เข้ม เปลี่ยนขาเมาเป็นขาเม้าท์

วันที่ 19 ธค. พ.ศ.2548

     

     นายกรัฐมนตรี เน้นร้านเหล้า ผับ ใกล้สถานศึกษาเปลี่ยนจากขายเหล้าเป็นขายอาหาร ให้พวกขาเม้าท์แทนขาเมา สั่งเจ้าหน้าที่เอาจริงกับการขายเหล้า-บุหรี่ ให้เด็กต่ำกว่า 18 ปี แต่ให้ทำเป็นขั้นตอนเริ่มจากพูดคุยขอความร่วมมือก่อนถึงขั้นเด็ดขาด ห้ามตำรวจใช้วิธีล่อซื้อกรณีขายเหล้า-บุหรี่ให้เด็ก รวมทั้งกวดขันเรื่องมลภาวะทางเสียงจากรถยนต์เปลี่ยนท่อไอเสียและการแข่งขันรถ ซึ่งมีการพนันเป็นผู้หญิงซ้อนท้าย ด้าน "สุดารัตน์" เผยวิจัยพบพนักงานสถานบันเทิงเกือบครึ่งมีประสิทธิภาพการได้ยินลดลง

     พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการดำเนินงานสนองกระแสพระราชดำรัสเรื่องการควบคุมการบริโภคบุหรี่ สุรา และเสียงดังเกินมาตรฐานในเยาวชนให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ผู้บังคับการตำรวจ ผู้กำกับการตำรวจนครบาล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สรรพสามิตจังหวัด ผู้อำนวยการเขตกรุงเทพฯ และสำนักอนามัยกรุงเทพฯ

     โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองและย่อมมีลูกหลาน ขอให้คิดว่าเด็กทุกคนเหมือนลูกหลานของตัวเอง ต้องช่วยกันทำสังคมให้ดีเพื่อเด็กจะได้เติบโตในสังคมดีมีคุณภาพ เพื่อรับผิดชอบบ้านเมืองต่อไป ผู้ใหญ่ที่ทำมาหากินมีหน้าที่ต้องดูแลเด็กด้วย ไม่ใช่คิดฉกฉวยเอาประโยชน์กับเด็ก ดังนั้น ต้องช่วยกันยับยั้งสิ่งที่เห็นว่าจะชักจูงให้เด็กไปในทางที่ผิด และอย่าไปนั่งศึกษาเรื่องกฎหมายเพื่อจะตีความว่าเป็นแค่สีเทา ๆ และไม่เกี่ยวกับตัวเอง ผู้บังคับใช้กฎหมายต้องดูว่าอะไรที่จะทำให้เด็กแย่ก็เข้าไปดูและบังคับใช้กฎหมายถ้าหน่วยงานตัวเองไม่มีก็ต้องใช้กฎหมายจากกระทรวงอื่นแทนพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีหลายเรื่องที่ส่งเสริมให้เด็กแย่ ทั้งบุหรี่ สุรา และมลภาวะทางเสียงแล้ว อยากให้มองไปถึงเรื่องร้านเกม และสิ่งที่มอมเมาให้เด็กใช้จ่ายเกินตัว นำไปสู่การค้าประเวณี สำหรับมลภาวะทางหูนั้นถ้าผู้ประกอบการเปิดเพลงดัง 90 เดซิเบลเหมือน ๆ กันเด็กก็มันส์ได้ ขณะนี้ทุกคนก็มักจะโวยไว้ก่อน ขอให้ใจเย็นลองอธิบายให้เกิดความเข้าใจถ้าทำเหมือนกันทุกแห่งถ้าจะเจ๊งก็ให้รู้กันไป นอกจากนี้มลภาวะทางหูต้องฝากเมืองใหญ่ ๆ ด้วยว่ารถยนต์ที่ทำท่อไอเสียดัง ๆ เป็นอันตรายอีกรูปแบบหนึ่ง เรื่องการแข่งขันรถกันก็อย่าให้มี

     "บางคนแข่งกันเอาผู้หญิงซ้อนท้ายแล้วแข่งกัน ใครชนะบางทีกินแม้กระทั่งหมดรถเลยนะพนันกัน บางทีไม่ถึงก็มีสวิงกิ้งกัน เป็นอะไรที่ทุเรศมาก ไม่เคยเห็น นี่ผมถามเด็ก ๆ เขามาเป็นสิ่งที่น่าเกลียดมาก เสียงดังของโรงงานและรถก็ฝากให้ดูด้วย" นายกรัฐมนตรี กล่าวพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า ปี 2546 ที่ไม่ค่อยได้กวดขันเรื่องเหล้าและบุหรี่เพราะไปปราบปรามยาเสพติดกันอย่างหนัก ทำให้เด็กหันมาพึ่งเหล้าและบุหรี่แทนยาเสพติด ก็จะขอมอบหมายให้หน่วยงานเกี่ยวข้องจัดโปรแกรมหรือค่ายให้เด็กเล็กได้เข้าบำบัดเลิกเหล้า-บุหรี่ เหมือนกับการเลิกยาเสพติด หากต้องการงบประมาณพิเศษให้ทำเรื่องขอมา เจ้าหน้าที่ต้องถือว่าเด็กติดเหล้า-บุหรี่เป็นผู้ป่วย การดำเนินงานเรื่องการขายเหล้า-บุหรี่ ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ขอให้ทำอย่างเป็นขั้นตอนด้วยการสร้างความเข้าใจ พูดขอความร่วมมือก่อนจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ขอร้องว่าอย่าใช้วิธีที่รุนแรงทันที

     "ทุกอย่างขอให้เพิ่มน้ำหนักทีละขั้น ค่อย ๆ ไป ตอนแรกในพื้นที่ต้องเรียกมาคุยก่อน ขอนะอย่าเลยอย่าขายให้เด็ก อย่าให้เป็นการ์ตูนแล้วกัน สมัยก่อนการ์ตูนเขียนว่าผู้ใหญ่ใช้เด็กซื้อเหล้า สมัยนี้เด็กจะใช้ผู้ใหญ่ไปซื้อเหล้าแล้ว อย่าให้เป็นอย่างนี้ขอให้ช่วยกันหน่อย ส่วนเรื่องสถานศึกษาที่ว่าใกล้สถานศึกษาไม่ให้ขายเหล้านั้น ผมคงเน้นเรื่องของการเปิดผับเปิดร้านอาหารที่ขายเหล้าที่ขาเม้าท์กับขาเมาไปนั่งเจอกัน พวกนี้อยากจะขอให้เขาช่วยเปลี่ยนเป็นร้านอาหารธรรมดา ขายเฉพาะขาเม้าท์อย่าขายขาเมา จะนั่งเม้าท์กันดื่มน้ำชา กาแฟ น้ำอัดลม กันไปแล้วก็ลด ๆ ลงหน่อยน้ำเมา ไม่อย่างนั้นเด็กจะถูกมอมเมา เราคงรู้กันว่าคนหนุ่ม ๆ พูดกันอย่างไรเวลาจีบผู้หญิง หนุ่ม ๆ ไม่กล้าก็จะใช้เหล้ามอมผู้หญิง อย่างนี้มีทุกยุคสมัย เป็นสิ่งอันตราย สรุปแล้วขอว่าให้เอาจริงเอาจังแต่ว่าอย่าใช้ความรุนแรง แล้วก็ความเซียนของตำรวจเรื่องล่อซื้อ กรุณาอย่าใช้กับกรณีนี้ เราล่อซื้อยาเสพติดทำได้ เพราะเป็นสิ่งอันตราย แต่ล่อซื้อเหล้าโดยเอาเด็กต่ำกว่าอายุ 18 ปี ไปซื้อเหล้าอย่าทำ ขอให้เป็นธรรมชาติอย่าได้ล่อซื้อ ธรรมชาติที่ว่าเขาไม่เชื่อฟังขายให้เด็ก เพราะไม่ใช่คดีที่ร้ายแรง เป็นผิดเพราะเราออกบัญญัติว่าผิด ไม่ใช่ความชั่วร้ายในตัวมันเอง" นายกรัฐมนตรี กล่าวพ.ต.ท.ทักษิณ ยังย้ำเรื่องการจำหน่ายน้ำแข็งใสให้เด็กเล็ก ๆ แล้วผสมเหล้าให้เด็กติดไปซื้ออีก ขอให้ช่วยดูด้วย มีอยู่ตามชุมชน ต้องสอนสายตรวจตื่นตัวดูเรื่องนี้ด้วย สำหรับการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะขอให้เอาจริงเอาจังด้วย เพื่อจะให้เบาบางลง ต่อไปรัฐบาลจะเริ่มนโนบายภาพกว้างไม่ว่าจะเป็นนโยบายภาษี หรือการผลิตก็ดี เพื่อให้สังคมเป็นสังคมที่พัฒนาก้าวหน้ามากขึ้น นอกจากนี้ฝากผู้ว่าราชการจังหวัดให้ทำคาราวานแก้จนด้วย เพราะหากคนในครอบครัวที่เป็นผู้นำติดอบายมุข คงไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนได้

     ด้านนางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2546 คนไทยสูบบุหรี่ร้อยละ 21.6 ดื่มสุราประมาณ 19 ล้านคน หรือร้อยละ 35.5 ของประชากรที่มีอายุ 11 ปีขึ้นไป ผู้หญิงมีแนวโน้มดื่มสุรามากขึ้น และเยาวชนอายุ 15-24 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่ร้อยละ 15 ดื่มสุราร้อยละ 29 ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 และ 3 รองจากวัยกลางคน โดยเริ่มสูบบุหรี่เมื่ออายุเฉลี่ย 18 ปี และสูบวันละ 10 มวน ปัญหาที่น่าห่วง ซึ่งเป็นผลพวงจากการดื่มสุรา โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลใหญ่ ๆ จะเกิดปัญหาอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 มากกว่าร้อยละ 50 ผู้ที่มีแอลกอฮอลในระดับ 50-70 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์จะเสี่ยงตายจากอุบัติเหตุมากกว่าคนไม่ดื่ม 6-17 เท่าตัว หากเมามากกว่านี้ความเสี่ยงก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 300 เท่าตัว ในปี 2546 สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจประมาณ 200,000 ล้านบาท สูงกว่าประเทศอื่น 2-3 เท่าตัว และประมาณอีก 1 ใน 3 ของคนเมาสุรา ยังได้ก่อเหตุความรุนแรงในครอบครัวและผู้อื่นอีกด้วย

     ส่วนปัญหาด้านมลพิษของเสียง จากการวิจัยของกระทรวงสาธารณสุข ด้านความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อสุขภาพพนักงานในสถานบันเทิงประเภทดิสโก้เธค ใน กทม.และในเมืองใหญ่ 9 แห่ง ได้แก่ ชลบุรี หาดใหญ่ ปทุมธานี ราชบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น พิษณุโลก นครราชสีมา และสุราษฎร์ธานี ผลปรากฏว่าระดับเสียงดังอยู่ระหว่าง 90-120 เดซิเบล และสูงสุดที่ 148 เดซิเบล จากการตรวจพนักงาน 370 คน พบว่า 126 คนมีประสิทธิภาพการได้ยินลดลง ซึ่งจะนำไปสู่โรคประสาทหูเสื่อมชนิดถาวรทั้งนี้ในการอภิปรายเรื่อง "นโยบายและแนวทางในการดำเนินงานเพื่อสนองกระแสพระราชดำรัสของหน่วยงานต่าง ๆ" พล.ต.ต.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการสำนักแผนและงบประมาณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวว่า การดำเนินงานของตำรวจหลังมีกระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม เราได้รวบรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้วทำหนังสือส่งถึงกองบังคับการตำรวจภูธรภาค 1-9 กองบัญชาการตำรวจทุกแห่ง ให้ดำเนินการตามมาตรการ 3 ขั้นตอนโดยเร่งด่วน ให้กวดขันจับกุมผู้ประกอบการร้านค้าที่ขายเหล้า-บุหรี่ ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี อย่างเข้มงวด ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ปกครองพ่อแม่ที่บังคับใช้เด็กไปซื้อเหล้า-บุหรี่ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก หากผู้ประกอบการทำผิดและตำรวจจับกุมแล้วยังทำผิดซ้ำ ก็ให้ท้องที่นำเสนอผู้บังคับบัญชาเสนอปิดสถานบริการนั้น

    ด้าน ดร.จรวยพร ธรณินทร์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ในปี 2547 มีเด็กยอมรับว่าสูบบุหรี่และดื่มเหล้าถึง 110,000 คน การแก้ปัญหาด้วยวิธีบูรณาการหลายฝ่ายถูกทางที่สุด ไม่ควรฝากความหวังไว้ที่ครู ซึ่งมีภาระมากอยู่แล้วเพียงฝ่ายเดียว


ที่มาและภาพประกอบจาก
ผู้จัดการออนไลน์ วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2547

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร