ราศรีอยู่ที่ไหน

วันที่ 17 เมย. พ.ศ.2546

ราศรีอยู่ที่ไหน



.....ยังอยู่ที่เทศกาลสงกรานต์ครับ

.....โดยเฉพาะปีนี้ผมเก็บผ้าผ่อนใส่กระเป๋ารีบแจ่นไปรอเล่นน้ำกับชาวเมืองที่เชียงใหม่โน้นแน่ะแม้ข่าวเรื่องหวัดเรื่องหวาด จะครึกโครมยังไง แต่ความคึกคักครื้นเครงของพี่ไทยที่นี่ยังเหมือนเคยครับสนุกสนานได้หลายวันคุ้มค่าหน่อย เพราะที่นี่เขามีเทศกาลเล่นน้ำกันหลายวัน ตอนแรกนึกว่าจะกลัวหวัดมรณะไม่กล้า ที่จะออกมาเล่นน้ำ

 

.....เพื่อนบอกว่าคนไทยหรือจะกลัวอะไรง่ายๆ ขนาดโรคเอดส์ยังเป็นกันได ้ ทั่วบ้านทั่วเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกประกาศมอบเงินอัดฉีดให้ตั้งเป็นล้าน แค่นี้เชื้อวัดก็วิ่งหนีกระจุยแล้วถ้าอย่างนี้เที่ยวสงกรานต์กันได้อย่างเบาใจครับ แต่ที่น่าหนักใจก็เห็นจะเป็นบรรดาพวกฉายเดี่ยวและสายเดี่ยว ที่หมดโอกาสเฉิดฉาย เพราะท่านรัฐมนตรีวัฒนธรรม ท่านขอร้องให้นุ่งซิ่นงดนุ่งสั้นสายเดียว งานนี้ผู้ที่ต้องการโชว์และต้องการชมก็เลยบ่นกันอุบ

 

.....ความจริงเที่ยวงานสงกรานต์ทั้งทีให้ความร่วมมือใส่ชุดพื้นเมืองแบบชาวเหนือหรือรามัญ แบบชาวพระประแดงก็เข้าท่าดีนะครับชายเสื้อม่อฮ่อม หญิงนุ่งซิ่นสวยงามดีออกครับ ถ้าทุกที่ทุกแห่งปรับใจทำให้ได้ก็ถือว่าช่วยกันฟื้นฟูส่งเสริมวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม เป็นสง่าราศรีให้กับผู้สวมใส่และเป็นประเพณีที่ดีงาม

 

.....เมื่อพูดถึงสง่าราศรีนึกถึงคำถามตามตำนานของสงกรานต์ขึ้นมา ที่ว่าท้าวกบิลพรหมเสด็จมาถามปัญหาแก่ธรรมกุมารสามข้อ คือ เช้าราศรีอยู่ที่ไหน เที่ยงราศรีอยู่ที่ไหน และตอนค่ำราศรีเรานั่นอยู่ที่ไหน เพียงคำถามสามข้อมีข้อต่อรองเดิมพันคือศีรษะของทั้งสองฝ่าย สุดท้ายธรรมกุมารได้ยินนกอินทรีย์คุยกันและเฉลยปัญหาให้ว่าราศรีแห่งมนุษย์นั้นอยู่ที่ร่างกายต่างวาระกัน คือ เวลาเช้าอยู่ที่หน้า มนุษย์จึงต้องล้างหน้าในตอนเช้า เวลาเที่ยงอยู่ที่อก มนุษย์จึงต้องปะพรมน้ำที่อกของตน ส่วนตอนค่ำนั้นอยู่ที่เท้า เมื่อธรรมกุมารตอบได้ถูกต้อง ท้าวกบิลพรหมจึงต้องตัดพระเศียรมอบให้ แต่เนื่องจากพระเศียรของท้าวกบิลพรหมนั้นมีอานุภาพมาก หากวางบนพื้นจะเกิดลุกไหม้ หากโยนขึ้นฟ้าฝนจะไม่ตก โยนลงน้ำ น้ำก็จะแห้งเหือด เลยเป็นเหตุให้ลูกทั้ง 7 ซึ่งเป็นนางสงกรานต์นำพานมาใส่ศรีษะท้าวกบิลพรหมปีละหนึ่งคน

 

.....ความมีสง่าราศรีของคนจะอยู่แค่ที่หน้าตา ร่างกาย หรือเสื้อผ้าที่สวมใส่นั้นคงไม่พอหรอกครับผมว่ามันต้องออกมาจากจิตใจของคนๆนั้น ด้วยลองสังเกตุตัวเองดูว่าเวลาที่ใจใสใจสบายไม่มีเรื่องกังวลใดๆมาทำให้ต้องขุ่นมัวหน้าตาเราจะสดชื่นผ่องใส แต่ถ้าใจยังกังวล ใจยังขุ่นมัวเราจะล้างหน้าล้างตาล้างจนเปื่อยทั้งตัวราศรีก็คงไม่อยู่กับตัวหรอกครับ ปรับที่ใจให้ผ่องใสตลอดเวลาได้เมื่อไหร่ราศรีจะจับให้ผ่องใสได้ตลอดทั้งวันครับ ไม่เชื่อต้องลองดู!!

นายตั้ม

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร