บทความ ตำนาน พญานาคสองฝั่งโขง ๔ ตอน (กิเลสพญานาค)

วันที่ 16 ตค. พ.ศ.2548

"พญานาคจะมีเรื่องทะเลาะกันก็เพราะเรื่องกามนี้เป็นหลัก คดี ที่เกิดขึ้นมักจะเป็น เรื่องเหล่านี้ ผู้ปกครองต้องตัดสินเกี่ยวกับ เรื่องผัวๆ เมียๆ ตลอดเวลา""พญานาคจะมีเรื่องทะเลาะกันก็เพราะเรื่องกามนี้เป็นหลัก คดี ที่เกิดขึ้นมักจะเป็น เรื่องเหล่านี้ ผู้ปกครองต้องตัดสินเกี่ยวกับ เรื่องผัวๆ เมียๆ ตลอดเวลา"

แท้จริงแล้วพญานาคก็คืออดีตมนุษย์ จึงต่างต้องวนเวียนตกเป็นทาสของกิเลสมาร อยู่ในทั้งสามเรื่องนี้เช่นเดียวกับมนุษย์ คือ เรื่องกิน กาม และเกียรติ

เรื่องอาหารการกินของพญานาคใน กำเนิดโอปปาติกะ เกิดขึ้นจากบุญซึ่งตนเอง ทำไว้ในสมัยเป็นมนุษย์ ส่วนบริวารคือพวก ที่เกิดแบบสังเสทชะ เกิดในน้ำสกปรก ใน เหงื่อไคล ก็จะอาศัยอาหารการกินที่เกิด จากบุญของเจ้านายรวมกับบุญของตน รวมถึงการบริโภคสมบัติ ซึ่งแต่ละชิ้น ก็เกิดด้วยบุญ ใครจะแย่งชิงกัน หรือลักขโมย กันไม่ได้ เพราะบุญของผู้นั้นคุ้มครองสมบัติ ของตนเอาไว้ ปกครองกันแบบบุญญาธิปไตย

ในเรื่องของเกียรติหรือศักดิ์ศรีก็แย่งกัน ไม่ได้เช่นเดียวกัน มีการแบ่งพื้นที่เขตแดนใน การดูแลตามกำลังบุญของตน หรือตามแต่ เจ้าเมืองนั้นจะมอบหมายให้ตามกำลังบุญ ไม่ มีการรบราฆ่าฟันเพื่อแย่งชิงพื้นที่กัน ยกเว้น พวกกำเนิดต่ำกว่า คือกำเนิดแบบอัณฑชะและชลาพุชะ บางครั้งจะมีการแย่งชิงพื้นที่หรือ หากินข้ามเขตกันบ้างเป็นครั้งคราว
 


เรื่องยศถาบรรดาศักดิ์ ก็แบ่งกันตาม กำลังบุญ และตามกำเนิดสูงต่ำ จึงไม่มีการ ทะเลาะกันเรื่องตำแหน่งและเกียรติยศ ไม่ เหมือนมนุษย์ซึ่งยังแย่งชิงกัน ทั้งตำแหน่ง หน้าที่และการงานเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์ ก็แบ่งกันตาม กำลังบุญ และตามกำเนิดสูงต่ำ จึงไม่มีการ ทะเลาะกันเรื่องตำแหน่งและเกียรติยศ ไม่ เหมือนมนุษย์ซึ่งยังแย่งชิงกัน ทั้งตำแหน่ง หน้าที่และการงานในเรื่องของเกียรติหรือศักดิ์ศรีก็แย่งกัน ไม่ได้เช่นเดียวกัน มีการแบ่งพื้นที่เขตแดนใน การดูแลตามกำลังบุญของตน หรือตามแต่ เจ้าเมืองนั้นจะมอบหมายให้ตามกำลังบุญ ไม่ มีการรบราฆ่าฟันเพื่อแย่งชิงพื้นที่กัน ยกเว้น พวกกำเนิดต่ำกว่า คือกำเนิดแบบอัณฑชะและชลาพุชะ บางครั้งจะมีการแย่งชิงพื้นที่หรือ หากินข้ามเขตกันบ้างเป็นครั้งคราวเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์ ก็แบ่งกันตาม กำลังบุญ และตามกำเนิดสูงต่ำ จึงไม่มีการ ทะเลาะกันเรื่องตำแหน่งและเกียรติยศ ไม่ เหมือนมนุษย์ซึ่งยังแย่งชิงกัน ทั้งตำแหน่ง หน้าที่และการงาน ส่วนเรื่องกามนั้น พญานาคจะมีเรื่อง ทะเลาะกันก็เพราะเรื่องกามนี้ เป็นหลัก คดีที่เกิดขึ้นมักจะ เป็นเรื่องเหล่านี้ ผู้ปกครองต้อง ตัดสินเกี่ยวกับเรื่องผัวๆ เมียๆ ตลอดเวลา ดังเช่นคดีตัวอย่าง อีกคดีหนึ่ง เกิดขึ้นที่เมืองของ เจ้าแม่สองนาง

เรื่องมีอยู่ว่า บริวารของ เจ้าแม่สองนาง ล้วนแต่เป็นหญิง ส่วนหนึ่งจะมีวิบากกรรมเรื่อง ไร้คู่ครอง อีกส่วนหนึ่งสามารถมีคู่ครองได้ แต่ เมื่อมีคู่ครองแล้วต้องย้ายไปอยู่กับคู่ครอง ซึ่ง อยู่อีกเมืองหนึ่ง ปล่อยให้อยู่ในเมืองเดียวกัน ไม่ได้ เพราะเมืองของเจ้าแม่สองนางนั้น มีแต่ ผู้หญิงล้วน ถ้ามีผู้ชายเข้ามาอยู่ ก็อาจจะเกิด ปัญหาเรื่องชู้สาวขึ้นมาได้ง่าย 

ครั้งหนึ่งบริวารหนุ่มของสุวรรณมธุรนาคราชตนหนึ่ง มีนิสัยเจ้าชู้ นาคหนุ่มนั้นรู้ ดีว่าเมืองเจ้าแม่สองนาง เต็มไปด้วยนางนาค มาณวิกา สวยๆ สาวๆ แรกรุ่นดรุณีทั้งนั้น จึงหาเวลาว่างตอนออกจากเวรหน้าที่ของตน ออกไปว่ายน้ำนอกเมือง คอยหาโอกาสจีบ นางนาคของเมืองเจ้าแม่สองนาง ขณะที่เธอ ออกมาว่ายน้ำเล่น

มีนางนาคตนหนึ่งออกมาว่ายน้ำเล่น ตามลำพัง ด้วยความคึกคะนองของนาคหนุ่ม ก็โผเข้าใส่ทันที เอาหางเกี่ยวกระหวัดรัดร่าง นาคสาว กระตุกเบาๆ เป็นเชิงทักทาย นาง นาคน้อยสะดุ้ง สั่นสะท้านไปทั้งตัว เมื่อถูก ลวนลามเธอตกใจร้องลั่น

"จะทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ อย่านะ อย่า ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ" ร้องไปดิ้นไป สะบัดตัวไปมา จนน้ำกระจาย เจ้านาคหนุ่มหัวเราะอย่างสบ อารมณ์ ในความไม่ประสีประสาของนาคสาว

"โอ้ สาวน้อย แสนงาม อย่าดิ้นเลย ไม่ ได้ทำให้เจ็บสักหน่อย หยอกเล่นนิดเดียวน่านะ อย่าโกรธนะ รักกันนะ พี่รักเธอตั้งแต่แรกเห็น นะ" นาคหนุ่มค่อยๆ คลายรัดนาคสาว ยิ้ม อย่างประจบเอาใจ

"สวยจัง น่ารักจัง ตัวนุ้มนุ่ม หอมด้วย" พูดพลางเบียดกระแซะเข้ามาหานาคสาว ผู้อ่อนต่อโลก

"ไปว่ายน้ำเล่นทางโน้นดีกว่า" นาคสาว ว่ายน้ำตามไปอย่างเคลิบเคลิ้ม ในทีท่าและคารมของนาคหนุ่มรูปงาม เธอปักใจเชื่อว่า นาคหนุ่มนี้รักตนจริงๆ

เมื่อถึงถ้ำใต้น้ำเล็กๆ แห่งหนึ่งอยู่ในที่ ลับหูลับตา นาคหนุ่มก็ใช้ความเจนจัดชั้นเชิง เจ้าชู้กับสาวนาค จนเธอไม่สามารถควบคุม อารมณ์และความต้องการของธรรมชาติใน ตัวตนได้

สัมพันธ์สวาทอันลึกซึ้งที่เธอได้รับคือ ความประทับใจครั้งแรกในชีวิต แต่สำหรับ นาคหนุ่ม มันคือประสบการณ์ของลูกผู้ชาย นาค ไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความสำเร็จ และความภาคภูมิใจในชั้นเชิงเจ้าชู้ของเขา ที่ สามารถทำให้นาคสาวตกลงปลงใจได้โดย ง่ายดายสัมพันธ์สวาทอันลึกซึ้งที่เธอได้รับคือ ความประทับใจครั้งแรกในชีวิต แต่สำหรับ นาคหนุ่ม มันคือประสบการณ์ของลูกผู้ชาย นาค ไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความสำเร็จ และความภาคภูมิใจในชั้นเชิงเจ้าชู้ของเขา ที่ สามารถทำให้นาคสาวตกลงปลงใจได้โดย ง่ายดายหลังจากประสบความสำเร็จไปหนึ่งราย แล้วก็ติดใจ นาคหนุ่มจอมเจ้าชู้จึงมาเลียบๆ เคียงๆ เพื่อหาเหยื่อสาวนาคมาณวิการาย ใหม่ต่อไป

จนกระทั่งวันหนึ่ง ก็ได้มาพบกับนาค มาณวิกาสาวรายใหม่ ที่ออกมาว่ายน้ำเล่นนอก เมืองตามลำพัง เธอช่างสวยงามเป็นพิเศษ นาคหนุ่มเห็นแล้ว ไม่รีรอเลย ตรงเข้าไปจีบ โดยใช้วิธีการเดิม คำพูดเดิมๆ ที่เคยใช้ได้ผล มาแล้ว ครั้งนี้ก็เช่นกัน สำเร็จโดยไม่ยากเลย 

นาคหนุ่มยิ่งหมกมุ่นมัวเมาในสัมผัสอัน ละมุนของนางนาคสาวยิ่งขึ้นไปอีก แอบมา เมียงมอง เพื่อหาเหยื่อรายอื่นๆ ต่อไป พอ ถึงรายที่สาม วิธีเดิมไม่ได้ผลเสียแล้ว ต้อง ใช้วิธีใหม่ โดยแผ่พังพานใหญ่ แสดงลีลา ให้ดูสง่างาม เข้มแข็ง พร้อมที่จะปกป้องเธอ ทุกเวลานาคหนุ่มมาดักเจอนาคสาวทุกครั้ง ไม่ซ้ำรายกันเลย เพราะรู้กำหนดเวลาในการ เข้าเวรและออกเวรที่ไม่ตรงกันของนาคสาว ในเมืองเจ้าแม่สองนาง ส่วนตัวนาคหนุ่มที่มา ได้ตามเวลานัดหมายกับสาวนาคไว้ เพราะ อาศัยแลกเวรกับเพื่อนนาคหนุ่มด้วยกัน

ในสังคมของนาคสาวมาณวิกานั้น เมื่อ อยู่รวมกันก็เหมือนมนุษย์อย่างนี้ แหละ จะคุยกันด้วยเรื่องสัพเพเหระ คุยไปคุยมา ก็วกมาคุยถึงนาคหนุ่ม อีกเมืองหนึ่ง ว่าได้ไปเจอหนุ่มนาค เมืองนั้นนะ รูปหล่อ พูดเพราะ พูด ว่ายังงั้น พูดว่ายังงี้นะ คุยไปคุยมา เอ๊ะ ทำไมถึงพูดเหมือนกัน คำเดียว กัน ประโยคเดียวกัน ลีลาแบบเดียว กัน เอ๊ะ มันยังไงกันนี่ ยังกับตัวตนเดียวกันยังไงยังงั้นเลย น่าสงสัย ก็ได้แต่สงสัยเท่านั้นไม่มี โอกาสพิสูจน์ 

วันหนึ่งมีการปรับเวรในการ รับหน้าที่ นาคสาวมาณวิกาสองนาง ที่เคยมีความสัมพันธ์กับนาคหนุ่ม เจ้าชู้ในช่วงต่างเวลากัน จึงได้มี โอกาสมาพักพร้อมกับนาคสาวอีก ตนหนึ่ง นาคสาวตนแรกนัดเวลาเจอ กับนาคหนุ่มอยู่ก่อนแล้ว ก็มาตามวันเวลาที่ นัดหมาย โดยไม่รู้ว่าอีกนางนาคหนึ่งก็ปรับ เวลาเปลี่ยนเวรมาหยุดในวันเดียวกันพอดีด้วยอำนาจความรักและความคิดถึง นาคหนุ่มนั้น เธอจึงคิดว่าน่าจะออกไปเที่ยว นอกเมืองดู เผื่อว่าจะเจอสุดที่รักของตนบ้าง เมื่อออกไปนอกเมืองบาดาล ก็บังเอิญเจอ จริงๆ เจอนาคหนุ่มสุดที่รัก แต่ว่าตอนนี้ นาคหนุ่มสุดที่รักกำลังพลอดรักกับเพื่อน นาคสาวของเธอเองอยู่ในถ้ำใต้น้ำ ซึ่งเป็นที่ พลอดรักประจำของตน ภาพบาดตาบาดใจอย่างนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่การทรยศหักหลัง เสียแรงที่มาด้วยความคิดถึง ถ้างั้นก็เสียแรงเพิ่มขึ้นอีกหน่อย ลุยให้สมแค้น หายคิดถึงไปเลย 

นาคมาณวิกาสาว พุ่งตัวเข้าชนร่างสองร่าง ที่กำลังรัดกันกลมเป็นเกลียว แรงฤทธิ์หึงนี่มันสุดๆ จริงๆ ร่างสองร่างหลุดกระเด็นออกจากกัน ยังไม่ทันตั้งตัว ก็โดน กัดซ้ำจมเขี้ยว นาคหนุ่มตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก สุดที่รักเก่ารายที่หนึ่ง กับสุดที่รักใหม่รายที่สอง กัดกันเป็นพัลวัน นาคสาวที่อยู่ ในบริเวณนั้นได้ยินเสียงก็เข้ามาห้าม จากหนึ่งเป็นสอง เป็นสาม มาเป็นหมู่เลย มาช่วยกันห้าม แต่ห้ามไม่ไหว

ในที่สุดหัวหน้าบริวารต้องเข้ามาห้ามเอง ควบคุมตัวนาคสาวทั้งสอง พร้อมด้วยนาคหนุ่มตัวต้นเหตุไปสอบสวน จึงได้รู้ว่า สาเหตุมาจากความหึงหวง นาคหนุ่มเจ้าชู้เที่ยวหลอกเขาไปทั่ว บรรดานาคสาวมาณวิกาตัวอื่นๆ ที่เคยถูกหลอก และมีสัมพันธ์กับนาค หนุ่มนี้จำได้ จึงรุมด่าว่าต่างๆ นานาในที่สุดหัวหน้าบริวารต้องเข้ามาห้ามเอง ควบคุมตัวนาคสาวทั้งสอง พร้อมด้วยนาคหนุ่มตัวต้นเหตุไปสอบสวน จึงได้รู้ว่า สาเหตุมาจากความหึงหวง นาคหนุ่มเจ้าชู้เที่ยวหลอกเขาไปทั่ว บรรดานาคสาวมาณวิกาตัวอื่นๆ ที่เคยถูกหลอก และมีสัมพันธ์กับนาค หนุ่มนี้จำได้ จึงรุมด่าว่าต่างๆ นานา

เจ้าแม่สองนาง จึงตัดสินบริวารของตนว่า ให้นางนาคทั้งสองตัวที่ทำร้ายกัน โดนกักบริเวณ โดยตนหนึ่งให้ไปจำศีลอยู่ที่ถ้ำใต้น้ำ ส่วนอีกตนหนึ่งให้ไปจำศีลอยู่ที่โพรงดินใกล้ตลิ่งริมแม่น้ำโขง

ส่วนนาคหนุ่ม เจ้าแม่สองนางไม่สามารถตัดสินได้ เพราะอยู่ต่างเมือง จึงควบคุมตัว ไปส่งให้กับสุวรรณมธุรนาคราชตัดสิน
 


สุวรรณมธุรนาคราช สืบสวนแล้ว เห็น ว่านาคหนุ่มนั้นทำความผิดร้ายแรง เนื่อง จากตั้งใจทำผิดศีลข้อ ๓ หลายครั้ง พร้อม ทั้งพิจารณาเห็นว่า บุญในตัวของนาคหนุ่ม หมดแล้ว เพราะหน้าตาผิวพรรณหมองคล้ำ ซึ่งเป็นอาการของการหมดบุญ
 

จึงตัดสินให้ส่งตัวไปยมโลก โดยแจ้ง ไปที่หัวหน้าเขตที่เป็นกุมภัณฑ์ หัวหน้าเขต จึงแจ้งไปที่เจ้าหน้าที่ที่เป็นพญานาค ซึ่งช่วย ราชการพิเศษ เป็นกำลังเสริมในยมโลก มา รับตัวนาคหนุ่ม ไปลงโทษในยมโลกต่อไป โดยให้ไปปีนต้นงิ้ว ถูกอีกาปากเหล็กจิก ถูกสุนัขปากเหล็กกัด จนกระทั่งตายแล้วฟื้น ฟื้นแล้วกลับตายอีก ทนทรมานเช่นนี้ นานเป็นล้านๆ ปี นับตามเวลาในโลกมนุษย์