“ฟุตบอลโลก..เกมส์กีฬา มิใช่การพนัน!”

วันที่ 20 มิย. พ.ศ.2549

     ช่วงฤดูกาลกระแสฟุตบอลโลกในขณะนี้ ที่ส่งผลกระทบต่อสังคม ! ! จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) เกี่ยวกับเรื่องหวั่นพิษบอลโลก ทำเด็กไทยตกวงจรอุบาทว์ และ ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ หัวหน้าโครงการ Child Watch ผอ.สถาบันรามจิตติ เผยข้อมูลโครงการติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชนทั่วประเทศที่สถาบันรามจิตติทำร่วมกับกระทรวงวัฒธรรม (วธ.) เรื่อง "วัยรุ่นกับความเสี่ยง" ซึ่งสำรวจเมื่อเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2548 จากกลุ่มตัวอย่างเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ 7,000 คน พบว่า ร้อยละ 15 เคยเล่นพนันบอล เมื่อนำตัวเลขนี้มาประมาณการมีวัยรุ่น 1-1.5 ล้านคน เล่นพนันบอล ทั้งนี้ เด็กประถมเล่นพนันบอลทั้งแบบทุกคู่และบางคู่ ร้อยละ 5.64 หรือประมาณ 1-2 แสนคน เด็กอายุน้อยที่สุดที่เล่นพนันบอลเรียนชั้น ป.4 ส่วนมัธยมและอุดมศึกษาเล่นพนันบอลร้อยละ 15.26 หรือประมาณ 1-1.2 ล้านคน ซึ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือเล่นพนันบอลมากที่สุดร้อยละ 32 และน้อยที่สุดคือภาคใต้ แต่มีสัดส่วนใกล้เคียงกันและมีจำนวนเงินจากการพนันบอลเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนสะพัด 300-400 ล้านบาท
 

"การวิจัยใช้แบบสำรวจเด็กทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 17 แห่ง โดยใช้เครือข่ายนักวิจัยจากต่างจังหวัดเป็นผู้ร่วมวิจัย พบว่าเด็กชั้น ป.4-6 ในโรงเรียนในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั้งฐานะดีและยากจนเล่นพนันบอล" และในจำนวนเด็กที่เคยเล่นพนันบอลร้อยละ 50 เคยถูกทำร้ายร่างกาย อีกร้อยละ 20 ถูกกรรโชกทรัพย์ และร้อยละ 10 เคยค้าประเวณี เพื่อจ่ายหนี้พนันบอล

ซึ่งสอดรับกับการศึกษาภาคสนามเรื่อง "มาเฟียเด็ก" ของนิสิตปริญญาโท คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ระบุว่า เยาวชนทั้งชายและหญิงจำใจเอาตัวเข้าแลกเพื่อจ่ายหนี้พนันบอล มีทั้งใช้ตัวเองเข้าแลกและใช้แฟนขัดดอก ซึ่งจะได้รับค่าตัวครั้งละ 1,500-5,000 บาท และพบว่าในโรงเรียนมีการรับแทงบอลราคา 1,000-10,000 บาท "เด็กชายคนหนึ่งติดหนี้พนันบอลหลายหมื่น ถูกลากขึ้นรถจากหน้าโรงเรียน ถูกซ้อมและกักขังอยู่ในโรงแรมม่านรูดถึง 45 วัน กว่าพ่อแม่จะมาเคลียร์หนี้ให้ได้ กรณีเช่นนี้เกิดมากในโรงเรียนชั้นนำที่เด็กมีเงิน เพราะย่ามใจแทงพนันบอลแบบใช้บัตรเครดิตทีละมากๆ พอมีปัญหาก็เรียกพ่อแม่มาเคลียร์"
ซึ่งจะมีการประสานกับ สสส.ทำหนังสือถึงสภาการหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เพื่อขอความร่วมมือแจ้งสื่อสิ่งพิมพ์หยุดเสนอข่าว และข้อมูลเชิงเทคนิคที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการใช้พนันบอล เช่น ข้อความว่า ตัวจริงเจ็บลงไม่ได้ ตัวต่อน้อยแล้ว สุดท้ายจบแบบฟันธงว่า ใครชนะ และมีแต้มต่อกี่ลูก ขอให้นำเสนอข้อมูลในสิ่งที่น่าสนใจ และเป็นจุดเด่นของแต่ละทีมแทน เพราะไม่ต้องการให้สื่อไทยกลายเป็นสื่อพนันบอล
นอกจากนี้พบว่า พนันบอล มีอยู่ 3 แบบคือ 1.เล่นตามโต๊ะ 2.ใช้บริการสถานบันเทิง และ 3.เล่นกับเพื่อน โดยอาศัยข้อมูลจากหนังสือพิมพ์และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ จ.นนทบุรี เป็นหนึ่งในจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการจังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็ก จึงร่วมมือกับไชลด์ วอทช์ และ สสส.ป้องกันเยาวชนจากการพนันในช่วงฟุตบอลโลก รวมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันขั้นเด็ดขาด จับกุมผู้เล่นพนัน โดยเฉพาะในโรงเรียน จะประสานความร่วมมือกับครู อาจารย์ฝ่ายปกครอง และออกหนังสือเวียนไปยังสถานบันเทิง โรงแรม หอพัก คาราโอเกะ ร้านอาหารและท่ารถ เพื่อให้เป็นหูเป็นตา และไม่ส่งเสริมการเล่นพนันบอล รวมถึงขอให้โรงเรียนบันทึกเทปบอลโลกฉายให้เด็กดูช่วงพักกลางวัน และมีสมัชชาเยาวชนแต่ละจังหวัดเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง และให้คำปรึกษาเพื่อน

 

น.พ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ชมการแข่งขันฟุตบอลโลกโดยเฉพาะวัยรุ่นก็น่าเป็นกังวล ขณะนี้ 69 องค์กรในไทยได้ลงนามในโครงการรณรงค์ให้ถ่ายทอดกีฬา ปลอดแอลกอฮอล์ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อสาธารณะ วอชิงตัน อเมริกา ร่วมกับอีก 300 องค์กร จากกว่า 30 ประเทศ เพื่อเรียกร้องให้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) กำหนดให้การแข่งขันฟุตบอลโลกปลอดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ พล.ต.ต.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ระบุว่า ได้จัดเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบออกตรวจตามสถานบันเทิง โรงแรม คาเฟ่ที่จัดให้ชมการแข่งขันฟุตบอล รวมถึงประสานสถานศึกษา เจ้าของหอพัก บ้านเช่า สถานประกอบการเพื่อให้สอดส่องดูแลไม่ให้มีการเล่นพนันบอล และขอความร่วมมือองค์กรธุรกิจที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตหลีกเลี่ยงบริการเวบไซต์พนันบอล

นอกจากนี้ ยังสำรวจข้อมูลบุคคล สถานที่ที่ตรวจพบว่ามีการเล่นพนันบอล โดยให้เฝ้าระวังและตรวจตราเป็นพิเศษ และแจ้งจับเจ้าของกิจการหรือผู้จัดให้ชมถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก โดยเฉพาะจุดที่มีผู้ไปใช้บริการมาก และปล่อยให้เล่นพนันบอล โดยใช้มาตรการพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต

หากมีเบาะแสแจ้งโทร.191 หรือ 0-2571-8040-3

ตัวอย่าง โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน เข้มจัดระเบียบขาสั้น กลุ่มกิจกรรมนักเรียน อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้มีมาตรการควบคุมหลายอย่าง อย่างเช่น แจ้งเตือนให้นักเรียนได้รับทราบถึงระเบียบข้อบังคับการเล่นการพนันในสถานศึกษา รวมทั้งส่งหนังสือแจ้งไปยังผู้ปกครองของเด็กได้รับทราบด้วย "นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังมีทีมงานที่ฝังตัวอยู่กับหน่วยจัดระเบียบสังคมของจังหวัด ถ้าพบเห็นแหล่งมั่วสุมหรือมีนักเรียนเข้าไปมั่วสุม เมื่อตรวจพบว่าผิดกฏระเบียบของสถานศึกษาก็จะจดรายชื่อส่งหนังสือไปเรียกผู้ปกครองมาพบทันที" พร้อมกันนี้หากพบว่า นักเรียนมาสายเพราะดูการถ่ายทอดฟุตบอลติดต่อกัน 3 วัน ก็จะเชิญผู้ปกครองมาพบและทำบัณฑ์บนคาดโทษไว้ทันที แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเหตุผลของแต่ละคนว่าทำไมถึงมาโรงเรียนสาย

ทางโรงเรียนมีการประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนทราบอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยที่หน้าเสาธง โฮมรูม รวมถึงการอบรมในห้องเรียน โดยจะบอกให้เห็นถึงโทษของการเล่นการพนัน และเชิญชวนให้ดูแบบกีฬา

เกมส์กีฬา มิใช่การพนัน ต้นทางสู่อบายมุขซึ่งมีแต่ทุกข์โทษภัย เสียทั้งเวลาและทรัพย์สิน เป็นต้น แก่ตนเองและนำความเดือนร้อนสู่คนรอบข้างสำหรับผู้เข้าไปเกี่ยวข้องได้ทุกราย

อันตราย ! ! ควรหลีกเลี่ยงเป็นดีที่สุด

รัชตา
 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร