สมาธิเปลี่ยนชีวิต

วันที่ 01 สค. พ.ศ.2551

"เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว" วาทะของไอสไตน์ประโยคนี้แฝงความหมายที่ลึกซึ้งและเป็นอมตะเสมอ
เนื่องเพราะความเป็นไปของทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนมีความสัมพันธ์กัน

และในยุคที่คำว่า "สมานฉันท์" ติดหู ติดปาก เสียงไถ่ถามถึงสันติภาพอื้ออึงไปทุกตารางนิ้วบนแผนที่โลก หากทว่าภาพเหล่านั้น ยังห่างตาและห่างใจเพราะมนุษย์ยังมีเส้นแบ่ง หรือขีดเส้นแบ่งแยก หัวใจให้ห่างกันนั่นเอง

มีเรื่องน่าเปรมปรีดิ์เกิดขึ้นในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เส้นแบ่งต่างๆ ถูกลบออกไปและพาหัวใจมาร่วมค้นหาความเป็น
สันติสุขร่วมกัน

คุณเจเนตเอลลิส ชาวอเมริกัน จากเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เธอนับถือศาสนาคริสต์ แต่หัวใจของเธอเปิดกว้าง
นับถือยอมรับข้อดีของทุกนิกายและทุกศาสนาด้วย

คุณเจเนต เล่าว่า "วันหนึ่งฉันขับรถผ่านวัดภาวนาเท็กซัส และเห็นป้ายคำว่า ศูนย์ปฏิบัติธรรม ก็รู้สึกปิ๊งขึ้นมาทันที จึงแวะเยี่ยมชมและตั้งแต่ครั้งที่มาเยี่ยมชมวัด ดิฉันก็มีโอกาสได้ร่วมปฏิบัติธรรมด้วย ความจริงดิฉันก็เคยนั่งสมาธิมาเป็นเวลากว่า ๒๐ ปีแล้ว โดยวิธีการ คือ นึกถึงภาพที่ทำให้มีความสุข เช่น สายน้ำ ธารน้ำตก และในช่วงเวลาที่ใจสงบมากๆดิฉันจะรู้สึกว่าร่างกาย หายไปสู่ในที่ที่สงบ แต่สถานที่นั้นรู้สึกเหมือนมีใครสักคนอยู่ แต่ดิฉันก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร ซึ่งดิฉันมักจะเห็นแสงสว่างเป็นประจำ และทุกครั้งที่เกิดแสงสว่าง ภายในตัว ดิฉันจะรู้สึกมีความสุขมาก ซึ่งทำให้ดิฉันคิดว่า ไม่ว่าที่มาของความสว่างนั้นจะเป็นพระเจ้า (God) หรืออะไรก็ตาม แต่นี่คือแหล่งแห่งสันติสุข ที่ดิฉันอยากให้คนทั้งโลกได้เข้าถึงความรู้สึกนี้

หลังจากที่ดิฉันได้ศึกษาสมาธิตามคำสอน ของพระอาจารย์ ดิฉันได้ลองมานั่งด้วยวิธีการเอาใจไว้ที่ศูนย์กลางกาย ทำให้ใจของดิฉันเข้าสู่ภายในได้เร็วขึ้นกว่าที่เคยปฏิบัติมา มีความสุขอย่างง่ายๆ ได้รับความสุขมากยิ่งขึ้น อย่างที่ไม่เคย เป็นมาก่อน มีแสงสว่างเกิด ขึ้นภายในตัว แต่เป็นความสว่างที่ไม่ร้อน กลับรู้สึกสดชื่นมากๆ และ ทุกครั้งที่ดิฉันเห็นความสว่างเกิดขึ้น ดิฉันมีความสุข มาก แตกต่างกว่าที่เคยเป็นมาก่อน สมาธิทำให้ดิฉันรู้ว่า ไม่ว่าคุณจะนับถือศาสนาอะไร เพียงแค่ คุณหลับตา นำใจเข้าสู่ภายในตัวคุณก็สามารถพบกับความสุขที่แท้จริงได้ และทุกครั้งที่นั่งสมาธิ ทำให้ดิฉันรู้สึกหายเหนื่อย เหมือนกับว่า เราได้ชาร์จ แบตเตอรี่ ทำให้สดชื่นขึ้นมาทันที ทำให้ดิฉันรัก การนั่งสมาธิมากขึ้นเรื่อยๆ

จากจุดเริ่มต้นแสงสว่างภายในที่เธอมองเห็น นำไปสู่ความปรารถนาที่จะแบ่งปันเรื่องราวแหล่งแห่งสันติสุขภายในให้แก่ผู้คน

"ดิฉันได้ชักชวนเพื่อนคริสตศาสนิกชนจากที่ต่างๆ มาฝึกสมาธิ โดยได้นิมนต์พระอาจารย์จาก วัดภาวนาเท็กซัส ไปแนะนำสมาธิและพระพุทธศาสนาเบื้องต้น เพื่อนๆ ทุกคนให้ความสนใจ และส่วนใหญ่ ยังไม่มีความรู้เรื่องศาสนาพุทธมากนักจึงอยากจะเรียนรู้ และทำความเข้าใจให้มากขึ้น เพื่อจะนำสิ่งดีๆ มาใช้ดำเนินชีวิตและอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้ได้อย่างมีความสุข

เมื่อทุกคนตอบ "OK" รวมถึงพระอาจารย์ก็ "OK" ใจเราตรงกันจึงได้มีการรวมตัวกันนั่งสมาธิครั้งแรกที่บ้านเพื่อนของดิฉัน ในวันนั้นมีเพื่อนๆ มาเรียนการนั่งสมาธิ มีทั้งกลุ่มเพื่อนๆ ทั้งบาทหลวง และชาวคริสต์จากนิกายแคทอลิค และแบ๊บติสท์ รวม ๑๖ คน กล่าวได้ว่า ภาพของการประชุมรวมกันและนั่งสมาธิด้วยกันของผู้คนต่างศาสนา เพื่อค้นหาโลกใบเดียวกัน คือ โลกแห่ง ความสุขภายในในครั้งนี้เป็นภาพอันงดงามที่สุดภาพหนึ่งของโลก เพราะภาพนี้เต็มไปด้วยความสงบอันสว่าง และความสงัดอันเปี่ยมสุข

"เมื่อนั่งสมาธิเสร็จทุกคนต่างก็พูดเหมือนกันว่า "Peaceful" รู้สึกสงบภายใน อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และเพื่อน
ก็บอกว่า "ศูนย์กลางกายนี่ล่ะ คือแหล่งรวมของความสุขภายในอย่างแท้จริง"บาทหลวงจาก ยูนิตี้ เชิร์ช บอกว่า จะนิมนต์พระ ไปนำปฏิบัติธรรม ที่โบสถ์ทุกวันเสาร์ตอนเย็นด้วย

ดิฉันคิดว่า ข้อปฏิบัติบางประการของศาสนาคริสต์มีส่วนคล้ายคลึงกับหลักพระพุทธศาสนา โดย เฉพาะข้อที่ว่า
"ความรักอันบริสุทธิ์นั้นอยู่ภายใน และทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเริ่มต้นจากภายในตัวของเรา" ดิฉันรู้สึกชอบมาก ซึ่งตรงกับสิ่งที่หลวงพ่อ (พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)บอกว่า "สันติภาพเริ่มต้นจากสันติสุขภายใน" ทำให้ดิฉันมีความรู้สึกยอมรับในคำสอนของพุทธศาสนา และเวลาที่มาที่ศูนย์ ดิฉันและเพื่อนๆ ก็ปฏิบัติตามวัฒนธรรมชาวพุทธโดยไม่เคอะเขิน เช่น การสวดมนต์ ไหว้พระ เป็นต้น

หลังจากได้เข้าถึงแหล่งแห่งความสุขภายในคุณเจเนตก็ไม่ได้ละเลยการปฏิบัติธรรม ยังคงใส่ใจที่จะเอาใจใส่ดูแลความสงบ สว่าง ภายในอยู่เสมอ

"ปัจจุบันดิฉันนั่งสมาธิทุกวัน ถ้าวันไหนยุ่งมากๆ ดิฉันจะ "Movement Meditation" หรือ ตรึกสมาธิในทุกอิริยาบถ
ฉันหยุดการทำสมาธิไม่ได้ แต่ฉันสามารถหยุดใจในสมาธิได้ สมาธิสามารถช่วย แก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันของดิฉันได้เป็นอย่างดีี และช่วยทำให้ใจของดิฉันสงบมีสมาธิ มีสติอยู่เสมอเนื่องจากดิฉันจะต้องพูดและถ่ายทอดความรู้แก่นักเรียน นักศึกษา ผู้เข้าฟังบรรยายต้องเจอคำถาม มากมาย พบปะคนหลายแบบด้วยความสุข ที่เกิดจากภายใน จึงทำให้ดิฉันไม่เหนื่อยเลย สุดท้าย ดิฉันอยากจะบอกคนทั้งโลกว่าเราทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อใจของทุกคนมาหยุด ณ จุดเดียวกัน คือที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗

ใช่แล้ว..เราทั้งผองเป็นหนึ่งเดียวกัน หากใจ ของทุกคน เข้าถึงโลกภายในที่ทำให้ชีวิตมีความสุขและเมื่อใดที่โลกภายในใบนั้นแผ่ขยายห่มคลุมโลก ใบนอกที่เรายืนอยู่ โลกใบนี้จักเย็นลงได้ โดยอานุภาพ แห่งโลกภายในที่แผ่ขยายออกมานั้น

เมื่อเด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว ประโยชน์ อันใดเล่า ที่เราจะเด็ดให้ดาวสะเทือน เลิกเด็ดดอกไม้เลิกทำร้ายกันและกันแล้วมานั่งหยุดใจ ดอกไม้จะยังงามอยู่กับต้น ดวงดาวไม่สั่นไหว ผู้คนไม่ร้องไห้และความสงบสุขอันสว่างไสวจักเกิดขึ้นบนโลกทุกตารางนิ้ว

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร