ตัดสินใจ

วันที่ 12 มค. พ.ศ.2547

 

 

.....วันนี้เมื่อสองปีที่แล้ว คือวันสำคัญที่เขาจะจดจำไปตลอดชีวิต …

.....ท่ามกลางไฟสลัวในยามโพล้เพล้ สองข้างทางเป็นป่ากกสูงสลับกับต้นไม้ใหญ่เป็นระยะ หนุ่มใหญ่วัยกลางคนเดินลัดเลาะมาตามทางเพื่อกลับบ้าน

.....มาถึงครึ่งทาง พลันได้ยินเสียงอู้อี้ของใครคนหนึ่งเหมือนถูกผ้าอุดปากเอาไว้ดังมาจากหลังพุ่มไม้ อารามตกใจ เขาชะลอฝีเท้าลงเพื่อฟัง และรู้สึกตื่นตระหนกเมื่อรู้ว่าเสียงที่ได้ยินคือเสียงการต่อสู้กันอย่างแน่นอน มีทั้งเสียงตะคอก และเสียงผ้าฉีกขาด มีผู้หญิงกำลังถูกทำร้ายห่างจากจุดที่เขายืนไปไม่กี่เมตร

.....เขาตกใจจนแทบสิ้นสติ มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก เขาควรจะไปยุ่งดีหรือเปล่า รู้สึกหวั่นใจกับสวัสดิภาพของตัวเอง และนึกตำหนิตัวเองที่ด่วนตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้านกระทันหัน เขาควรจะเข้าไปช่วย หรือแค่วิ่งไปยังโทรศัพท์ที่ใกล้ที่สุดเพื่อโทรแจ้งตำรวจ

.....เสียงร้องของเด็กผู้หญิงเริ่มเบาลง เขารู้ทันทีว่าต้องรีบทำอะไรสักอย่าง จะเดินหนีเหตุการณ์อย่างนี้ไปได้อย่างไร เอาล่ะ ! เขาตัดสินใจแล้ว เขาไม่อาจหันหลังให้กับชะตากรรมของหญิงที่ไม่รู้จักคนนี้ได้ แม้มันหมายถึงการเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง เขาไม่ใช่คนกล้า และไม่ใช่นักกีฬา เขาไม่รู้ว่าความกล้าและพละกำลังในตัวนั้นมาจากไหน แต่ทันทีที่ตัดสินใจช่วยเธอ เขาดูเหมือนจะเปลี่ยนไป

.....หนุ่มใหญ่วิ่งไปหลังพุ่มไม้และดึงเจ้าวายร้ายออกมาจากร่างหญิงสาว เข้าต่อสู้กันจนล้มกลิ้งไปกับพื้นทั้งคู่ และปล้ำกันอยู่สักพักหนึ่ง ในที่สุดเจ้าตัวร้ายก็ลุกขึ้นและวิ่งหนีไป เขาหอบฮักๆ และพยายามตะเกียกตะกายไปหาเด็กผู้หญิงซึ่งนอนหมอบร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่หลังต้นไม้

.....ท่ามกลางความมืด เขาแทบไม่เห็นตัวเธอ แต่แน่ใจว่าเธอกำลังกลัวจนตัวสั่น พยามยามส่งเสียงพูดกับเธอในระยะไกล “ ไม่เป็นไรแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ” เขาปลอบ “ มันวิ่งหนีไปแล้ว คุณปลอดภัยแล้ว ” เธอเงียบไปสักพัก แล้วเขาก็ได้ยินเสียงร้องเรียกของเธอด้วยความประหลาดใจ ..“ พ่อค่ะ นั่นพ่อเหรอค่ะ ”..แล้วเด็กผู้หญิงที่ก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ คือ น้ำอ้อย ลูกสาวคนเล็กของเขาเอง เขาตกใจสุดขีด วิ่งไปกอดลูกสาวเอาไว้ร้องไห้ออกมา เหมือนเจอเหตุการณ์เฉียดตายในชีวิต

.....จะเกิดอะไรขึ้น! หากเขาลังเลที่จะไม่ช่วยเด็กหญิงที่ถูกทำร้ายคนนี้ …

.....หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยเห็นเหตุการณ์ของผู้เดือดร้อน ..ช่วยเหลือเขาเถิด ความช่วยเหลือของคุณหนึ่งชีวิต เท่ากับคุณได้ช่วยอีกหลายชีวิตไว้ หากคนเหล่านั้นเป็นญาติของเรา ความทุกข์ร้อนคงไม่แพ้กัน

 

… ช่วยเหลือเขาเถิด …ขออย่าได้ดูดายเลย

 

 

อุบลเขียว