ครอบครัวของเรา หัวใจทองคำ

วันที่ 08 กย. พ.ศ.2551

 

.....วันนี้นอกจากเราจะได้มีโอกาส มานั่งพูดคุยถึงแรงบันดาลใจในการทำบุญของครอบครัวนี้แล้ว เรายังโชคดีกว่าทุกๆ ครั้ง เพราะเขาหยิบยื่นสมุดบันทึกส่วนตัวเล่มหนึ่งให้กับเรา ซึ่งจะได้มาดูกันว่า เขาเขียนความรู้สึกและแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ในการทำบุญครั้งนี้ไว้อย่างไร

 

.....บทความต่อไปนี้  คัดลอกมาจากสมุดบันทึกความรู้สึกส่วนตัวของครอบครัวทวีชัยถาวร  เจ้าของห้างทองทวีชัย  5 คุณไพศาล  คุณวรพจน์  ทวีชัยถาวร และคุณเสาวนี  หิรัณยศิริ

 

.....วันแรกที่เริ่มโครงการหล่อหลวงปู่หนัก ๑  ตัน  เราประกาศรับบุญ  ณ  วันนั้นทันทีเลย  เพราะการได้ร่วมบุญนี้  นับเป็นบุญลาภในชีวิตอย่างสูงสุด  เพราะพระเดชพระคุณหลวงปู่สด จนฺทสโร คือยอดแห่งมหาปูชนียาจารย์ ที่มีเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายไม่มีประมาณ


.....ผมทราบมาว่าการหล่อหลวงปู่ในครั้งนี้  คุณครูไม่ใหญ่มุ่งมั่นปั้นด้วยตนเองให้เป็น รูปหล่อที่เสมือนกับหลวงปู่มีชีวิตจริง  ในฐานะที่อาชีพของครอบครัวเราขายทองรูปพรรณมาตั้งแต่รุ่นพ่อ  รุ่นแม่  ส่วนภรรยาผมก็ขายกันมาตั้งแต่รุ่นปู่  อีกทั้งครอบครัวเรายังเป็นศิษย์คนหนึ่งของหลวงพ่อ 

 

.....ครอบครัวเราจึงขอนำความรู้ ความชำนาญ ที่มีอยู่มารับใช้งานพระศาสนา  โดยการมาถวายคำปรึกษาในการทำทองคำรูปแบบต่างๆ ที่สาธุชนนำมาถวาย ให้บริสุทธิ์ถึง ๙๙.๙๙% ซึ่งจะงดงามเหลืองอร่าม ในทุกสภาพ ทนต่อแดด  ฝน  กรด  ด่าง  ความร้อน  ความเย็น  แม้เวลาจะผ่านไปยาวนานพันๆ ปี  ซึ่งก็มาตรงกับคำทำนายของนอสตราดามุส ที่ว่าศิษยานุศิษย์จะนำทองคำออกมา หล่อเป็นรูปเหมือนองค์ท่านดังทองคำวิโรจน์ (คือ ทองคำที่สุกใสมากๆ)

 

.....ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ครอบครัวเราชอบทำบุญ แต่ทำบุญทางด้านสงเคราะห์โลก เช่น ทำกับโรงพยาบาล  โรงเรียนส่งเสริมอาชีพคนตาบอด  ฯลฯ  แต่ปัจจุบันนี้ ตั้งแต่มาศึกษาคำสอนในพระพุทธศาสนาจนละเอียดลึกซึ้งขึ้น  เราจึงพบว่า  เราต้องทำบุญในเนื้อนาบุญอันบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นด้วย  ถึงจะได้บุญมาก  ดังนั้น งานบุญใดที่เกี่ยวกับเนื้อนาบุญ  เราจึงทุ่มเทและตั้งใจทำให้ดีที่สุด  อย่างเช่นปีที่ผ่านมา

 

.....ที่ครอบครัวเราทำบุญสร้างหลังคามหารัตนวิหารค ก็เป็นเงินสะสมมาเกือบทั้งชีวิตที่ตั้งใจ จะมาสร้างบ้านให้ภรรยาและลูก  เพราะผมเองและภรรยาตรากตรำกันมามาก  แต่เมื่อครอบครัวเราทุกคนมาเข้าใจมโนปณิธานของหลวงพ่อ เราพ่อ แม่ ลูก จึงตัดสินใจให้ความสำคัญกับงานของพระพุทธศาสนาก่อน ส่วนเรื่องความสุขสบายส่วนตัวเรารอได้  เมื่อเราตัดสินใจทำไปแบบนี้  หากได้มองภาพย้อนกลับไปนึกถึงทีไร 

 

.....ใจก็ปลื้มไม่มีที่สิ้นสุด  และปีนี้ก็เช่นกัน  ครอบครัวเราได้ถวายทองหล่อหลวงปู่กันไปแล้ว ขณะที่ถวาย เราทุกคนตรึกระลึกถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่  ให้ใจเรามีแต่ท่านตลอดเวลา  หลังจากถวายไปแล้วเราก็มีความสุข  อิ่มเอมใจ  สุขใจ ปลื้มปีติสุดจะพรรณนา


.....ก่อนนี้ถ้ามีใครมาถามผมว่า  รักหลวงปู่สด จนฺทสโรไหม  ผมคงตอบโดยไม่ต้องคิดว่า  รักสิ  รักมากด้วย  แต่ถ้าถามว่า  แล้วคุณทำอะไรเป็นการแสดงความรักและความกตัญญูต่อหลวงปู่บ้าง  ผมคงต้องใช้เวลาคิดหรือคิดไม่ออกด้วยซ้ำ


.....ผมมีคติประจำใจอยู่ข้อหนึ่งว่า คนที่ไม่เคารพและกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ คบไม่ได้ เพราะขนาดพ่อแม่  ครูบาอาจารย์  ยังไม่เอาเลย แล้วเราเป็นใคร ผู้นั้นจะมาคบมาจริงใจกับเราย่อมเป็นไปไม่ได้
        

.....การตัดสินใจทำบุญหล่อหลวงปู่ครั้งนี้ ประการที่หนึ่ง เป็นบุญลาภของครอบครัวเรา ประการที่สองเป็นการแสดงความกตัญญูสูงสุดที่มีต่อท่าน เพราะท่านทำให้ครอบครัวเราทราบเรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องวัฏสงสาร การเวียนว่ายตายเกิด ตายแล้วไม่สูญ หรือการสร้างบารมีกับเนื้อนาบุญฯลฯ  โดยคำสอนของท่านผ่านมาทางหลวงพ่อ ดังนั้น หลวงปู่และหลวงพ่อจึงเป็นยิ่งกว่าครูบาอาจารย์ของผมและครอบครัวเสียอีก


.....ตั้งแต่เข้าวัดพระธรรมกายมาระยะหนึ่ง  ผมได้พยายามทำทาน  รักษาศีล  เจริญภาวนา  มีเหตุการณ์บางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้เกิดขึ้น  เช่น  ในฐานะทางเศรษฐกิจอย่างผมไม่น่าจะทำทานหลังคามหารัตนวิหารคดได้ 

 

.....และเมื่อทำไปก็น่าจะทำให้ภาวะการเงินต้องติดขัดอย่างแน่นอน  อีกทั้งหลวงพ่อบอกบุญใหญ่ใดๆ  ผมก็มักจะไม่ค่อยพลาดที่จะต้องทำ  และทำอย่างไม่มียั้ง แต่ดูเหมือนทำเท่าไรการเงินและธุรกิจก็ไม่เห็นติดขัด  ซึ่งถ้าดูตามตัวเลขแล้วการเงินคงต้องติดขัดอย่างแน่นอน  มันเหมือนกับว่าสมบัติถ้าใช้ทำบุญทำทาน  จะทำเท่าไรก็ไม่รู้จักพร่อง  หรือความรักและเคารพของพนักงานในปกครองดูจะมีมากขึ้น 

 

.....การทำงานของพนักงานก็ทำด้วยใจมากขึ้น  คนที่ต้องไปติดต่อหรือแม้แต่บ้านใกล้เรือนเคียงไม่เคยไหว้เราก่อน  เดี๋ยวนี้เจอเรากลับไหว้เราก่อน  (ทำให้รู้สึกงงพอสมควรและหาเหตุผลไม่ได้) ที่หลวงพ่อมีบุญใหญ่ให้เราได้สร้างบารมีทุกครั้ง  ทำให้ผมคิดถึงเพลงรถด่วนขบวนสุดท้าย  หากเราตามหลวงพ่อไม่ทัน  ก็เหมือนเราเกาะรถด่วนขบวนนั้นไปไม่ได้  แล้วคุณล่ะจะไปด้วยกันไหม  ผมคนหนึ่งล่ะ  ต้องตามให้ทัน  เพราะผมไม่อยากพลาดพลั้งพลัดไปอบาย  มันน่ากลัวน่ะครับ