พยาน

วันที่ 15 มิย. พ.ศ.2547

พยาน


       สองเท้าเล็กๆก้าวย่างไปข้างหน้าอย่างอ่อนล้า บ้านหลังเล็กๆโทรมที่อยู่ในตรอกลึกสุดหลังนั้น เป็นที่พักพิงแห่งเดียวที่มี เต้ย รีบเดินมาเรื่อยๆจนมาถึงหน้าบ้าน ไฟยังปิดสนิท เมื่อนึกถึงว่าไม่มีใครทำให้หัวใจห่อเหี่ยวลงกว่าเดิม เด็กชายเปิดไฟในบ้านทีละดวง มุ่งตรงไปห้องครัวเพื่อหาอะไรกิน โชคยังดีมีข้าวก้นหม้อที่แม่หุงให้กินตั้งแต่เมื่อเช้า กับน้ำพริกติดถ้วยอีกนิดหน่อย เต้ยรีบจัดการกับมันทันที

“ เต้ย นายอยู่รึเปล่า ” เสียงเจ้าแดงตะโกนเรียกอยู่หน้าบ้าน เต้ยรีบไปเปิดประตู “ อ้าว แดง เข้ามาสิ แม่เรายังไม่กลับมาเลย ” เจ้าแดงพิงรถจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์คันเก่าคร่ำคร่าๆไว้กับกำแพง รีบเดินเข้าบ้านตามหลังไป “ วันนี้เราเราจะพานายไปผจญภัยล่ะ ” เด็กชายวัยสิบขวบมองหน้าเพื่อนอย่างสงสัย

 

“ ผจญภัยที่ไหน” เต้ยถามอย่างสนใจ ว่าแล้วเจ้าแดงก็พรรณนาวิธีแยบยลเท่าที่มันจะคิดได้ เต้ยฟังแล้วต้องร้องออกมาดังๆ เพราะเจ้าเพื่อนตัวดีจะให้ไป “ ขโมย” เต้ยร้องโวยวายว่าทำไม่ได้หรอก เขากลัว และไม่เคยทำมาก่อน แต่เจ้าแดงกลับหว่านล้อมต่างๆนานาว่า ในที่สุดทนลูกยุไม่ไหว เลยตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน ดีกว่าอยู่อดๆอยากๆแบบนี้ตกดึกหลังจากแม่หลับแล้ว เต้ยออกมาหาเจ้าแดงตามที่นัดแนะ เป้าหมายคือร้านเฮียเส็งตรงปากซอย เต้ยใจเต้นตุบตับมือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก ขณะที่เจ้าแดงพยายามงัดแงะประตูหลังบ้าน เต้ยทำหน้าที่คอยระวังหลัง เมื่อมองขึ้นไปบนตึกแถวข้างๆ พลันเห็นร่างใครบางคนยืนอยู่ที่หน้าต่างมองลงมาที่เขาสองคน เต้ยตกใจสุดขีดรีบไปบอกเจ้าแดง ทั้งคู่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งหนีจากที่นั่น

 

          รุ่งเช้าเด็กสองคนรีบรุดมาปรึกษากัน ตอนนี้มีพยานรู้เห็นเหตุการณ์เสียแล้ว จะทำอย่างไรกันดี สุดท้ายเพื่อความแน่ใจ ตกลงกันว่าจะไปดูที่ตึกแถวหลังนั้นอีกครั้ง เต้ยชี้ให้ดูจุดที่มีคนเห็นบนชั้นสองริมหน้าต่าง แล้วทั้งสองก็ต้องตกใจ มีคนยืนอยู่ริมหน้าต่างจริงๆ แต่ผู้หญิงคนนั้น เป็นแค่ หุ่นจำลองเจ้าแดงหัวเราะให้กับความกลัวของเต้ย แต่เต้ยไม่ขำด้วย และบอกว่าจะไม่มีทางไปไหนกับเจ้าแดงอีกแล้ว ดีนะที่มันเป็นแค่หุ่นจำลอง ถ้าเป็นคนจริงๆจะเดือดร้อนกว่านี้ระหว่างทางเดินกลับบ้าน เต้ยนึกทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พยานคนสำคัญคือเจ้าหุ่นตัวนั้นจริงหรือ ไม่จริงเลย ไม่ว่าสิ่งดีหรือสิ่งไม่ดี ตัวเราต่างหากที่รู้อยู่แก่ใจ เป็นคนเดียวที่ตำหนิตัวเองได้ตลอดเวลา ต่อให้ใครมาด่า... คงไม่เท่าเสียงด่าจากใจเรา

 

... เพราะพยานปากสำคัญ คือ ตัวของเราเอง ...

 

อุบลเขียว