มุทิตาสักการะ

วันที่ 27 ธค. พ.ศ.2548

        จากที่พระพุทธศาสนานั้นเป็นศาสนาประจำชาติไทยมาแต่โบราณกาล อีกทั้งพระมหากษัตริย์ไทยทุก ๆ พระองค์ ทรงเป็นพุทธมามกะและเอกอัครศาสนูปถัมภก ทรงทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มั่นคงอยู่คู่กับชาติไทยตลอดมาการสถาปนาเลื่อนและแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็นราชประเพณีมาแต่โบราณกาล เป็นราชสักการะที่พระมหากษัตริย์องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก พระราชทานแด่พระมหาเถรานุเถระ ผู้ทรงคุณงามความดี บำเพ็ญหิตานุหิตประโยชน์แก่สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นผู้สมควรได้รับยกย่องสรรเสริญให้ดำรงสมณฐานันดรตามสมควรแก่ฐานานุรูป เป็นการประกาศเกียรติคุณของพระมหาเถรานุเถระรูปนั้น ๆ ให้ปรากฏแก่สาธุชนทั้งหลาย

       ในมหามงคลสมัย วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2548 นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ ให้พระเดชพระคุณพระธรรมสิทธิเวที กรรมการมหาเถรสมาคม, เจ้าคณะภาค 12 , เลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ ในราชทินนามที่ “พระพรหมสุธี ศีลาจารโสภ วิมลปัญญาโสภิต วรกิจจานุกิจประยุต วิสุทธิ์ศาสนวราทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี”นับเป็นเกียรติประวัติอันสูง ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ เป็นเหตุนำความปลาบปลื้มโสมนัสมาสู่คณะศิษยานุศิษย์ ตลอดถึงสาธุชนทั้งหลายหาที่สุดมิได้

 

พระพรหมสุธี

ชื่อ พระพรหมสุธี ฉายา ปญฺญาวชิโร อายุ ๔๘ พรรษา ๒๘ วิทยฐานะ น.ธ.เอก,ป.ธ.๖,พธ.บ.,M.A.(สังคมวิทยา)

วัดสระเกศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

นามเดิม ชื่อ เสนาะ นามสกุล ฝังมุข เกิด วันพฤหัสบดี ที่ ๗ กุมภาพันธ์

พ.ศ. ๒๕๐๐

ณ บ้านเลขที่ ๒๖ หมู่ที่ ๔ ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บิดา นายถนอม มารดา นางกระแส มีพี่น้อง ๖ คน

บรรพชา พ.ศ.๒๕๑๒ ณ วัดบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พระอุปัชฌาย์ พระญาณรังษี วัดชุมพลนิกายาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อุปสมบท พ.ศ. ๒๕๒๑ วัดสระเกศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

พระอุปัชฌาย์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร

หน้าที่การงาน ๑. เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง

๒. เป็นเลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก

๓. เป็นเลขานุการรองแม่กองงานพระธรรมทูต

๔. เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบาลีอบรมศึกษามหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย

๕.เป็นเจ้าคณะภาค ๑๒

๖. เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม

ฯลฯ

สมณศักดิ์

๑๑ ม.ค. ๒๕๓๐ เป็นพระครูปลัดสุวัฒนพรหมคุณ ในพระพรหมคุณาภรณ์

๕ ธ.ค. ๒๕๓๐ เป็นพระปัญญาวชิราภรณ์

๑๒ ส.ค. ๒๕๓๕ เป็นพระราชสิทธิมงคล

๕ ธ.ค. ๒๕๔๐ เป็นพระเทพโสภณ

๕ ธ.ค. ๒๕๔๓ เป็นพระธรรมสิทธิเวที

๕ ธ.ค. ๒๕๔๘ เป็นพระพรหมสุธี

 

        พร้อมยิ่งด้วยความรู้ ความสามารถ ความงดงามแห่งสมณสารูป เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้ได้พบและได้กล่าวถึงพระเดชพระคุณท่านในวาระนี้ส่วนหนึ่งไว้ว่า ..พระเดชพระคุณพระพรหมสุธี เป็นพระเถระที่เป็นกำลังของวัดสระเกศ รับสนองงานของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นที่เรียบร้อยดีงาม ถูกอัธยาศัยมาโดยตลอด เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในพิธีการและบริหารน้อยใหญ่ทั้งงานคณะสงฆ์ ส่วนเจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค ที่สำคัญมากคือเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม จังหวัดฉะเชิงเทรา ในระหว่างความไม่สงบเรียบร้อย ได้ใช้กุศโลบายบริหารจัดการทุกอย่างได้อย่างสงบเรียบร้อยอย่างอัศจรรย์ พร้อมกับกิจการอื่น ๆ อีกเป็นอเนกประการ ช่วยภารกิจฝ่ายพุทธจักรและภารกิจฝ่ายอาณาจักร ในนามของเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นอย่างดี รับภาระดูแลถาวรวัตถุที่สำคัญของวัดของแผ่นดินไทย คือ พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) ช่วยจัดการปฏิสังขรณ์ ตกแต่งซ่อมแซม ปรับปรุงและบำรุงรักษาเสนาสนะสงฆ์ ตลอดทั้งผลประโยชน์ของวัด เพื่อให้คงทนถาวรเจริญรุ่งเรืองเป็นศรีสง่าแก่วัด แก่พระบวรพุทธศาสนาตลอดไป

       พระเดชพระคุณพระพรหมสุธี ได้รับภารธุระพระพุทธศาสนาด้วยความอุตสาหะด้วยความเสียสละ เป็นประโยชน์เกื้อกูลบูชาพระคุณและสนองพระคุณวัดเป็นอย่างดียิ่งรูปหนึ่ง การที่ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ (รองสมเด็จพระราชาคณะ) ในครั้งนี้ ยังความปลาบปลื้มยินดีเป็นอย่างยิ่งแก่คณะสงฆ์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย เป็นอย่างยิ่ง ด้วยต่างซาบซึ้งระลึกถึงอุปการคุณ

        เนื่องด้วยในวาระนี้ขอน้อมตั้งกัลยาณจิต อาราธนาอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย อำนวยพรถวายแด่พระเดชพระคุณพระพรหมสุธี ให้เจริญรุ่งเรืองงอกงามไพบูลย์ในพระพุทธศาสนา ปราศจากสรรพ-โรคาพาธอุปัทวันตรายทั้งปวง สมบูรณ์ด้วยคุณสารสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลยิ่ง ๆ ขึ้นไป ตลอดนิตยกาล เทอญ.