น้ำเอยน้ำใจ

วันที่ 06 กพ. พ.ศ.2547

 

.....ลักษณะเด่นของคนไทยอย่างหนึ่งที่เราถูกปลูกฝังกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก คือการมีน้ำใจเวลามีแขกไปใครมาถึงบ้านช่องเรือนชาน เราต้องเลี้ยงดูปูเสื่อหรือต้อนรับขับสู้อย่างดี ถ้าใกล้เวลาอาหารของแต่ละมื้อ ผู้มาเยือนก็จะได้รับเชื้อเชิญให้ร่วมวงไพบูลย์ด้วย บางแห่งบางที่จะมีของว่างประจำวันไว้รับประทานเอง และคอยรับแขกในยามบ่าย อย่างน้อยน้ำเย็นๆ หรือน้ำลอยดอกมะลิแบบโบราณต้องมีเตรียมไว้ เพื่อความชื่นใจทั้งผู้ให้และผู้รับล่ะครับ

.....สมัยที่ผมเป็นเด็กเคยหาประสบการณ์จากการขายหนังสือตามบ้าน เราเดินทางไปทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด สมาชิกในรถหนึ่งคันที่ทางร้านหนังสือจัดไว้เกือบสิบคน มีพี่เลี้ยงหนึ่งคนคอยขับรถส่งพวกเราตามจุด และรับเราตรงที่นัดหมายในตอนช่วงเวลาเย็นที่เรามาพร้อมกันที่รถเราจะมี ประสบการณ์หลากหลายรูปแบบมาเล่าสู่กันฟัง

.....ซึ่งแต่ละคนจะมีจุดที่ลงไปขายตามแต่ถนัดเป็นต้นว่า โรงพยาบาล ตลาด สถานที่ราชการ และก็วัด สมัยนั้นผมเองถนัดลงสถานที่ราชการ ส่วนน้องแมวเธอเป็นเด็กวัยรุ่นเรียนอยู่ม.2 ท่าทางออกแก่นแก้วนิดๆ อาสาลงขายตามวัด เธอบอกกลุ่มเป้าหมายของเธอคือเด็กวัดและพระ โดยเฉพาะตำราโหราศาสตร์การตั้งชื่อที่เป็นมงคลจะขายดี ถ้ามีโอกาสได้พบกับหลวงปู่หลวงตา

.....เรื่องของน้ำใจคนไทยผมเองเคยเดินขายตามตลาดร้านก๋วยเตี๋ยวบางร้านไม่ยอมซื้อหนังสือ แต่มักจะคะยั้นคะยอให้กินก๋วยเตี๋ยวฟรีๆ หลายครั้งที่ผมอิ่มจนพุงกาง โดยไม่เสียสักบาท หนูแมวเองเธอรับน้ำใจเด็กวัดถือโอกาสกินข้าวก้นบาตร แถมห่อขนมหวานมาแบ่งปันเพื่อนในรถได้กินกันอย่างถ้วนหน้า ถ้าเรามีหัวข้อสนทนาเรื่องนี้ ผมบอกได้เลยทุกคนจะประทับใจกับประสบการณ์ของตัวเองยกเว้นบรรเจิด

.....บรรเจิดเป็นนักเรียนสายอาชีพตัวโตกว่าเพื่อนๆ เขาเล่าประสบการณ์คราวหนึ่งให้พวกเราฟัง ถึงความมีน้ำใจของช่างตัดเสื้อ เขาบอกว่าดีใจที่ขายหนังสือแบบเสื้อและวิธีการตัดให้กับช่างเสื้อบ้านนี้ได้ในราคาเกือบสี่ร้อย ส่วนแบ่งที่เขาจะได้ก็เกือบแปดสิบบาท เจ้าของบ้านตักข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียนที่บ้านของเขากินกันอย่างเอร็ดอร่อยส่งให้ ผมพูดแล้วยังน้ำลายไหล แต่สำหรับบรรเจิดแล้ว อาการกระอักกระอ่วน ครื้นเหียนเวียนหัว น่าจะเหมาะกับภาวะที่เขาต้องอยู่กับกลิ่นทุเรียนนานๆ เขาอดทนจนถึงขีดสุดทันทีที่เขาเดินผ่านประตูรั้วมาได้ น้ำกะทิทุเรียนมันก็ตามข้าวมันไก่และก๋วยเตี๋ยวที่เดินผ่านลำคอไปกองรวมกันอยู่ข้างรั้วบ้านหลังนั้นนั่นเอง น้ำใจเจ้าของบ้านต้อนรับเขาด้วยของอร่อย แต่โชคไม่ดีที่เขาไม่เคยญาติดีกับทุเรียนเลย ที่กินไปเพราะเกรงใจครับท่าน

 

 

 

 

 

 

 

นายตั้ม

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร