“คนเราเกิดมาทำไม "

วันที่ 27 กย. พ.ศ.2550

 

คำถาม.....หลวงพ่อครับ ขอกราบเรียนถามว่า ถ้าจะบอกคนที่ยังไม่ได้เข้าวัดว่า คนเราเกิดมาทำไม เราจะมีวิธีอธิบายให้เขาเข้าใจอย่างง่าย ๆ ได้อย่างไรครับ

คำตอบ.....คนเราเกิดมาทำไม ถ้าเราจะตอบเป้าหมายสุดท้ายตามคติของพระพุทธศาสนา คือเกิดมาเพื่อกำจัดกิเลสให้หมดไป ทำพระนิพพานให้แจ้ง ถ้าตอบอย่างนี้ สำหรับคนยังไม่เคยเข้าวัดก็บอกว่า ต่างคนต่างกลับบ้านตัวเองดีกว่า ผู้ที่เข้าวัดเมื่อเวลาถูกญาติโยมถาม ก็มักจะตอบรวบยอดกันอย่างนี้แหละ

 

.....เป้าหมายชีวิตของคนเรานั้น จริง ๆ แล้วมีอยู่ ๓ ระดับด้วยกัน ภาษาชาวบ้านบอกว่า มีเป้าหมายบนดิน เป้าหมายบนฟ้า และเป้าหมายสูงสุดในชีวิตมนุษย์ไม่ว่าจะนับถือศาสนาไหนก็ตาม คือเป้าหมายเหนือฟ้า เป้าหมาย ๓ ข้อนี้ ชาวโลกทั่วไปที่ยังไม่ได้เข้าวัดเขายังไม่รู้จัก สิ่งที่จะต้องแนะนำเขาอย่างมากให้เขารู้ว่า เป้าหมายชีวิตของเขา หรือสิ่งที่จะยืนหยัดบนขาตัวเองให้ได้ คือ
 

.....ประการที่ ๑ เป้าหมายบนดิน ต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้ พูดง่าย ๆ ตั้งฐานะตัวเองให้ได้นั่นเอง ไม่ทำตัวให้เป็นภาระของใคร จะเลี้ยงตัวของเราให้ได้ มีอาชีพที่บริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นสัมมาอาชีวะ ถ้าเจอใครที่เขายังตั้งเนื้อตั้งตัวไม่ได้ ก็ต้องคุยกับเขาว่า เป้าหมายชีวิตของเขานั้น เกิดมาอย่างน้อยต้องทำตรงนี้ให้ได้ เมื่อไรบุคคลเหล่านี้ ตั้งเนื้อตั้งตัวมั่นคงขึ้นมาแล้ว ค่อยบอกเป้าหมายเขาต่อไป

 

.....ประการที่ ๒ เป้าหมายบนฟ้า คุณเอ๋ยเกิดมาเป็นคน จะเอาแค่ทำมาหากิน เลี้ยงชีพได้ ตั้งเนื้อตั้งตัวได้ ก็ยังไม่พอหรอก นั่นเป็นเพิ่งเบื้องต้นแค่ชั้นประถม ชั้นอนุบาลก็ว่าได้ แต่ว่าจะให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากว่าคนเราตายแล้วไม่สูญ ยังมีเรื่องชีวิตอยู่หลังความตาย มีนรกมีสวรรค์อยู่ เพราะฉะนั้น นอกจากตั้งเนื้อตั้งตัวให้ได้แล้ว เตรียมปิดนรก เปิดสวรรค์ให้กับตัวเองด้วย การจะบอกใครว่า ให้ปิดนรก เปิดสวรรค์ให้ตัวเองด้วยให้ได้นั้น ถ้าเขายังหาเช้ากินค่ำอยู่ มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจอยู่ จะพูดตรงนี้ยาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม สนับสนุนให้เขาตั้งเนื้อตั้งตัวให้ได้ พอเห็นเขามีแววตั้งเนื้อตั้งตัวได้ ก็เริ่มแนะให้เขารู้ว่า ชีวิตหลังความตายยังมี แล้วเมื่อเขาเริ่มสนใจ จึงเริ่มขยายความให้กับเขาว่า ปิดนรก เปิดสวรรค์ทำอย่างไร

 

.....พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า ถ้าจะปิดนรกให้ได้ คนเราจะต้องหัดทำใจใสให้เป็น ถ้าใจขุ่น นรกก็เปิดรอท่าอยู่ ถ้าใจใส สวรรค์ก็รอท่าอยู่ จากนั้นค่อยขยายความ เมื่อเห็นจังหวะว่า เขาไม่เดือดร้อนในเรื่องทำมาหากินจนเกินไป ก็บอกเขาเลยว่า คนที่จะปิดนรกให้ตัวเองได้นั้นต้อง

 

๑. ศรัทธาในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือพูดง่าย ๆ หัดฟังเทศน์ฟังธรรมไว้บ้าง

 

๒. รักษาศีล ถ้าไม่รักษาศีลเดี๋ยวจะไปทำกรรมชั่วเข้า วันธรรมดาก็รักษาศีล ๕ ให้ได้ ทีแรกอาจจะรักษาได้ทีละข้อสองข้อ อย่างไรก็ตามหนักเข้า ๆ เข็นให้ครบ ๕ ข้อให้ได้ ในที่สุดเขาจะรักษาศีลได้

 

๓. ทำบุญทำทาน ตั้งแต่โตขึ้นมา เอาแต่ทำมาหากิน มีแต่เอาผลประโยชน์จากโลกมาใส่ตัวอย่างเดียวไม่ได้แล้ว เราต้องให้กับโลกบ้าง เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ชวนเขาทำทานนั่นเอง จะทำทีละน้อย ทีละมาก ก็ให้เขาทำเถอะ จะทำบุญทำทานกับศาสนา หรือทำบุญทำทานสงเคราะห์โลกก็เอา ไม่ว่ากัน ขอให้ทำเถอะ

 

๔. ทำสมาธิภาวนา เมื่อเขามีศรัทธาในพระพุทธศาสนา รักษาศีลได้มั่นคงขึ้น รู้จักทำทาน เสียสละ ให้กับสังคมมาตามลำดับ แล้วเราก็เพิ่มพูนให้เขาไปเรื่อย ๆ ชวนมาวัดมาทำสมาธิมาทำภาวนา เป็นการเพิ่มภูมิปัญญาทางธรรมให้เขา

 

.....ประการที่ ๓ เป้าหมายเหนือฟ้า ถ้าทำอย่างที่หลวงพ่อว่ามาเรื่อย ๆ ปัญญาทางธรรมก็จะเกิด แล้วพอมีแววว่า พอตั้งเนื้อตั้งตัวได้พอสมควร มีความเชื่อและมีความมั่นใจในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพอสมควร แล้วจึงค่อยชวนไปนิพพาน นั่นคือเป้าหมายสุดท้าย ไม่ใช่เจอหน้าใครก็ชวนไปนิพพาน เดี๋ยวจะผิดหวัง เพราะเราหวังผิด ๆ ไป มองภาพตรงนี้ชัด แล้วค่อย ๆ ป้อนธรรมะไปทีละคำ เหมือนป้อนข้าวป้อนนมเด็กไปทีละคำ ทีละอึก เดี๋ยวเขาก็ไปสู่เป้าหมายสูงสุดในชีวิตได้โดยไม่อยากจน