
มีผลทุกการกระทำ
ปัจจุบันจะได้ยินนักวิชาการพุทธศาสนาทั้งพระและฆารวาส ชอบพูดกันจังว่า "ทำบุญอย่าไปหวังผล" เจตนาอาจจะเพื่อไม่ให้หมกมุ่นในผลบุญ ว่าเมื่อไหร่ผลของการกระทำนั้นจะเกิดขึ้น แบบทำปุ๊บอยากให้ผลเกิดขึ้นปั๊บ ทำให้เกิดความคาดหวังนำพาไปสู่การผิดหวังในการทำบุญได้ (ความจริงแทั้งบุญและบาป ต้องใช้เวลาโดยมีเจตนาเป็นตัวกำกับ)
ประโยคที่ว่า "อย่าไปหวังผล" แล้วไม่อธิบายขยายความต่อ อาจเป็นต้นตอทำให้เกิดความตระหนี่หวงแหนในทรัพย์ได้ เลยเถิดไปถึงไม่ทำบุญ ไม่เชื่อในผลบุญและผลบาป เข้าข่ายเป็นมิจฉาทิฏฐิซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งกับชีวิตในสังสารวัฏได้
ความจริงที่ควรรู้ คือ อริยสัจ 4 ว่าด้วยเหตุและผล ต้นเหตุและการดับเหตุ เป็นกฎการกระทำ หลักวิชชาที่สำคัญของกฎแห่งกรรม
การกระทำใดๆไม่ส่งผลไม่มี ! เด็ดดอกไม้ยังสะเทือนถึงดวงดาว ผีเสื้อกระพือปีกทวีปหนึ่งยังเกิดพายุในอีกทวีปหนึ่งได้ ฉันใด การทำบุญแล้วไม่เกิดผลไม่มี ฉันนั้น
สิ่งที่ต้องหวัง จากทำบุญ คือการเพิ่มเจตนาจากความปลื้มใจที่ได้ทำบุญ ด้วยการ อธิษฐานจิต สร้างผังสำเร็จให้กับชีวิตให้มีความสุข มีความสำเร็จ ยิ่งๆขึ้นไป อะไรที่ขาดตกบกพร่องในชาตินี้ก็ขอให้สมบูรณ์ สิ่งใดที่สมบูรณ์อยู่แล้วก็ให้เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ยิ่งๆขึ้นไป.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้หลักปฏิบัติภายใต้กฎแห่งกรรม กฎของการกระทำไว้ว่า
สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย : การสั่งสมบุญ นำสุขมาให้
สวัสดี/เจริญพร
มนวีโร ภิกฺขุ
1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2569
ณ อาศรมปริวาส คลองสาม ปทุมธานี
#ธรรมะริมทางไปที่สุดแห่งธรรม
กด love ที่ใจ กด like ที่จอ
ไม่พอ เพิ่มที่ Comment
ไม่เป็น ก็ไลน์ มา ID : manaweero
อายุ วัณโณ สุขัง พลัง
ขอให้ผู้อ่าน มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีกำลัง ไขมันส่วนเกินไม่มี มีแต่ไขมันดีๆ นั่ง นอน เดิน ยืน สะดวกสบาย กินง่าย ขับถ่ายคล่อง กินอะไรก็อร่อย ธรรมะ องค์พระสว่างไสว หล่อ สวย รวยเป็นมหาเศรษฐีกันทุกคนนะ.