คุณานันทเถระ ผู้กอบกู้พระพุทธศาสนาในศรีลังกา ตอนที่ ๑

วันที่ 30 มิย. พ.ศ.2553

ตอนที่ ๑

กำเนิดท่านคุณานันทเถระ บุคคลประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา

เกาะศรีลังกา ครั้งหนึ่ง พระพุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรื่องต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนาน จนกระทั่งถึงยุคล่าอาณานิคม ประมาณปี พ.ศ. ๒๐๔๘ ถึง พ.ศ. ๒๔๙๑ ศรีลังกาถูกชาติตะวันตกหลายชาติ เช่น ฮอลันดา โปรตุเกส และอังกฤษ ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามารุกราน ช่วงชิงทรัพยากรเป็นเวลารวมกัน ๔๐๐ กว่าปี นอกจากศรีลังกาจะเสียเอกราชทางการเมือง การปกครองแล้ว ผู้ครอบครองใหม่ก็ยังมุ่งจะทำลายล้างพระพุทธศาสนา ให้หมดไปจากผืนแผ่นดินของเกาะแห่งนี้ พระพุทธศาสนาในศรีลังกาจึงตกอยู่ในยุคมืด ชาวพุทธถูกกดขี่ข่มเหง ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ราวกับว่าถูกต้อนจนเกือบจะตกทะเล ชาวพุทธรู้สึกสิ้นหวัง ท้อแท้ไปทุกหย่อมหญ้า

ตัวอย่างการกดขี่ข่มเหง เช่น รัฐบาลสั่งห้ามชาวพุทธประชุมกันประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยเด็ดขาด วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาถูกยกเลิก เช่น วันวิสาขบูชา ไม่ให้เป็นวันหยุดอีกต่อไป แล้วประกาศวันหยุดจากศาสนาของผู้ที่ครอบครองใหม่แทน และรัฐก็สนับสนุนให้มีการเฉลิมฉลองของศาสนาอื่นกันอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ตำแหน่งชั้นสูงในวงการราชการ ก็ถูกสงวนไว้ให้ศาสนิกของผู้ที่เข้ามาครอบครองใหม่เท่านั้น สำหรับชาวพุทธ หากใครไม่ยอมเปลี่ยนศาสนา ก็จะได้รับตำแหน่งชั้นล่างๆ มีวัดร้างเพิ่มขึ้น ที่ดินและทรัพย์สินของวัดร้างถูกยึดไปเป็นของรัฐ หรือของศาสนาอื่นส่วนพระภิกษุ จะถูกวัยรุ่นศาสนาอื่นแสดงอาการดูหมิ่น ล้อเลียนในที่สาธารณะ ศาสนิกอื่นเขียนหนังสือบทความลงตีพิมพ์โจมตีพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่

แต่กรุงศรีลังกายังไม่สิ้นคนดี ในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๓๖๖ คือเมื่อประมาณ ๑๘๐ ปีที่ผ่านมา เด็กชายคนหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวของชาวสิงหล แต่เนื่องจากขณะนั้นศรีลังกาอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ เขาจึงได้ชื่อเป็นภาษาฝรั่งว่า ไมเคิล ในวัยเด็ก หนูน้อยไมเคิลมีนิสัยที่ดี คือ เป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่ศึกษา กล้าแสดงความคิดเห็น มีความทรงจำเป็นเยี่ยมและเปี่ยมไปด้วยวาทศิลป์ ไหวพริบ และปฏิภาณ

เมื่อหนูน้อยไมเคิลอายุได้ ๑๒ ปี ก็ได้พบการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต เขาได้ไปเที่ยวงานวัดบนภูเขาแห่งหนึ่งที่วัดกุมารมหาวิหาร ซึ่งอยู่บนเกาะโดดันดุวะ เขตอำเภอกอลล์ ได้ช่วยงานวัดเป็นอาสาสมัครอยู่ในงานบุญ จึงรู้สึกอิ่มเอิบ เบิกบานอยู่ในเขตบุญสถานแห่งนี้เป็นอย่างมาก แล้วก็ได้ตัดสินใจขอบวชเป็นสามเณรที่วัดนั้น และได้รับนามว่า คุณานันทะ ซึ่งเป็นชื่อที่ชาวศรีลังการู้จักกันดี ท่านเป็นบุคคลสำคัญท่านหนึ่ง ในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนามาถึงทุกวันนี้

ในวันบรรพชาของสามเณรคุณานันทะ ท่านได้เทศน์โปรดญาติโยมในทันที คือ บวชวันนั้น ก็เทศน์วันนั้นเลย การเทศน์กัณฑ์แรกในชีวิตของท่าน มีผู้ฟังเป็นพันๆคน เนื้อหาการเทศนากล่าวถึงพระพุทธประวัติ เทศน์เป็นเวลานานถึง ๓ ยาม (ยามหนึง มี ๔ ชั่วโมง ๓ ยาม รวมเท่ากับ ๑๒ ชั่วโมง) โดยที่ผู้ฟังไม่รู้สึกอยากกลับบ้านเลย ทั้งที่เป็นการเทศน์โต้รุ่ง ผู้คนก็ร่ำลือถึงความสามารถ และความสง่างามของสามเณรไปทั่วประเทศ

แต่ทว่า สามเณรน้อยวัย ๑๒ ขวบ หลังจากบรรพชาแล้ว หาได้หลงใหลในคำสรรเสริญเยินยอแต่อย่างใด เป็นที่น่าแปลกว่า แม้สามเณรเป็นเด็กวัยวิ่งเล่นก็ตาม ท่านกลับมีคุณสมบัติพิเศษหลายประการด้วยกัน คือ รักการฝึกฝนอบรมและปรับปรุงตัวเองเป็นอย่างมาก ฝึกแสดงธรรมอย่างสม่ำเสมอ จนเกิดความเชี่ยวชาญยิ่งขึ้นไป ทั้งสอนตนเองได้ว่า จะต้องรับภาระงานพระพุทธศาสนาอันยิ่งใหญ่ อีกทั้งได้พัฒนาพื้นฐานทางด้านวิชาการศาสนาเพื่อเตรียมรับมือกับภารกิจที่สำคัญและท้าทายยิ่งในอนาคต

เมื่อสามเณรคุณานันทะอายุได้ ๒๑ ปี ท่านได้อุปสมบทที่วัดทีปทุตตาราม ในเมืองโคลัมโบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่ของศาสนานั้น พระภิกษุคุณานันทะ มีบุคคลิกที่ไม่เหมือนกับชาวพุทธทั่วไป ชาวพุทธทั่วไปนั้น เมื่อถูกรุกรานอย่างไม่เป็นธรรมจากศาสนาอื่น ส่วนใหญ่มักจะอยู่นิ่งเฉย พร้อมใจกันวางอุเบกขา ไม่กล้าเผชิญหน้าหรือโต้ตอบกันตรงๆกับฝ่ายที่มารุกราน ได้แต่แผ่เมตตาให้แก่ผู้มารุกรานแต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้ปรับปรุงสิ่งใดๆให้ดีขึ้น และพากันดูดาย ไม่กระตือรือร้นที่จะร่วมมือกันขจัดภัยพาลของพระพุทธศาสนา

ผลจากการที่ท่านเป็นสามเณรที่ดี รักการฝึกฝนตนเองอย่างยิ่งยวด รักและหวงแหนพระพุทธศาสนาตั้งแต่เยาว์วัยเมื่อได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว ก็ทำให้ท่านคุณานันทะเป็นพระภิกษุที่ดี มีศีลาจารวัตรงดงาม น่าเลื่อมใส

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร