บุญสังฆทาน ครั้งที่ 10

วันที่ 15 มีค. พ.ศ.2549

บุญสังฆทาน ๒๖๖ วัด ครั้งที่ ๑๐

กำลังใจถึงใจแด่คณะสงฆ์และชาวใต้

 

เป็นครั้งที่ ๑๐ แล้วสำหรับ พิธีถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ ๒๖๖ วัด และพิธีทำบุญอุทศส่วนกุศลแด่ผู้วายชนม์ในเหตุการณ์ความไม่สงบ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยครั้งนี้จัดขึ้นที่จังหวัดนราธิวาส ณ อาคารประวิช – สุคนธา เลาหะกุล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๙ ทำให้ช่วงเวลาแห่งบุญกุศลและความอบอุ่นใจกลับมาอีกครั้ง ตั้งแต่เช้าตรู่ชาวนราธิวาสได้ถวายภัตตาหารเช้าคณะสงฆ์ที่มาร่วมงาน จากนั้นสาธุชนทยอยลงทะเบียนเพื่อเป็นผู้แทนถวายปัจจัยไทยธรรม

พิธีการเริ่มเวลา ๘.๐๐ น. เป็นพิธีตักบาตรอาหารแห้ง โดย นายประชา เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้น นายบุญชวน บัวสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส กล่าวรายงาน แล้วประธานกล่าวเปิดงาน อาราธนาศีลพร้อมกัน และกล่าวคำถวายสังฆทาน (บาลี/ไทย) จากนั้น พระราชคุณาธาร เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส ประธานฝ่ายสงฆ์ กล่าวสัมโมทนียกถาและให้พร จากนั้นคณะสงฆ์แปรแถวรับบาตร แล้วสาธุชนใส่บาตรพร้อมกัน

เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นกิจกรรม เสวนาธรรมเหตุการณ์ปัจจุบัน วิทยากร ได้แก่ นายประชา เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส , พ.ต.อ.ไพบูลย์ จ้อยกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส, ผู้พิพากษาพิสิฐ นิ่งน้อย หัวหน้าศาลจังหวัดนราธิวาส

    โดยนายประชา เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวว่า “ ถ้าหากทุกคนมีความคิดที่แตกแยก ต่างความคิดเราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร เพราะประเทศไทยให้สิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา ปฏิบัติศาสนกิจ เราจะต้องจะแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง เพราะในปัจจุบันจิตใจของคนตกต่ำลง เนื่องจากคนห่างไกลจากศาสนา ศีลธรรม ความดีงาม จึงเป็นเหตุให้จิตใจอ่อนแอ สามารถทำความชั่วได้ง่าย ดังนั้นการจัดงานในครั้งนี้เหมือนเป็นการฟื้นฟูสิ่งที่ดีงาม และเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนรู้จักการทำบุญ”

ด้าน พ.ต.อ. ไพบูลย์ จ้อยกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ได้ขอความร่วมมือจากประชาชน อยากให้มีการแจ้งเบาะแส เพื่อที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีข้อมูลในการทำงาน และพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เต็มกำลังเพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชน

จากนั้นผู้พิพากษาพิสิฐ นิ่งน้อย หัวหน้าศาลจังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีการจัดงานนี้ขึ้นมา เพราะทำให้เกิดขวัญกำลังใจในการสร้างความดี พร้อมทั้งกล่าวชื่นชนทุกฝ่ายที่มีส่วนในการจัดงาน เนื่องจากตนคิดว่า คณะที่มาจัดงานล้วนมีความตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยไม่หวั่นเกรงต่ออุปสรรคและภยันตราย และขอให้พุทธบุตรอยู่เป็นเนื้อนาบุญแก่พุทธศาสนิกชนต่อไป

และในเวลา ๑๐.๐๐ น. พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้วายชนม์ในเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยมี พระศรีสุธรรมเมธี รองเจ้าคณะจังหวัด เริ่มด้วยวีดิโอประมวลภาพครั้งที่ ๙ จากนั้น นายทวีชัย ชัยสุวรรณ ประธานศูนย์กัลยาณมิตรจังหวัดสุพรรณบุรี จุดเทียนธูปหน้ารูปผู้วายชนม์ แล้วคณะสงฆ์สวดมาติกา จากนั้นผู้แทนสาธุชนทอดผ้าบังสุกุล และคณะสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุล

จากนั้นเป็น พิธีถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ ๒๖๖ วัด ครั้งที่ ๑๐ ใน ๔ จังหวัดภาคใต้ (ปัตตานี นราธิวาส ยะลา สงขลา) เริ่มจาก พระครูปลัดภูเบศ ฌานาภิญโญ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้แทนพระราชภาวนาวิสุทธิ์ กล่าวเปิดใจถึงพุทธบุตรและสาธุชน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วสาธุชนจึงกล่าวถวายปัจจัย ๔ เป็นสังฆทาน (บาลี/ไทย) จากนั้น ดร.ประกอบ จิรกิติ ผู้แทนกัลยาณมิตรทั่วโลก นำกล่าวอธิษฐานจิต (สุทินนัง วต เม ทานังฯ) แล้วผู้แทนคณะเจ้าภาพถวายปัจจัยไทยธรรมแด่คณะสงฆ์ ๒๖๖ วัด

จากนั้น พิธีถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน เริ่มจาก นพ.พีระพงษ์ ภาวะสุทธิไพสิฐ รองผู้อำนวยการ ร.พ.นราธิวาสราชนครินทร์ นำกล่าวถวายภัตตาหาร (บาลี) แล้ว คุณมะลิวัลย์ อ่องสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัทตันหยงโฮเต็ล จำกัด นำกล่าวถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน (ไทย) และกิจกรรมสุดท้ายเป็น พิธีมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแด่ทหารตำรวจ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย นายทวีชัย ชัยสุวรรณ ตัวแทนคณะกรรมการส่งมอบ จากนั้น พระราชคุณาธาร เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส ประธานสงฆ์ กล่าวสัมโมทนียกถาและคณะสงฆ์ให้พร เป็นอันเสร็จพิธีในเวลา ๑๒.๐๐ น.

แม้สถานการณ์ยังไม่สงบ แต่กิจกรรมงานบุญดีๆ อย่างนี้ก็ช่วยให้ใจสงบและอบอุ่นทั่วทั้ง ๔ จังหวัดภาคใต้ เพราะในยามเหตุการณ์ปกติ ทุกคนต่างต้องทำมาหากินเลี้ยงชีพของตนเอง แต่เมื่อมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้น ในฐานะชาวพุทธลูกพระพุทธเจ้าเหมือนกันก็ต้องรวมตัวกันและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เหมือนคำขวัญที่ว่า พุทธบริษัท ๔ ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว เพื่อให้พระพุทธศาสนาและสังคมไทยดำเนินต่อไปได้และนำไปสู่ความสงบสันติดังเดิม

เบญจมาศ...