สายพันธุ์ขาดรัก

วันที่ 31 มีค. พ.ศ.2546



สายพันธุ์ขาดรัก



.....วันพุธแรกของเดือนเป็นวันที่น่าเบื่อ เพราะต้องรอคอยด้วยความหวาดผวา ในสายตาผู้ใหญ่อาจดีงาม แต่ความจริงกว่านั้น เพียงเพิ่มอาหารมาหนึ่งหรือสองอย่าง ไม่ได้เพิ่มความสุขกว่าวันก่อนๆมากนัก ตรงกันข้าม พวกเรากลับต้องทำงานหนักขึ้น

 

....ต้องคอยปลอบใจตัวเองและพยายามลืมสิ่งต่างๆ ด้วยการหยิบโน่นทำนี่อย่างรวดเร็ว พื้นห้องทุกห้องต้องไม่มีรอยเปื้อนแม้แต่จุดเดียว เก้าอี้ทุกตัวต้องปราศจากฝุ่น และเตียงทุกเตียงต้องไม่มีรอยยับ พร้อมผ้าห่มที่พับเก็บเข้าที่อย่างเรียบร้อย

 

....เด็กกำพร้าตัวเล็กๆที่ " ร่าเริง " จะต้องอาบน้ำจนสะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ซึ่งมีโอกาสใส่ไม่บ่อยนัก หวีผมจนเรียบแปล้ และได้รับคำสั่งให้ระมัดระวังมารยาท ห้ามพูดเรื่องร้อนใจใดๆให้ท่านผู้มีอุปการคุณได้ยิน รู้จักตอบรับว่า " ค่ะ ท่าน " " ครับ ท่าน " เมื่อถูกถาม ภาพรวมอันงดงามภายในหนึ่งวันนี้ พวกเราต้องทำให้ดีที่สุด

 

.....ช่างเป็นช่วงเวลาที่แย่จริงๆ สำหรับเด็กหญิงชื่อ สำลี เธอตัวโตกว่าเพื่อน จึงต้องทำงานหนักกว่าใครๆ แต่ถึงกระนั้นวันอันน่าเบื่อหน่ายได้ผ่านไปอย่างเชื่องช้า และสิ้นสุดลงเช่นเดียวกับวันพุธแรกของทุกเดือน ทิ้งไว้เพียงความทรงจำเก่าๆ อยากบอกพวกเขาเหลือเกินว่า ขอบคุณนะ สำหรับอาหารที่ให้มา แต่จะดีกว่าถ้าพวกเราได้ ความรัก สิ่งที่ดีที่สุดคือ ความรักเมื่อเสร็จงานแล้ว สำลีหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ข้างหน้าต่าง พิงศรีษะกับบานกระจกอันเย็นเยือกอย่างอ่อนแรง ตั้งแต่ตีห้าของเช้าวันนั้น เธอไม่ได้นั่งเลยตลอดทั้งวัน

 

.....ต้องคอยรับคำสั่ง ถูกเอ็ดตะโร และถูกเร่งให้ทำโน่น ทำนี่ โดยแม่บ้านขี้ตื่นและค่อนข้างจะ " ประสาท " เธอลุกลี้ลุกลน ตลอดเวลา โดยเฉพาะกับแขกประเภทวีไอพีหรือคุณหญิงคุณนายที่มาเยี่ยมโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ สำลีนั่งเฉยอยู่กับที่ นัยน์ตาเหม่อมองข้ามสนามหญ้าไปยังสวนสำหรับเด็กกำพร้า ซึ่งล้อมรอบด้วยลูกกรงเหล็กแข็งแรง

 

.....เธอมองตามรถซึ่งกำลังแล่นออกจากประตูรั้วโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย แต่ลึกลงไปในใจเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความคิดของเธอเตลิดตามรถคันแรก แล้วก็คันต่อไป ไปสู่บ้านหลังใหญ่ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่เชิงเขา เธอวาดภาพตัวเองอยู่ในเสื้อคลุมหรูหรา สวมหมวกใบสวยนั่งอยู่ในรถและพูดกับคนขับรถว่า " ถึงบ้านแล้ว " แต่พอก้าวเข้าประตูบ้าน
จินตนาการของเธอก็เลือนหาย…

 

เธอคิดต่อไปไม่ได้ว่าชีวิตครอบครัวทั่วไปเป็นอย่างไร คิดต่อไปไม่ได้ว่าการมีพ่อ มีแม่ พี่น้อง เป็นอย่างไร แต่คิดได้แน่ๆ เมื่อเติบโตขึ้น เธอจะให้ความรักกับเด็กมากที่สุด เท่าที่จะมากได้

อุบลเขียว