พระอัจฉริยภาพมากล้น 60 ปี เพื่อปวงชาวไทย

วันที่ 07 สค. พ.ศ.2549

 

       ตลอดระยะเวลา 60 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชกรณียกิจทุกอย่างที่พระราชทานเป็นแนวทางให้ประชาชนนำไปปฏิบัตินั้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และจากส่วนหนึ่งในงานเสวนาเรื่อง "พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพจัดขึ้น แสดงให้เห็นถึงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 3,000 โครงการ ในด้านการพัฒนาประเทศที่มุ่งหวังจะช่วยพัฒนาวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น
 

นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ผู้ถวายงานรับใช้แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาตลอด เล่าถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ในด้านการแพทย์ว่า ตลอดเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรทุกหนแห่ง พระองค์ทรงพระกรุณาให้หน่วยแพทย์พระราชทานตามไปด้วยทุกที่ เพื่อตรวจรักษาประชาชนที่เจ็บป่วย นอกจากรักษาประชาชนให้หายจากอาการเจ็บป่วยแล้ว ยังช่วยจัดหาอาชีพให้กับคนป่วยเพื่อให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้
 

"พ.ศ.2525 ทรงจัดให้มีการฝึกอบรมประชาชนของหมู่บ้านต่างๆ ตั้งเป็นหมอหมู่บ้าน เป็นต้นแบบให้กระทรวงสาธารณสุขนำมาจัดตั้งอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เพื่อช่วยดูแลสุขภาพของคนในชุมชนเบื้องต้น รวมทั้งมีพระราชดำริในการจัดการตัดตอนโรคติดต่อจากพ่อแม่ไปสู่ลูก เช่น โรคเรื้อนให้หมดไปจากประเทศไทย ด้านการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน พระองค์ยังมีพระราชดำริ ให้เด็กและเยาวชนได้ดื่มนม และเสริมเกลือไอโอดีนให้ประชาชนเพื่อป้องกันโรคคอหอยพอก"

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา อีกหนึ่งผู้ถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากว่า 20 ปี บอกถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้านการพัฒนาประเทศว่า งานที่พระองค์ทรงทำมาตลอดระยะเวลา 60 ปี ทั้งที่จับต้องได้และไม่ได้ อาทิ การทำฝายเพื่อป้องกันน้ำท่วม โครงการแก้มลิง การสร้างเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำให้ประชาชนใช้ในการเกษตรและยามหน้าแล้ง รวมทั้งการปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน ตลอดจนพระราชดำริในการจัดระบบบำบัดน้ำเสียที่แหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี ที่ใช้พลังงานธรรมชาติบำบัดทั้งหมด เป็นต้นแบบให้หน่วยงานต่างๆ นำไปปรับใช้ได้อย่างเห็นผล

"สิ่งที่น่าตื้นตันใจที่สุดคือพระองค์ทรงรับสั่งอยู่เสมอว่าที่ต้องทำงานเหนื่อยยากอยู่ทุกวันนี้ เพราะประชาชนยังยากจนอยู่ ยังไม่มีสิทธิเสรีภาพ ถ้าทำให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันทุกคนแล้ว ประชาธิปไตยและความสุขก็จะเกิดขึ้น ซึ่งทรงเน้นย้ำให้ประชาชนยึดหลักของเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต ใช้ทุกอย่างบนความพอดีบนพื้นฐานของจริยธรรมและคุณธรรม ซึ่งถ้าทุกคนทำได้ก็จะพบกับความสุขที่ยั่งยืน"

60 ปีที่พระองค์เหนื่อยยากเพื่อราษฎร คงต้องถึงเวลาหันมามองย้อนดูตัวเองแล้วว่าทุกวันนี้ "เรา" ทำอะไรเพื่อพ่อหลวงของแผ่นดินบ้าง

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร