เลิกเหล้า...แต่เข้าบาร์

วันที่ 03 พค. พ.ศ.2550

 

ถาม ผมอดเหล้าได้ครับ แต่อดเที่ยวบาร์ไม่ค่อยได้ครับ ?

ตอบ นี่เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ที่กำลังทำให้อบายมุขขยายตัวออกไปอย่างน่ากลัว และกำลังมีผลต่อนิสัยใจคอ และคุณภาพของเยาวชนคนรุ่นใหม่ของประเทศในขณะนี้ หลวงพ่ออยากจะเตือนอะไรคุณสักอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของผลกรรม
 

.....ในพระพุทธศาสนามีคำสอนอยู่ว่า ไม่มีผู้ชายในโลกคนไหนไม่เคยเกิดเป็นผู้หญิง ผู้ชายทุกคนเคยเกิดเป็นผู้หญิงมาแล้วทั้งนั้น แต่เวรกาเมฯ (ศีลข้อที่ ๓ ประพฤติผิดในกาม ) ที่ก่อไว้มันค่อยเพลาลง ถึงได้เกิดมาเป็นผู้ชาย ในทำนองเดียวกัน ไม่มีผู้หญิงคนไหน ที่ไม่เคยเกิดเป็นผู้ชาย แต่ว่าไปผิดศีลกาเมฯ เอาไว้ในอดีต ก็เลยต้องเกิดมาเป็นผู้หญิง วงจรชีวิตเป็นอย่างนี้
 

.....คนเรานั้นขอให้จำไว้เลยว่า ตายแล้วไม่สูญ ตราบใดยังไม่หมดกิเลสก็ยังต้องไปเกิดต่อไป เพราะฉะนั้น ถามว่าตายแล้วไปไหน ไปได้ ๓ ทาง คือ

 

๑. ทำชั่ว ก็ต้องไปนรก
๒. ทำดี ได้ไปสวรรค์
๓. เมื่อหมดกิเลสแล้ว ได้ไปนิพพาน

.....ที่เป็นกันอยู่นี้เราไม่ได้เกิดมาชาติแรกนะ แล้วจะทราบได้ยังไง


๑. ก่อนหน้าที่จะมาเกิด ก็มีคนมาเกิดและตายมาก่อนหน้านี้แล้ว และเมื่อเรามาเกิดแล้ว ก็ยังมีคนมาเกิดเรื่อยๆ และตายเรื่อยๆ เป็นเครื่องยืนยันว่า ตายแล้วไม่สูญ

๒. ถ้าเกิดมาชาตินี้เป็นชาติแรก ทุกคนจะต้องเหมือนกัน แต่นี่เราแต่ละคนก็แตกต่างกันทั้งหน้าตา ผิวพรรณ วรรณะ ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย แม้แต่คู่แฝด ถ้าดูในรายละเอียดก็มีอะไรไม่เหมือนกัน เช่น นิสัยใจคอ เป็นต้น ตรงนี้ฟ้องได้ว่า แต่ละคนที่มาเกิด ไม่ใช่เกิดมาในชาตินี้เป็นชาติแรก ล้วนเคยผ่านการเกิดมาแล้วทั้งนั้น เพราะมีความแตกต่างกันหลายอย่างเหลือเกิน

๓. ไม่ว่าเราตายไปเมื่อไรก็ตาม ถ้าทำดี สร้างแก่กุศลเอาไว้ ก็จะได้ไปสวรรค์ ถ้าทำชั่วต้องตกนรก และหากหมดกิเลส ก็จะได้ไปนิพพาน

.....เพราะฉะนั้น ตรงนี้บอกให้เรารู้ว่า เราไม่ได้เกิดมาชาติแรก และเมื่อไรตายไปแล้ว ถ้ายังไม่หมดกิเลส ก็ยังต้องไปเกิดต่อไปอีก แต่ว่าจะไปเกิดเป็นอะไร จะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ หรือว่าเป็นอะไร ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของเราในชาตินี้ นี่เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงชี้ให้เราเห็นในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชน
 
.....เพราะฉะนั้น อาจารย์ถึงได้บอกว่า ในโลกนี้ ไม่มีผู้ชายคนไหนไม่เคยเกิดเป็นผู้หญิง และไม่เคยมีผู้หญิงคนไหน ไม่เคยเกิดเป็นผู้ชาย และไม่ว่าเราจะยอมรับความจริงเรื่องนี้หรือไม่ก็ตาม สิ่งนี้ก็จะเป็นไปตามการกระทำของเราในชาตินี้นั่นเอง

.....ผู้ที่เกิดเป็นชาย เมื่อไปประพฤติผิดศีลกาเมฯ เข้าก็ตกนรก ตกแน่ ๆ ไม่ต้องสงสัย พ้นจากเวรในนรกแล้วพอเกิดขึ้นมา อย่างเพิ่งดีใจไป ยังไม่ได้มาเกิดเป็นคนหรอก อย่างพระอานนท์ท่านเล่าไว้ชัดเจนดังนี้


       "เราเคยเป็นชู้กับเมียเขาในอดีต ด้วยเวรนั้น บาปนั้น ทำให้เราตกนรกเสียนาน พอพ้นจากนรกก็เกิดเป็นลิง" ทำไมเกิดเป็นลิง ก็หลอกเขาเก่ง


       "แต่ว่าบุญที่เราเคยทำไว้ด้วยดีแล้วกับพระปัจเจกพุทธเจ้า ทำให้เราได้เป็นลิงรูปงาม.." คือถึงเกิดเป็นลิงก็ลิงรูปงาม แต่ก็งามแบบลิง


       "เพราะความที่เราเป็นลิงรูปงาม เจ้าลิงจ่าฝูงมันจึงอิจฉา เพราะนางลิงทั้งหลายชอบมาหาเรา ลิงจ่าฝูงมันจับเราได้และทำลายพืช (อวัยวะเพศ) เราเสีย เราเลยกลายเป็นลิงตอน" หมายถึงก็คงถูกกัดขาดไปทั้งพวงนั้นเอง

.....นี้คือ ตัวอย่างผลของเวรกาเมฯ ที่ก่อเอาไว้ ทำให้ถูกทำลายเพศ เป็นลิงตอนเสียตั้งหลายชาติ พ้นจากชาติที่เป็นลิงตอน ท่านเล่าว่า ไปเถิดเป็นลาลากรก ทำไมเป็นลาลากรถ ? ก็ไปเป็นชู้กับเมียเขา ทำให้ผัวเขาอับอายขายหน้า ไปถึงไหนก็แบกความอับอายไปถึงนั้น เวรอันนี้จึงทำให้ต้องเกิดไปแบกของหนัก เป็นลาลากรถ


"แต่บุญที่เราเคยสร้างไว้ในพระปัจเจกพุทธเจ้า ก็ส่งมาให้เราอีก ถึงเวลาเกิดเป็นลาก็เป็นลารูปงาม นางลาทั้งหลายก็ชอบมาอยู่ข้างๆเรา เจ้านายชักรำคาญเลยจับเราตอนอีก.." ดูนะเวรกาเมฯ ก็ตามมาเล่นงานอีกจนได้ ใครที่โดนตอนมา บางคนก็เพราะวงจรเดียวกันนี้

.....ถ้าเป็นคนอื่น ไม่ได้มีโอกาสทำบุญกับพระปัจเจกพุทธเจ้าอย่างพระอานนท์ พ้นจากเวรนั้นแล้ว ก็ต้องเกิดเป็นหญิงโสเภณีบ้างเป็นพวกเกย์บ้าง เป็นกะเทยบ้าง ก็ไม่นานหรอกเป็นเกย์สัก ๕๐๐ ชาติ พ้นจากเวรอย่างนั้นแล้วก็มาเป็นผู้หญิงที่อยู่บ้านไม่ค่อยได้ โดนแข้งอัดเสียแทบตาย พอเวรกาเมฯ ค่อยเบาบาง จึงจะได้มาเป็นผู้หญิงดีๆ ที่ได้สำนึกแล้ว อย่างกับแม่เรา พี่สาวเรา น้องสาวเราที่มีความประพฤติดี เป็นอย่างนี้ผ่านไปอีก ๕๐๐ ชาติ แล้วค่อยได้มาเป็นผู้ชาย เป็นผู้ชายแล้วถ้ายังเจ้าชู้ ชอบเที่ยวบาร์เที่ยวคลับ เที่ยวย่ำยีผู้หญิงเดียวมันก็ได้กลับไปเข้าวงจรเดิมอีกนั้นแหละ “แหม...ผมดี ผมไม่กินเหล้าแล้ว” แต่ผมกำลังปีนต้นงิ้ว ปีนมากี่รอบแล้วก็ไม่รู้ อย่าขึ้นไปปีนใหม่เลยนะ เพราะมันไม่สนุกหรอก ก็ขอฝากไว้ให้คิดกันด้วย