เมื่อองคุลิมาลชื่ออหิงสกะ

วันที่ 10 เมย. พ.ศ.2546

เมื่อองคุลิมาลชื่ออหิงสกะ

.....ข้อความโฆษณาภาพยนตร์ เพื่อดึงดูดความสนใจ กลายเป็นเรื่องราวให้ต้องถกเถียงกันเพื่อความถูกต้อง เพราะถ้อยคำเหล่านั้นมีผลต่อจิตใจและความเข้าใจของคนที่ไม่ได้ศึกษาอย่างลึกซึ้งโดยเฉพาะอิทธิพลของภาพยนต์ หรือละครทางโทรทัศน์นั้นมักสร้างความเชื่อให้กับผู้ชมได้มากกว่าข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่แท้จริงซึ่งอันตรายมากโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน

 

.....ขอทบทวนกลุ่มคำต้นเหตุที่เขาประชาสัมพันธ์ไว้ว่า "ดับทุกข์ด้วยการฆ่า" หรือศาสดาฆาตกร" "ดับทุกข์ด้วยการฆ่า สู่ศาสดาฆาตกร" และข้อความที่ว่า "1 ดาบด้วยการฆ่า 1,000 ชีพ เพียงเพื่อบรรลุสู่ธรรมแห่งนิพพาน"ถ้าอ่านข้อความเหล่านี้แล้ว รู้ได้ทันทีว่าผู้ตีความยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลอย่างเข้าใจถ่องแท้ เพราะตามตำรับตำรานั้น องคุลิมาลมีพฤติกรรมไล่ฆ่าฟันคนนับร้อยนับพันนั้นเพียงเพื่อต้องการวิชาซึ่งในตำราเรียกว่า "วิษณุมนต์" ไม่ได้หวังดับทุกข์ ไม่ได้หวังธรรมสู่นิพพาน การที่องคุลิมาลบรรลุธรรมและหาทางดับทุกข์นั้น เป็นเพราะมาบวชเรียนและฝึกตนตามพระบรมศาสดาต่างหาก อย่าเอาไปปะปนจนแปดเปื้อนมันคนละเรื่องกัน ครับ 

 

.....จากถ้อยคำที่ตีความผิดทำให้เกิดกระแสการต่อต้านจากองค์กรพุทธ และพระนักเทศน์ชื่อดัง เป็นข่าวใหญ่โตติดต่อกันหลายวันเชียวครับ ผลการตัดสินล่าสุดของคณะกรรมการเซ็นเซอร์ลงมติให้ เปลี่ยนชื่อองคุลิมาล เป็นอหิงสกะ พร้อมทั้งหั่นฉากรุนแรงออกบ้าง รวมทั้งเพิ่มข้อความที่หัวภาพยนต์ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องดัดแปลง ไม่ใช่ความจริง!

 

.....เรื่องการเปลี่ยนชื่อนั้น บางท่านอาจตามไม่ทันและไม่เข้าใจ อหิงสกะคือชื่อเดิมตั้งแต่ท่านเกิดแล้ว มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดไฟรุกศาสตราวุธจนได้รับคำทำนายว่าจะเป็นโจร ชื่ออหิงสกะจึงเกิดขึ้นมาเพื่อแก้เคล็ด ซึ่งแปลว่า "กุมารผู้ไม่เบียดเบียน"

 

.....ส่วนชื่อองคุลิมาลนั้นได้มาจากการไปไล่ฆ่าฟันผู้คนแล้วนำนิ้วมาร้อยเป็นพวงมาลา ชื่อ
องคุลิมาล จึงหมายความว่า "ผู้มีนิ้วมือเป็นพวงมาลา"นั่นเอง คนทั่วไปมักจะรู้จักองคุลิมาลมากกว่าอหิงสกะ แต่ถึงอย่างไรก็ตามกระบวนการติชมอย่างจริงจังของภาพยนต์เรื่องนี้ย่อมเป็นเครื่องบ่งชี้ให้กับสังคมอย่างหนึ่งว่า ยังมีผู้ที่สนใจเรื่องราวในพระพุทธศาสนากันอยู่บ้าง

 

.....ผมมองการทำหน้าที่ของทุกๆ ฝ่ายแล้วเห็นใจครับ ทุกขั้นทุกตอนคือการลงทุนทั้งสิ้น แม้ผลการลงมติของคณะกรรมนั้นผมว่า ท่านประนีประนอมอย่างที่สุดแล้ว แต่ผมไม่เข้าใจตรงจุดที่ว่า ทำงานใหญ่ระดับลงทุนหลายล้าน ใช้เวลาเป็นปีๆ ทำไมมองข้ามจุดที่เปราะบางและสำคัญที่สุดไปได้ ความเชื่อ ศาสนา ธุรกิจ และความบันเทิงแบบผิดพลาด ต้องแยกกันให้ออก และพิจารณาเอาใจใส่ทุกอย่างด้วยความรอบคอบที่สุดครับ จึงจะรอดพ้นอย่างเสมอตัว!!

 

นายตั้ม

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร