“การพนันแห่งชาติ”หน้ากากหรือฉากใหม่

วันที่ 01 พค. พ.ศ.2548

.....เรามาร่วมพลิกหน้าดินการพนันแห่งชาติ " หวย บอล บ่อน" ถูกกฎหมาย ว่ามีผลกระทบทางสังคมและวัฒนธรรม กับระบบการศึกษาอย่างไร และการพนันถูกกฎหมาย เป็นหน้ากากหรือฉากใหม่ของสังคมไทยในอนาคต หลังจากที่กระแสเหล้าเบียร์ที่เพิ่งซาไปไม่นาน จนเลื่อนการพิจารณาไปแล้วนั้น กระแสใหม่ที่เข้ามาคือ กาสิโน เมื่อคนไทยหลายจำพวก โดยเฉพาะกลุ่มที่นิยมการพนัน กำลังตื่นเต้นไปกับการเปิดบ่อนกาสิโนแห่งใหม่ของสิงคโปร์ถึง ๒ แห่ง คือที่อ่าวมารีน่าเบย์ และเกาะเซนโตซ่า ทั้งๆ ที่สิงคโปร์ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตนิดเดียว

ค่านิยมเห่อเหิมตามกระแสต่างชาติเป็นที่ชื่นชอบของคนไทยอยู่แล้ว ต่างชาติว่าอะไรดี สิ่งนั้นต้องดีแน่ อะไรที่ Made in Thailand แท้ๆ มักขายไม่ค่อยออก ต้องใส่แบรนด์เนมเมืองนอกดูมีภาษีหน่อย ย้อนกลับมาพิจารณาเรื่องหลักการกันบ้าง กระแส กาสิโน ในเมืองไทยก่อให้เกิดความคิดเห็นแตกแยกเป็นสองขั้วใหญ่ๆ จากการสำรวจโพลล์ทั้งหลายที่ตั้งกระทู้ถามให้เข้าไปแสดงความคิดเห็น ปรากฎว่า ทุกโพลล์ขณะนี้ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยยังมีคะแนนนำอยู่ประมาณ ๒๐% จากทุกค่าย

ฝ่ายที่เห็นด้วยกับการเปิดบ่อนเสรีให้นิยามไว้ว่า " หวยบนดิน บอลถูกกฎหมาย บ่อนเสรี" เป็นวาทกรรมในยุคแห่งรัฐ taksinomism ที่ได้เสนอภาพให้สังคมเข้าใจว่า "หวย บอล บ่อน" การพนันเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่ผูกพันอยู่กับวิถีชีวิตไทยมาอย่างช้านาน คนไทยกว่าร้อยละ 70 ที่เป็นผู้ใหญ่เล่นการพนันเป็นประจำ และภายใต้กิจกรรมการพนันเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เพื่อความสนุกสนานผ่อนคลายแล้ว ยังเป็นช่องทางขยายรายได้ ซึ่งจะมีเงินหมุนเวียนในตลาดพนันในแต่ละวันอย่างมหาศาล และด้วยเงินสะพัดเช่นนี้ รัฐจึงเห็นควรที่จะเข้าไปรับผิดชอบต่อการจัดระเบียบการพนันให้เป็นเรื่องถูกต้องชอบธรรม

การมองเห็นโอกาสที่รัฐจะเข้าไปจัดการและแปลง "ระบบการพนันผิดกฎหมาย" ไปสู่ " การพนันที่ถูกกฎหมาย" โดยถือว่านี่คือการจัดระเบียบใหม่ทั้งในแง่การเมืองการปกครอง และการจัดการทางเศรษฐกิจ ที่คาดว่า เมื่อทำแล้วจะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่างๆ เช่นว่า จะไปล้มล้างระบบมาเฟีย อำนาจมืด เป็นต้น ซึ่งประโยคท้ายๆ เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นเท่านั้น ยังไม่มีตัวอย่างประกอบเป็นรูปธรรมชัดเจนแต่อย่างใด

ใครที่เคยนิยมว่ามาเก๊า ฮ่องกง เป็นดังลาสเวกัสของเอเซีย และชื่นชมว่าเงินประเทศเขาสะพัดปีละหลายหมื่นล้าน หากมองด้านเดียวพบแต่เรื่องดีแน่นอน เพราะมีแต่เรื่องเงิน เงิน แล้วก็เงิน แต่หากจะมองด้านอื่นอีกแปดด้าน สิบด้านแล้วจะพบแต่เรื่องเสียทั้งนั้น เพราะเงินที่ได้มาเป็นเงินร้อน คนที่รวยด้วยเงินร้อน จะหมดไปกับเรื่องร้อนๆ เก็บรักษาไว้ไม่ได้ เพราะมันเป็นสมบัติปนวิบัติ ได้เร็วหมดเร็ว นำความเดือดร้อนมาสู่เจ้าของ ถ้าคิดแต่จะได้เงินเพียงอย่างเดียว โดยไม่คิดให้ครบวงจร เห็นทีจะพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่

ใครว่าการพนันถูกกฎหมายจะล้มล้างระบบมาเฟียขอให้ทบทวนอีกครั้ง สังเกตได้ง่ายๆ จากชีวิตประจำวันของเรา เช่นการดูหนัง หนังฮ่องกงส่วนใหญ่ที่เข้ามาฉายในบ้านเรา ย้อนไปตั้งแต่ยี่สิบปีที่แล้วเรื่องเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ มาจนถึงเรื่อง 2 คนเฉือนคม ในสมัยนี้ สะท้อนถึงชีวิตความเป็นอยู่ส่วนใหญ่ของคนที่เล่นการพนันกับระบบมาเฟียทั้งนั้น สองสิ่งนี้แยกจากกันไม่ออก เพราะเมื่อมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง อิทธิพลจะตามมา สุดท้ายมีแต่ฆ่ากันตายทั้งเรื่อง หรือใครจะบอกว่าหนังละครเหล่านั้นเขาจำลองมาจากเรื่องสมมติ ไม่มีอยู่จริงก็คงไม่ใช่

เพราะหนังละครนี่แหละ ที่สะท้อนรากเหง้าของสภาพสังคมอย่างแท้จริง

จะเห็นได้ว่า มาตรการที่รัฐเสนอ แท้ที่จริงแล้วนั่นคือทางออกที่ไม่ถูกต้องนักและขัดต่อศีลธรรมจรรยา ดังนั้นแนวทางที่ดูน่าชอบธรรมยิ่งขึ้น คือ การพลิกความเป็นอบายมุขให้เป็นอนุบุญ (บุญเล็กๆ) เพื่อให้เห็นว่า การเล่นหวย เล่นพนัน ผลที่ได้ประโยชน์มิใช่แค่เพียงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือรัฐเท่านั้น แต่เป็นประโยชน์เพื่อ "มวลชน" ที่รัฐจะจัดสรรคืนกลับสู่สังคมในรูปแบบของการ " ปันรายได้พนันไปเป็นทุนการศึกษา"

อย่างไรก็ตาม ประชาชนจะรู้และเข้าใจหรือไม่ว่า เบื้องหลังนั้นคืออะไร

จะรู้หรือไม่ว่าอัตราการฆ่าตายตัว และการถูกฆ่ารายวันจากการเป็นหนี้พนันที่พุ่งสูงขึ้นทุกวัน และไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลง เช่นเดียวกับอัตราการหย่าร้าง ครอบครัวแตกแยก ความรุนแรง อาชญากรรม ที่นับว่าจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ สอบสวนสาเหตุแล้วพบว่า ความลุ่มหลงการพนันเป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญ

หรือแม้แต่จะรู้บ้างไหมว่า เมืองไทยมีพื้นที่ชั่วมากกว่าพื้นที่ดีถึงสิบเท่า เด็กๆ ต้องอยู่ท่ามกลางแหล่งมั่วสุ่ม โต๊ะบอล ซึ่งมีกระจายอยู่ในทุกภาคจนคุ้นกับการเสี่ยงรายวัน

ผลกระทบจากมาตรการพนันถูกกฎหมายได้กลายเป็นประตูที่เปิดพื้นที่ "ความชั่ว" ให้แพร่กระจายออกไป โดยไม่แม้แต่จะพิจารณาว่าที่สุดแล้ว มันจะผิดชอบชั่วดี หรือบาป บุญ คุณ โทษ อย่างไร เมื่อ "กงจักร" ถูกทำให้เห็นเป็น "ดอกบัว" เสียแล้ว ย่อมก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผลกระทบต่อการศึกษา อนาคตของชาติ สู่ทางออก เราคงไม่ปฏิเสธว่า ข้อมูล ข่าวสาร หรือทุกอย่างที่ผ่านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ล้วนแต่เป็นกระบวนการขัดเกลาทางสังคม (socialization) ทั้งสิ้น คำพูดและพฤติกรรมที่แสดงออกล้วนเป็นตัวแบบสำหรับการเรียนรู้ของเยาวชน และการที่รัฐอ้างว่า "การพนันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำให้หมดไปได้ในสังคม จึงต้องมีการจัดระเบียบ" ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปในอนาคตสิ่งผิดกฎหมายต่าง ๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่นยาเสพติด ก็อาจจะทำให้ถูกกฎหมายเช่นเดียวกัน โดยอาจจะถูกอ้างด้วยว่า เพื่อจัดระเบียบผู้เสพผู้ค้า และเพื่อกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนเงินตราในระบบเศรษฐกิจ

หากเป็นเช่นนั้นแล้ว อีกหน่อยเราคงได้ยินใครต่อใครพูดเรื่องการพนันเป็นเรื่องธรรมดา เสียงเด็กๆ คงเป็นไปทำนองว่า "พ่อๆ ขอตังค์ไปแทงบอล" "ครูๆ หวยงวดนี้ออกอะไร" ครูวันนี้ "เรียนเลขคณิตคิดผ่านไพ่" "แทงกองดีกว่า ” เด็กนักเรียนชั้นประถมก็ซื้อหวยบนดินกันแล้ว ถ้าคนในประเทศหวังลาภลอยมากกว่าที่จะขยันหมั่นเพียร ประเทศชาติคงอ่อนแอ

ถ้าดูตัวเลขทางเศรษฐกิจ การเปิดบ่อนมีแต่ได้กับได้

แต่ถ้าดูผลทางสังคม ไม่แน่ใจว่า ” ได้” คุ้ม “ เสีย” หรือเปล่า

เฉพาะการพนันอย่างเดียว พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงโทษหรือผลเสียหายไว้ถึง ๖ ประการ คือ ๑.เมื่อชนะย่อมก่อเวร ๒.เมื่อแพ้ย่อมเกิดความเสียดายทรัพย์สินที่เสียไป ๓.ทรัพย์สินย่อมหมดสิ้นไป ๔.ไม่มีคนเชื่อถือถ้อยคำ ๕.ถูกเพื่อนและสังคมดูหมิ่นเหยียดหยาม ๖.ไม่มีใครอยากแต่งงานเป็นคู่ครองหรือคบค้าสมาคมด้วย พระพุทธเจ้าไม่ได้บอกเลยว่าการพนันเป็นแหล่งให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทอง มีแต่บอกว่ามันเป็นปากทางแห่งความเสื่อมเสียชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือ แถมยังสร้างเวรก่อกรรม หาเพื่อนแท้ไม่ได้ และหาคู่ครองที่จะมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกันจริงๆ ไม่ได้อีกด้วย เพียงแค่นี้ ชีวิตคนเราก็ดับสูญแล้ว

ผู้เขียนไม่ได้ต่อต้านการเปิดบ่อนแบบสุดโต่ง แต่เห็นว่าก่อนที่รัฐบาลจะทำอะไร ควรจะสอบถามความต้องการของคนส่วนใหญ่ก่อน ว่าคนไทยอยากให้ลูกเล็กเด็กแดงในประเทศนี้ เห็นว่าการเล่นการพนันไม่ใช่เรื่องเสียหาย ผิดศีลธรรมหรือเปล่า ?

อย่าลืมว่าเราไม่เคยได้อะไรมา โดยไม่เสียอะไรไป !

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร