระทัยราชบุรุษมากเกินไป ทรงมีความลำเอียงเพราะรักและเมตตาสุนัขที่พระองค์เลี้ยงไว้จนทำให้ต้องสร้างบาปมากมาย พระองค์จึงตรัสสั่งให้เนรเทศสุนัขในวังออกไป แล้วทรงประกาศยกเลิกการเข่นฆ่าทำลายล้างชีวิตสัตว์ทั้งปวง

       ตั้งแต่นั้นมา พระเจ้าพรหมทัตและข้าราชบริพาร ต่างประพฤติธรรมตามโอวาทของพญาสุนัข ครั้นละโลกไปแล้ว ต่างได้ไปบังเกิดในสรวงสวรรค์ด้วยกันทั้งสิ้น

 

ประชุมชาดก

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประชุมชาดกว่า

พระเจ้าพรหมทัต ได้มาเป็นพระอานนท์

สุนัขที่เหลือ ได้มาเป็นพุทธบริษัททั้งหลาย

พญาสุนัข ได้มาเป็นพระองค์เอง

 

ข้อคิดจากชาดก

๑ . เมื่อเกิดเรื่องไม่ดีไม่งามขึ้นในบ้านหรือในที่ทำงาน ควรเฉลียวใจถึงบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดกับเราด้วย มิฉะนั้น เราอาจจะลงโทษผิดคนได้ โบราณจึงมีข้อเตือนใจ เช่น หนอนบ่อนไส้ เป็นต้น

๒ . ความอยุติธรรมทั้งหลาย มักเกิดจากความลำเอียง ๔ ประการคือ ลำเอียงเพราะรัก ชัง กลัว และหลง

๓ . พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงมงคลชีวิตในมงคลที่ ๑๗ ว่า การสงเคราะห์ญาติเป็นมงคลอันสูงสุด เมื่อเรามีความผาสุก หรือเมื่อต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใดๆ ญาติของเราอาจช่วยเราได้

 

 

นิทานชาดก กุกกุรชาดก ​ชาดกว่าด้วยการสงเคราะห์ญาติ

 

นิทานชาดก
กุกกุรชาดก
ชาดกว่าด้วยการสงเคราะห์ญาติ