จุดเปลี่ยน.. คุณประพุทธ กำลังเอก (๑)

วันที่ 21 กค. พ.ศ.2553

ไม่พบที่สุดของการแสวงหา จนกระทั่งมาพบจุดเปลี่ยนที่ใช่

อบรมธรรมทายาทและอุปสมบทหมู่ รุ่นพิเศษ พ.ศ. ๒๕๕๐

ปริญญาโท สาขาบริหารคอมพิวเตอร์ London School of Economics

 

เมื่อพูดถึงนามสกุลกำลังเอก ทำให้นึกถึงพลเอก อาทิตย์ กำลังเอก อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งในวันนี้ เราได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับคนใกล้ชิดท่านที่สุดคนหนึ่ง คุณประพุทธ กำลังเอก หรือคุณดุ๊ก ลูกชายหน้าใส ที่มีคุณแม่ คือ คุณพรสรร กำลังเอก (พระประภา)

คุณดุ๊กเติบโตขึ้นในสังคมที่แวดล้อมไปด้วยความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและคริสต์ศาสนา เพราะเกิดที่สหรัฐอเมริกาและบินไปเรียนที่อังกฤษตั้งแต่ ๘ ขวบ จนกระทั่งคว้าปริญญาโท สาขาบริหารคอมพิวเตอร์ จาก London School of Economics กลับมาฝากคุณพ่อคุณแม่ที่เมืองไทย

แต่นาทีนี้ เขากลายเป็นต้นแบบและเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นถัดมาให้ได้เดินตามหลังอีกจำนวนไม่น้อย แม้บางคนจะบอกว่าเขาคือหนุ่มไฮโซ ที่ไม่ค่อยชอบออกงานสังคมมากนัก แต่หากมารู้จักเขาให้ลึกซึ้งขึ้น เราจะค้นพบสัจธรรมอะไรบางอย่าง กับคำพูดที่วา “ผมเป็นคนหลุดแนว และเป็นคนเปิดกว้างทางความคิด” ซึ่งแก่นสารตรงนี่แหละ..ทำให้คุณดุ๊กเป็นผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย

“ตั้งแต่ผมเรียนจบ ก็บินกลับเมืองไทย มาทำธุรกิจด้านเว็บไซต์ และทำด้านกีฬาฟุตวอลเล่ย์ ซึ่งเป็นกีฬาลูกผสมระหว่างฟุตบอลกับวอลเล่ย์บอล จะเล่นกันที่ชายหาด สนุกมาก แต่ยังไม่ค่อยบูมในเมืองไทย ผมจึงปิ๊งขึ้นมาว่า .. คนไทยเราน่าจะมีโอกาสและมีความเป็นไปได้ในการไปคว้าแชมป์โลกในกีฬาประเภทนี้ ผมจึงบุกเบิกและก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้น”

คุณดุ๊กได้นำทีมนักกีฬาเวียนไปแข่งขันที่ประเทศกรีซ บราซิล สเปน และอีกหลายๆประเทศ จนสามารถคว้าอันดับ ๔ ของโลกมาแล้ว ทั้งๆที่เพิ่งเริ่มทำได้เพียง ๕ ปี โดยมีคุณแม่เป็นผู้ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด และอยู่ในฐานะผู้จัดการทีมชาติ

คุณดุ๊กได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างดีจากคุณพ่อคุณแม่ที่มีฐานะดี และเกิดในตระกูลที่มีชื่อเสียง อีกทั้งยังดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานบริหารถึง ๒ บริษัท คือ บริษัทแชดไดเร็กทอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทฟุตวอลเล่ย์ จำกัด

บางคนอาจมองว่าผมเป็นคนมีความพร้อมในทุกด้าน ดูดี มีความสุข แต่ทำไมผมต้องแสวงหาอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา เป็นเพราะในวัยเด็ก ขณะที่ผมนั่งดูหนังอยู่กับคุณแม่ และเห็นคนตาย ผมจึงถามคุณแม่ว่า..

“คนเราเกิดมาต้องตายหรือครับ”

คุณแม่ตอบว่า “ใช่”

ผมก็ถามต่อว่า “แล้วคุณแม่ก็ต้องตายหรือ”

คุณแม่ก็ตอบว่า “ใช่ คนเราเกิดมาต้องตายทุกคน”

อย่างนี้แสดงว่า อีกหน่อยคุณแม่ที่ผมรักที่สุดก็ต้องตายจากผมไป และผมก็ต้องตายด้วยงั้นหรือ???

ตอนนั้นทำให้ผมรู้สึกแย่ ผมร้องไห้โฮ รู้สึกเซ็งชีวิตและผิดหวังเอามากๆ จึงมีความคิดว่า งั้นโตขึ้นผมต้องรวยให้ได้มากๆ และจะเอาเงินมาทุ่มค้นคว้าหาวิธีการทำให้คนไม่ตาย อาจเป็นหุ่นยนต์ หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้คนเป็นอมตะ

ตั้งแต่วันนั้น ความรู้สึกนี้มันเลยฝังใจ ทำให้ผมพยายามแสวงหาคำตอบที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตมาตลอด จนกระทั่งมาพบคำตอบที่ใช่ในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะช่วงที่เรียนอยู่อังกฤษ ผมแสวงหาหนังสือประเภทธรรมะมาอ่าน และสนใจการปฏิบัติธรรม จนกระทั่งกลับมาเมืองไทย จึงแสวงหาและศึกษาธรรมะมากขึ้น ทดลองปฏิบัติมาหลายแห่ง แต่ไปมากี่ที่ก็เหมือนยังไม่พบที่สุดของการแสวงหา จนกระทั่งได้มาบวช..”

 

- - - จุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณประพุทธได้บวชคืออะไร ติดตามได้ในจุดเปลี่ยนตอนต่อไป - - -

 

ขอขอบคุณหนังสือ จุดเปลี่ยน

สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗

ห้ามนำไปใช้ประโยชน์ทางการค้าหรือหากำไร ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดและต้องรับโทษตามกฎหมาย