ที่สุดความดี…ที่สุดธรรม

วันที่ 24 กค. พ.ศ.2547

ที่สุดความดี…ที่สุดธรรม


           ผมถือคำสั่งคำสอนของครูบาอาจารย์ที่ว่า จะไปที่สุดของธรรมฝ่ายดีได้ ก็ต้องละซึ่งบาปอกุศลกรรมสิบอย่างให้ได้อย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นบาปที่เนื่องจากกายหรือที่เรียกว่า การกระทำทางกาย ไม่ว่าจะยิงนกตกปลา ฆ่ามดบี้แมลง ถ้าทำให้ชีวิตตกล่วงปลงชีวิตก็เรียกว่ายังไม่ได้ แม้การลักขโมยหรือประพฤติผิดในกาม ก็เป็นข้อวินิจฉัยในเรื่องกรรมทางกาย ที่เราต้องตั้งใจไม่ล่วงละเมิดและทำให้จงได้

 

          ผ่านไปสามนับตามไปอีกสี่ เป็นเรื่องเกี่ยวกับวาจา คำพูด เป็นกรรมทางวาจา พูดเท็จ วาจาส่อเสียด พูดคำหยาบ และพูดเพ้อเจ้อ ละวางได้นับว่าเดินทางไปกว่าค่อนทาง เพราะมีกรรมอันเนื่องจากใจที่เราต้องละเว้นอีกเพียงสามอย่างคือ การเพ่งเล็งอยากได้ของเขา คิดร้ายผู้อื่น และเห็นผิดจากธรรมนองคลองธรรม ทั้งหมดนี้เรียกว่าเรากำลังละวางเรื่องอกุศลกรรมบทสิบ ซึ่งเป็นทางอกุศล ทางแห่งความชั่วที่จะนำเราไปสู่ความเสื่อม และทุคติ หากเราละวางไม่สำเร็จ ก็จะเป็นเช่นนั้น แต่ถ้าหากเราทำได้สำเร็จ ก็เรียกได้ว่าเราเดินมาสู่ที่สุดของความดีเท่านั้นยังไม่พอ ถ้าจะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมฝ่ายดีได้ จะต้องถึงพร้อมด้วยที่สุดของบารมีธรรม ด้วยมีสิบอย่างเหมือนกันครับ

 

           เริ่มจากจุดเริ่มต้นของความดีคือ ทาน การให้ การเสียสละ การรักษากาย วาจา ใจ ให้เรียบร้อยด้วยศีล การปลีกตัวหลีกเร้นจากกาม ด้วยการถือเนกขัมมะ ปัญญาที่รู้รอบ เข้าใจสภาวะของสิ่งทั้งหลายทั้งปวงตามความเป็นจริง ความเพียรวิริยะบารมีที่ต้องไม่ทิ้งหน้าที่ ทั้งยังต้องยึดอดทนที่เรียกว่า บารมีขันติ ความจริง ความตั้งใจมั่น และคิดเกื้อกูล เป็นการบำเพ็ญบารมีเรียกว่า สัจจะ อธิษฐาน และเมตตาบารมี ไปพร้อมๆกัน ที่สุดแห่งบารมีในข้อที่สิบนั้น ท่านว่าต้องวางใจเป็นกลางไม่เอนเอียง ไม่ยินดี ยินร้าย ชอบหรือชัง ที่เรียกว่า อุเบกขาบารมี ครบถ้วนพอดีครับสำหรับความดีที่บำเพ็ญอย่างพิเศษ เพื่อบรรลุถึงจุดหมายตามรอยบาทพระศาสดาและความเป็นมหาสาวกแห่งพระพุทธองค์ ละบาปอกุศลในขณะที่บำเพ็ญและดำรงตนในทางดี หรือบารมีอย่างยิ่งยอด ที่สุดแห่งธรรมฝ่ายดีจะเป็นที่สุดท้ายที่คนดีได้ตั้งใจและทำได้สำเร็จ.

 

นายตั้ม

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร