เสียงสะท้อน

วันที่ 20 ตค. พ.ศ.2553

ครั้งหนึ่ง พ่อได้พาลูกชายไปเที่ยวเล่นในป่า ขณะที่มาถึงบริเวณที่เป็นหุบเขา เด็กน้อยก็สะดุดล้มลง และส่งเสียงร้อง “โอ๊ย” ทันใดนั้นก็เกิดเสียงสะท้อนดังกลับมาว่า “โอ๊ย” เด็กน้อยรู้สึกโกรธ เพราะคิดว่าตนถูกล้อเลียนจากเด็กเกเรที่ซ่อนตัวอยู่ เขาจึงตะโกนร้องท้าออกไปว่า

ใครน่ะ เก่งจริงออกมาสิ

ยังไม่ทันขาดคำ ก็มีเสียงท้ากลับมาเช่นกัน

ใครน่ะ เก่งจริงออกมาสิ

เด็กน้อยจึงร้องด่าด้วยความโมโหว่า “เจ้าเด็กเลว

เจ้าเด็กเลว” เสียงสะท้อนที่กลับมาก็ดังเกรี้ยวกราดไม่แพ้กัน

เด็กน้อยทั้งโกรธทั้งแปลกใจ จึงถามพ่อว่า “พ่อจ๋า” ที่นี่มีเด็กเกเรซ่อนตัวอยู่และคอยด่าว่าคนอื่นใช่ไหม?

พ่อยิ้มแล้วตอบว่า “ลูกพ่อ ลูกลองพูดกับเขาใหม่อีกทีสิ พูดกับเขาดีๆ แล้วดูสิว่าเขาจะเกเรอีกไหม?

เด็กชายจึงลองดูใหม่ เขาตะโกนขึ้นว่า “เพื่อนเอ๋ย

เพื่อนเอ๋ย...”

ฉันอยากเป็นเพื่อนกับเธอ

ฉันอยากเป็นเพื่อนกับเธอ

เด็กชายหันมามองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย และยิ้มอย่างมีความสุข แม้ว่าจะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นนัก พ่อจึงสอนว่า

ลูกเอ๋ย...” จะเด็กเกเร หรือเด็กที่อยากเป็นเพื่อนกับลูกนั้น ล้วนเป็นเสียงสะท้อนของตัวลูกเอง ลูกคงเห็นแล้วว่า สิ่งที่ลูกพูดออกไป ไม่ว่าดีหรือร้าย มันจะย้อนกลับมาหาลูกเสมอ

 

ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเราก็เช่นกัน

ทั้งความคิด คำพูด และการกระทำที่เราได้ทำไป

จะย้อนกลับมาหาเราเสมอ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ถ้าอยากได้รับสิ่งที่ดี อยากให้ใครดีต่อเรา เราก็ต้องทำดีกับเขาก่อน

แล้วสิ่งดีๆ เหล่านั้นจะย้อนกลับมาหาเราในที่สุด

เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา

ล้วนเป็นเสมือนเสียงสะท้อนจากตัวเราเองทั้งสิ้น

 



ขอขอบคุณ หนังสือ ลองดู
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามนำไปใช้ประโยชน์ทางการค้าหรือหากำไร ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดและต้องรับโทษตามกฎหมาย