กองทุนหนุนแรงใจ

วันที่ 30 เมย. พ.ศ.2551

     ย้อนไปถึงเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด ๔ ปี สร้างกระแสหวั่นวิตกให้กับคนไทยทั้งประเทศ เพราะไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมากเท่านั้น แต่ผลกระทบที่เกิดตามมานั้นเหลือคณานับ หนึ่งในปัญหาสำคัญสำหรับชาวบ้านที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้ คือปัญหาเด็กไร้การศึกษา และภาวะขาดแคลนครู เพราะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เปราะบาง เหมือนอยู่ท่ามกลางไฟสงครามที่เต็มไปด้วยอันตรายทุกฝีก้าว

ปัญหาหนึ่งที่สมาพันธ์ครูสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สะท้อนออกมา คือ ความโดดเดี่ยวของครูที่ต้องทำงานอยู่ท่ามกลางความหวาดระแวง วิตกกังวลถึงความปลอดภัยของตนเอง ทำให้เกิดความเครียดตลอดเวลา เมื่อเกิดปัญหาครูจะหยุดสอน เรียกร้อง หรือหลบหนีก็ทำไม่ได้ เพราะเป็นข้าราชการประจำ ทำให้อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ครูใต้ที่เคยเป็นแสงประทีปหลังกระดานดำ วันนี้เหมือนถูกลมพายุพัดแรง ต้องคอยประคองป้องเปลวประทีปไม่ให้มอดดับ แต่ละวันก่อนออกจากบ้าน ต้องมองหาอาวุธป้องกันตัวว่าพร้อมหรือยัง ครูใต้วันนี้ไม่ได้เตรียมการสอน สมุด ดินสอ เหมือนเดิมอีกแล้วแต่เมื่อก้าวพ้นขอบรั้วประตู ครูทุกคนจะคิดแค่ว่าจะทำอย่างไรให้เดินทางจากบ้านถึงโรงเรียนโดยปลอดภัย และเมื่อเลิกเรียนก็คิดกลับกันว่า ทำอย่างไรจะถึงบ้านโดยปลอดภัย จากการสำรวจเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๑ พบว่า มีแม่พิมพ์ของชาติในท้องถิ่นชายแดนภาคใต้ ต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบแล้ว ๗๑ คน และโรงเรียนถูกเผาไปแล้วกว่า ๑๙๖ โรงเรียน แสงสีแดงเพลิงฉายฉานเหมือนสัญญาณของการสูญเสีย ทั้งหยดเลือดและหยดน้ำตา ครั้งแล้วครั้งเล่า

แม้จะรู้สึกเจ็บปวด ขมขื่น และหวาดกลัวเพียงใด แต่ด้วยวิญญาณแห่งความเป็นผู้ให้ สองเท้าของครูจึงก้าวเดินสู่ประตูโรงเรียนอย่างมั่นคง เพราะยังมีสายตาใสซื่อของเด็กนักเรียนนับร้อย เฝ้ารอคอยความหวังจากครูเป็นที่พึ่ง ภาพคุณครูที่พาเด็กตัวน้อยร้องเพลงชาติไทยในยามเช้า ทำให้นึกถึงประโยคหนึ่งที่กล่าวไว้อย่างน่าประทับใจว่า มีโรงเรียนอยู่ที่ใด มีธงชาติไทยอยู่ที่นั่น ครู จึงเปรียบเสมือนผู้เชิญธงชาติไทยที่แท้จริง

จากการสูญเสียครูผู้ประสาทวิชาความรู้ และหยิบยื่นโอกาสที่ดีให้กับเยาวชนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ มูลนิธิธรรมกายได้ประจักษ์ชัดถึงความเสียสละของ คุณครูทุกคนอย่างน่าชื่นชมยกย่อง จึงจัดพิธีมอบกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้เป็นประจำทุกเดือน โดยอุปถัมภ์ของพระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) ประธานมูลนิธิธรรมกาย เพื่อระดมทุนช่วยเหลือครอบครัวของคุณครูทุกท่านที่อยู่ใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา ยะลา นราธิวาส ปัตตานี) เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับครูที่ยังปฏิบัติ หน้าที่อยู่ในภาคใต้ด้วยความมุ่งมั่นและอดทน กองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสำคัญในพิธีถวายปัจจัยไทยธรรม แด่คณะสงฆ์ ๒๖๖ วัดในพื้นที่ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจัดติดต่อกันเป็นประจำทุกเดือน โดยไม่เคยขาดเลยแม้แต่เดือนเดียว ต่อเนื่องเป็นปีที่ ๓ แล้ว

พิธีมอบกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ ครั้งที่ ๑ จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ณ หอประชุม โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ในพิธีถวายปัจจัยไทยธรรม ๒๖๖ วัด ในพื้นที่ ๔ จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ ๓๒

พิธีมอบกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ ครั้งที่ ๒ จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ณ หอประชุม โรงเรียนนราสิกขาลัย จังหวัดนราธิวาส ในพิธีถวายปัจจัยไทยธรรม ๒๖๖ วัด ในพื้นที่ ๔ จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ ๓๓

พิธีมอบกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ ครั้งที่ ๓ จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ณ หอประชุม ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา ในพิธีถวายปัจจัยไทยธรรม ๒๖๖ วัด ในพื้นที่ ๔ จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ ๓๔

โดยพิธีทั้ง ๓ ครั้ง ได้มอบกองทุนหนุนแรงใจ ช่วยครูใต้ไปแล้ว จำนวน ๑,๔๔๐ กองทุน เป็นจำนวน เงินทั้งสิ้น ๓,๐๗๐,๐๐๐ บาท

ความในใจครูผู้หยัดสู้นายวีรพัฒน์ แจ้งศิริ รองผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต ๑

ผมขอเป็นตัวแทนคุณครู ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอกราบแทบเท้า ขอบพระคุณพระเดช พระคุณหลวงพ่อธัมมชโย (พระราชภาวนาวิสุทธิ์) เป็นอย่างสูงครับ ที่ได้ช่วยเหลือให้กำลังใจครูใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบด้วย ๑๐ เขตพื้นที่ คุณครูทุกท่านรู้สึกปลาบปลื้ม ปีติยินดีมาก ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ เมตตาจัดให้มีกิจกรรมอย่างนี้ เพื่อให้กำลังใจคุณครูในพื้นที่ด้วย

โดยเฉพาะคุณครูที่อยู่ในท้องที่ที่ห่างไกลตามอำเภอต่างๆ ซึ่งเขาไม่เคยได้รับน้ำใจส่วนนี้จากใครเลย เพราะฉะนั้น เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้มอบกองทุนนี้แก่คุณครู เขาก็ดีใจมากเลยนะครับ ที่อย่างน้อยยังมีคนคอยช่วยเหลือ ให้กำลังใจ และเห็นความยากลำบากของพวกเขา ผอ.สุดสาย บุญช่วย ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดตันติการาม มิตรภาพที่ ๑๐๙ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต ๓

กองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้นี้ เป็นกองทุนที่เปรียบเสมือนเหล็กกล้าอันแข็งแกร่ง ที่ช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับด้ามขวานทองของชาวใต้ใน ๔ จังหวัดชายแดน นับว่าเป็นความมหัศจรรย์ของโลกอย่างหนึ่งก็ว่าได้.

สวรรค์มีตาจริงๆ ที่มองเห็นความทุกข์ของครูใต้ จึงได้ส่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยและผู้ใจบุญทั่วประเทศมาโปรด ทำให้พวกเราทุกคนมีพลังกาย พลังใจ ที่จะยืนหยัดไม่หวั่นไหวต่อเหตุการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ ให้ทุกคนมีความเข้มแข็งที่จะยืนหยัดสู้เพื่อผืนแผ่นดินไทย และธำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาสืบต่อไป...

ขอกราบขอบพระคุณพระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างสูง ที่ให้ความเมตตากรุณาต่อครูใต้ และทำให้คณะครูใต้มีความรู้สึกว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยวเดียวดาย น้ำใจทุกหยาดหยดที่ส่งไปนั้น ดิฉันครูใต้คนหนึ่งจะขอตอบแทนให้ถึงที่สุดตราบที่ชีวิตยังมีอยู่ค่ะ

ผอ.ธิดา วรรณลักษณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปอเนาะ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส

กองทุนฯ ครั้งนี้จะเป็นยิ่งกว่าของขวัญรางวัลที่มีค่า ที่ครูภาคใต้จะได้รับ ยิ่งกว่ากำลังใจทั้งมวลที่เรากำลังได้รับอยู่ ณ จุดนี้ ยิ่งกว่าทั้งหมดทุกสิ่งทุกอย่าง เราจะก้าวต่อไปในวันข้างหน้า

วันนี้มีความรู้สึกตืนตันใจมากๆ ที่ได้รับทราบว่า การทำความดีของพวกเรา การต่อสู้ของพวกเรานั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อรับทราบและก็บอกบุญต่อไปยังคนอื่นๆ ทั้งประเทศไทย และทั่วโลก ให้รู้ว่าครู ๔ จังหวัดภาคใต้นี้ทำงานด้วยความเหนื่อยยากแค่ไหน เมื่อก่อนพวกเราอาจจะเหนื่อยและก็ว้าเหว่ เราเหมือนคนหลงทางนะคะ เดินไปท่ามกลางความมืดไม่มีแสงสว่างอะไรเลย เวลาออกจากบ้านไปเรารู้สึกว่าเราเหงา ตอนเย็นเราจะได้กลับมาบ้านหรือเปล่า เราไม่แน่ใจในชีวิตของเรา เราต้องเดินทางเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่มีใครกล้าเข้าไป แต่ครูต้องเข้า เพื่อเข้าไปทำหน้าที่ตรงนั้น

ครูพงศ์สันต์ ศินทิพย์ โรงเรียนยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ก่อนเดินทางออกมาเช้านี้ ก็มีเหตุการณ์ที่มีทหารมาอยู่ตามซอย ตามหน้าบ้าน ทราบว่าจะมีการลอบวางระเบิด ก็รอจนสว่างก่อนถึงจะออกเดินทางมาได้ในวันนี้นะครับ เราอยู่ด้วยความผวาแต่ว่าเอาธรรมะเป็นที่ตั้ง เอาคุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง

กราบขอบพระคุณพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ที่ได้มอบกองทุนฯ ถือว่าเป็นกำลังใจอันสูงส่งจากหลวงพ่อ ที่เพื่อนครูใต้ของเราที่น้อมรับด้วยจิตใจที่เป็นบุญกุศลอย่างยิ่ง เพราะตระหนักถึงความสำคัญของครู ซึ่งส่วนใหญ่สอนอยู่ในพื้นที่มานานหลายสิบปี นับเป็นผู้ที่เข้าใจภาพรวมของปัญหาอย่างลึกซึ้ง ด้วยครูเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับเด็กและผู้ปกครองมากที่สุด มีความผูกพันกับชาวบ้านมานาน โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาระบบการศึกษา ที่ครูจะต้องเป็นผู้กำหนดทิศทางของเด็กไทยในอนาคต ด้วยการปลูกฝังคุณธรรมนำความรู้ และมีส่วนสำคัญในการ ร่วมสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้น ในการเชื่อมสัมพันธ์ ระหว่างคนในชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน

ดังจะเห็นได้จากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนและโรงเรียน คนที่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเป็นคนแรกก็คือ ครู เช่น คดีเผาโรงเรียน ๓๕ แห่งในวันเดียว เด็กไม่มีอาคารเรียน ครูก็ไปเกณฑ์ผู้ปกครองมาช่วยกันสร้าง สร้างแล้วยังไม่มีโรงอาหาร เด็กไม่มีที่นั่งกินข้าว ครูก็ไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านมาช่วยสร้างกันอีก โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณของทางราชการเลย นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของความสมานฉันท์ที่ยังดำรงอยู่ ในหลายๆชุมชน อันสืบเนื่องจากครูเป็นผู้นำ

วันวานของครูใต้ คือชีวิตบางๆ ที่แขวนระหว่างความปลอดภัยของตัวเอง กับการได้แนะนำ สั่งสอนความรู้แก่เยาวชนไทย จนกลายเป็นสองทางเลือกที่ต้องตัดสินใจ ว่าครูใต้จะอยู่อย่างไร และอยู่เพื่อใครในวันข้างหน้า

แต่วันนี้ เมื่อกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ได้เกิดขึ้น เรียกขวัญและกำลังใจกลับคืนมาอย่างมาก ครูจึงเลือกตัดสินใจเดินบนทางสายเดียวอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ นั่นคือ หยัดสู้ไม่ถอยหนี

เพราะทุกภาพแห่งความทุกข์ร้อนของครูใต้ที่เกิดขึ้น ชาวไทยทุกคนไม่อาจนิ่งนอนใจ ตระหนัก ว่ายิ่งสถานการณ์คับขันเพียงใด การส่งเสริมกำลังใจ และความช่วยเหลือยิ่งต้องดำเนินต่อไปมากขึ้น ซึ่งกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ นับเป็นขวัญและกำลังใจที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่ทำให้คุณครูทุกคนรับรู้ว่าท่านไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง แต่ยังมีอีกนับหมื่น นับแสนดวงใจคอยหยัดสู้เคียงข้าง โดยจะไม่มีวันยอมเลิกร้างกลางคัน จนกว่าสันติสุขจะบังเกิดขึ้นอย่างแท้จริง.