ช่วยเหลือคนจน หรือควรทำบุญ

วันที่ 08 พย. พ.ศ.2550

 

คำถาม: หลวงพ่อเจ้าคะ อยากทราบว่า สังคมของเรา ขณะนี้เรามีคนจนอยู่มาก เราควรจะช่วยเหลือคนจน หรือทำบุญกับพระสงฆ์ดีเจ้าคะ

 

คำตอบ: พูดง่ายๆ คำถามของคุณโยมนี้ กำลังจะถามว่า “การสร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาล น่าจะดีกว่าการสร้างวัด ใช่หรือไม่” คำถามประเภทนี้คล้ายๆ จะถามว่า “เสื้อกับกางเกง อันไหนสำคัญกว่ากัน” ความจริงมันสำคัญด้วยกันทั้งคู่นะ ใส่เสื้อไม่ได้นุ่งกางเกงนี่ยุ่งเหมือนกัน นุ่งกางเกงไม่ใส่เสื้อ ก็ยุ่งอีกเหมือนกัน โดยรวมก็คือ ในเรื่องของการทำบุญกับวัด การสร้างวัดต่างๆ หรือในเรื่องของการสังคมสงเคราะห์ ก็คือการทำทานกับคน ทำบุญกับคน นั่นเอง สองอย่างนี้ต้องทำคู่กันไป

 

.....ถ้าถามว่า โรงเรียน คือ สถานที่สำหรับทำอะไร คำตอบ โรงเรียน คือ สถานที่ที่จะสอนให้คนเราฉลาด...ฉลาดเรื่องอะไร...ฉลาดในเรื่องเทคโนโลยีด้าน Material พูดอย่างง่ายๆ คือ ฉลาดในเรื่องของเทคโนโลยีทางด้านวัตถุ หรือฉลาดในเรื่องของการทำมาหากิน

 

.....ส่วนวัด คือ สถานที่ที่จะสอนให้คนเราฉลาดเหมือนกัน แต่ฉลาดในเรื่องด้านจิตใจ หรือฉลาดในด้านเทคโนโลยีทางใจ

 

.....ถ้าถามว่า โรงพยาบาล มีไว้ทำอะไร ตอบสั้นๆ โรงพยาบาลมีไว้สำหรับรักษาทางกายเป็นหลัก ส่วนวัดก็มีหน้าที่คล้ายๆโรงพยาบาล คือ รักษาโรคทางใจ ซึ่งจากที่กล่าวมา เรามาพิจารณากันดูนะ

 

.....โรงเรียนทางโลก ให้ความรู้ทางโลก หรือให้เทคโนโลยีทางโลกนั้น...ให้ไปเถอะ...ดี แต่ต้องระวัง เพราะว่าตั้งแต่โบราณแล้ว เขาได้พิสูจน์กันมากมายแล้วว่า ความรู้ทางด้านวิชาการ หากว่าเกิดกับคนพาล มีแต่นำความพินาศ นำความฉิบหายมาให้ เพราะว่า คนพาลจะเอาความรู้นั้น ไปใช้ในทางที่ผิด อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องระวัง ยกตัวอย่าง ไปเรียนวิชาวิศวะฯมา ถ้าเอามาก่อสร้างบ้านเรือน มาสร้างเครื่องยนต์ เครื่องจักร เครื่องใช้ มันก็ดี แต่ถ้าความรู้ชนิดนี้ มันไปตกอยู่กับมือโจร ตกอยู่ในมือของคนที่ขาดศีลขาดธรรม คนเหล่านั้นจึงนำเอาความรู้ทางด้านวิศวะฯไปทำระเบิดมาทำลายกัน

 

.....ตรงนี้เองจึงมาถึงหัวเลี้ยวหัวต่อว่า ถ้าอย่างนั้นสร้างโรงเรียนเมื่อไหร่ ควรจะอยู่ใกล้วัด หรือว่า โรงเรียนกับวัดอยู่ในที่เดียวกัน ซีกนี้ไว้สอนคน สอนนักเรียนให้มีความรู้ทางโลก นั่นซีกโรงเรียนอีกซีกของบริเวณนั้น สร้างวัด เอาไว้อบรมศีลธรรมให้ลูกหลานของเรา ถ้าอย่างนี้ ความรู้คู่กับศีลธรรม

 

.....แต่โบราณมาแล้ว สมัยปู่ย่าตาทวดของเรา โรงเรียนกับวัดอยู่คู่กัน เพราะฉะนั้น ลูกโตขึ้นมา เด็กโตขึ้นมา ก็ได้ทั้งความรู้แล้วก็ได้ทั้งความดี คือ มีศีลธรรมมากำกับ หรือว่าทั้งเก่งทั้งดี

 

.....ปัจจุบันนี้พอโรงเรียนออกไปจากวัด ลืมเอาโบสถ์ติดไปด้วย ทำให้ไม่มีอาคารสำหรับอบรมศีลธรรมให้โดยเฉพาะ แล้วเราก็มานั่งบ่นกันว่า เด็กยกพวกตีกัน เพราะฉะนั้น โรงเรียนกับวัดต้องสร้างไปด้วยกัน

 

โรงพยาบาล….โรคที่เกิดกับมนุษย์มี 2 ประเภท

 

1.โรคประจำสังขาร คือ หนีไม่พ้น ได้แก่โรคแก่ โรคเจ็บ โรคตาย โรคประเภทนี้ โรงพยาบาลถือว่า ไม่หนักหนาสาหัส รักษาได้อยู่แล้ว เป็นของธรรมดา

 

2.โรคแส่หามาเอง คือ กินเหล้ามาก็ได้หลายโรค เที่ยวกลางคืน เที่ยวคืนเดียวก็ได้อีกตั้งหลายโรคโกหกเขาก็ได้อีกหลายโรค ไปปล้น ไปคดไปโกงเขา ก็ได้อีกหลายโรค โรคเครียด โรคอะไรอีกสารพัด ตามมา เพราะแส่หามาทั้งนั้น โรคแส่หามาเองนี้ มาจากไหน...มาจากผิดศีล นั่นแหละ จึงต้องมี “เมาไม่ขับ” ความจริง “ไม่เมาเสียก็จบ แล้วก็ขับรถกันไป”

 

.....แล้วจะแก้อย่างไรสำหรับโรคที่แส่หามาเอง ก็ไปที่วัด สร้างวัดไว้ให้ดี นิมนต์หลวงพ่อ หลวงพี่ที่ชำนาญมาประจำไว้ที่วัดนั่นแหละ ให้ท่านอบรมศีลให้ อบรมธรรมะให้ ศีลและธรรมที่ท่านให้จะกลายเป็นวัคซีนป้องกันโรคแส่หามาเอง เพราะฉะนั้น ทั้งสร้างโรงพยาบาล ทั้งสร้างวัด ก็ต้องสร้างไปด้วยกัน

 

.....ดังนั้น คุณโยม...มีเงินมีทอง ก็มาช่วยกัน สังคมสงเคราะห์ จะไปสร้างโรงเรียนก็แบ่งไป สร้างโรงพยาบาลก็แบ่งไป อีกส่วนหนึ่งเอามาสร้างวัด เอามาบำรุงวัด เอามาบำรุงสงฆ์ นั่นแหละจะเป็นความสุข ความเจริญของประเทศชาติบ้านเมืองไทยของเรา รวมทั้งของโลกด้วย