มูลนิธิธรรมกาย ช่วยเหลือวัด คณะสงฆ์ และผู้ประสบอุทกภัย จ.หนองคาย

วันที่ 25 สค. พ.ศ.2551

 

             การช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรตามวัดต่างๆ  รวมทั้งชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยจากแม่น้ำโขง  จังหวัดหนองคาย ระหว่างวันที่ 14  ถึง  17   สิงหาคม พุทธศักราช   2551
            จากการที่ประเทศจีนได้ปล่อยน้ำจากเขื่อนลงสู่แม่น้ำโขงที่ผ่านมา   ทำให้ระดับน้ำแม่น้ำโขงสูงกว่าปกติ และไหลบ่าทะลักเข้าสู่จังหวัดหนองคายอย่างรวดเร็ว   จึงทำให้เกิดอุทกภัยอย่างรุนแรงในครั้งนี้   ได้แก่    อ.สังคม  อ. ศรีเชียงใหม่ อ. ท่าบ่อ และ อ.เมือง ในบางส่วนด้วย
            จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้  วัดต่าง ๆ  พระภิกษุสามเณร  รวมทั้งชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน  ต้องอพยพมาอาศัยอยู่ริมถนน ไฟฟ้า ถนนถูกตัดขาดในหลายพื้นที่  บ้านเรือนหลายหลังถึงกับทรุด พัง ไปตามกระแสน้ำ โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดการเรียนการสอนโดยไม่มีกำหนด   เพราะนักเรียนไม่สามารถเดินทางไปเรียนหนังสือได้
            ส่วนพระภิกษุสามเณรก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน   ต้องอาศัยอยู่บนศาลาการเปรียญ พระอุโบสถ เพราะไม่สามารถทิ้งวัดได้เพราะเกรงว่าของมีค่าในวัดจะถูกขโมยไป การขบฉัน ความเป็นอยู่ของพระภิกษุสามเณรกว่าพันรูปได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก   เพราะออกบิณฑบาตไม่ได้ ทั้งชาวบ้านไม่สามารถเดินทางมาใส่บาตรได้ เพราะถนนถูกตัดขาด ไฟฟ้าไม่มีใช้ ห้องสุขาไม่มีใช้   จึงทำให้การขับถ่ายเป็นไปอย่างยากลำบาก
            พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)   เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และประธานมูลนิธิธรรมกาย ได้ทราบความเดือดร้อนดังกล่าวแล้ว   จึงได้มอบหมายให้พระมหาบุญพรหม  จารุปุญโญ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน พระอาจารย์ใหญ่โรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดอัมพวัน และคณะกัลยาณมิตรจังหวัดหนองคาย เป็นตัวแทนนำข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค และน้ำดื่ม ไปช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรและชาวบ้านอย่างเร่วด่วน
            เริ่มต้นได้มีการขนข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค และน้ำดื่ม จากวัดพระธรรมกาย โดยใช้รถบรรทุกสิบล้อจำนวน  8  คัน  บรรทุกข้าวสารอาหารแห้ง ฯลฯ และออกเดินทางออกจากวัดพระธรรมกายในคืนวันที่ 14 สิงหาคม และมาถึงศาลากลางจังหวัดหนองคายในเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันที่ 15   จากนั้นเวลา 09.00 น. พระมหาบุญพรม พร้อมด้วยคณะได้นำข้าวสารอาหารแห้งไปมอบให้กับพระครูปริยัติจันทคุณ เจ้าคณะตำบลหนองปลาปาก เขตหนึ่ง อำเภอท่าบ่อ ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลาปาก เพื่อนำไปช่วยเหลือพระภิกษุสามเณร และชาวบ้าน
            จากนั้น  เวลา 15.00 น. พระราชธีราภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วย พระมหาบุญพรหม จารุปุญโญ   คณะกัลยาณิมตรจังหวัดหนองคาย ตัวแทนพระราชภาวนาวิสุทธิ์   นายวีระพงษ์ สารบรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดหนองคาย และนายสุรศักดิ์ โสตะวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองท่าบ่อ ได้ร่วมกันมอบข้าวสารอาหารแห้ง ต่อนายเจด็จ มุสิกวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ณ ศาลากลาง เพื่อนำไปช่วยเหลือพระภิกษุสามเณร และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป
            หลังจากนั้นทางคณะฯ   ได้มุ่งสู่อำเภอศรีเชียงใหม่     เนื่องจากเป็นเวลาจวนพลบค่ำ และแม่น้ำโขงได้อยู่สภาวะเชียวกราก  ได้ทหารจากหน่วย นปข.นำข้าวสารอาหารแห้ง ไปช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำโขง   ในอำเภอศรีเชียงใหม่   และนำข้าวสารอาหารแห้งลงเรือเล็กขนาด 5 เมตร จำนวน 3  ลำ   มุ่งสู่วัดหาดปทุม วัดกลาง และวัดช้างเผือก ซึ่งวัดดังกล่าวถูกน้ำท่วมสูงมากกว่า  3  เมตร
            เช้าวันที่ 16 สิงหาคม   พระมหาบุญพรหม พร้อมด้วยคณะได้นำข้าวสารอาหารแห้งไปมอบให้กับพระภิกษุสามเณรตามวัดต่างๆ ในเขตอำเภอท่าบ่อ     ดังต่อไปนี้        วัดเทพนิมิตสถิตย์ฐาราม วัดศิลาเลข วัดศรีสุธรรม วัดคุ้มประดิฐษ์    และวัดแก้ววิจิตร วัดเทพนิมิตรฯ   และวัดแก้ววิจิตร  ซึ่งน้ำท่วมถึง  3   เมตร
            บ่ายวันที่ 16  คณะกัลยามิตรจังหวัดหนองคาย   และนายกเทศมนตรีเมืองท่าบ่อ  ได้นำข้าวสารอาหารแห้งไปมอบให้กับพระภิกษุสามเณรที่ วัดสระสุวรรณ วัดปากท่อ วัดสุคนธาราม วัดธาตุปากนาง ตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อ
            ต่อด้วยไปยังวัดท่าคกเรือ อำเภอศรีเชียงใหม่   เพื่อมอบข้าวสารอาหารแห้งไปถวายพระอธิการจีราวัฒน์ ธีรวังโส เจ้าอาวาสวัดท่าคกเรือ   เพื่อนำไปช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรและชาวบ้าน หลังจากนั้น ได้เดินทางไปยังวัดแก่งศิลา อำเภอสังคม เพื่อทำพิธีมอบข้าวสารอาหารแห้งให้กับพระพุทธสารสุธี เจ้าคณะอำเภอสังคม โดยมี พระราชธีราภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย เป็นประธานมอบในครั้งนี้
            ในวันที่ 17 -18  สิงหาคม  คณะให้การช่วยเหลือได้นำเครื่องบริโภค   ไปมอบให้กับวัดในอำเภอท่าบ่อ   เพราะเนื่องจากน้ำยังท่วมสูงอยู่   ได้แก่   วัดสุมังคลาราม     วัดโกการาม วัดธรรมเจดีย์ วัดหาดอน วัดโพธิชัย วัดจอมทอง วัดเจียมปรางค์ และวัดอื่นๆ อีกหลายวัด    ส่วนวัดเจียมปรางค์นั้นได้รับความเสียหายหนัก   กำแพงวัดได้พังทลายไปทั้งแถบ  สถานการณ์น้ำท่วมได้เริ่มลดลงในช่วงเย็นของวันที่ 17 กระแสน้ำแม่น้ำโขงได้ไหลลงสู่จังหวัดนครพนม   และมุกดาหารและเริ่มไหลทะลักเข้าสู่ วัด หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงแล้ว
            ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้พอ ๆ กันกับเมื่อปี พ.ศ.  2509 ในครั้งนั้นได้เกิดพนังกั้นน้ำพังจึงทำให้แม่น้ำโขงไหลทะลักเข้ามาในจังหวัดหนองคาย   และจังหวัดที่ติดอยู่กับริมแม่น้ำโขง  ปี พ.ศ.2545    ก็เกิดจากพายุฝนแต่ก็ไม่ท่วมหนักเท่ากับปีนี้ ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุหนองคายได้รายงานว่า อำเภอสังคมน้ำท่วมหนักมาก   และเป็นอำเภอแรกที่ได้รับผลกระทบ
            ทั้งนี้วัดและพระภิกษุสามเณร   ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยจำนวน 25 วัด พระภิกษุสามเณรจำนวน 140  รูป อำเภอสังคมมีจำนวนวัดที่ได้รับความเดือดร้อน 15 วัด มีพระภิกษุสามเณร 50  รุป อำเภอท่าบ่อมีวัดที่ได้รับความเสียหาย   จำนวน  21  วัด พระภิกษุสามเณร จำนวน  108  รูป.