คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน

วันที่ 13 พย. พ.ศ.2553

คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน

          กาลครั้งหนึ่ง มีพระราชาองค์หนึ่งเดินทางเพื่อไปเยี่ยมเยียนราษฏร โดยมีทหารรับใช้หลายนายติดตามไปด้วย และมีทหารที่เดินเท้าติดตามนายหนึ่ง ตะโกนออกมาตลอดทางว่า

“คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน”
“คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน”
“คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน”

 

           ซึ่งเป็นเพราะว่า มีทหารระดับเดียวกันไม่ต้องเดินท้า แต่ขึ้นไปนั่งบนเกี้ยวร่มกับพระราชา คอยพัดวีให้ จึงทำให้พลทหารเดินเท้าผู้นี้เกิดความไม่พอใจ ทั้งๆที่ระดับเดียวกัน แต่ทำไมจึงมีความแตกต่างกัน

“คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน”
“คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน”

 

จนมาถึงที่พักแห่งหนึ่ง พระราชาจึงให้พลทหารผู้นั้นเขาเฝ้าและสอบถาม

พระราชา : ตลอดเวลาที่เดินทาง เราได้ยินเจ้าตะโกนว่า คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน.. คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน เจ้าหมายความว่าอย่างไร

ทหาร ๑ ได้แต่ก้มหน้านิ่ง ไม่ยอมพูดจา

พระราชา : งั้นเจ้าลงไปดูซิว่า ข้างล่างเนี่ยมันมีอะไร

ทหารผู้นั้นจึงรีบรุดไปดูอย่างรวดเร็ว พร้อมกลับเข้ามาในเวลาไม่นาน แล้วรายงานต่อพระราชาว่า

ทหาร ๑ : มีไก่อยู่พะย่ะค่ะ
พระราชา : แล้วมีกี่ตัวล่ะ

 

ทหารผู้นั้นจึงรีบรุดไปดูอย่างรวดเร็วอีกครั้ง พร้อมกลับเข้ามารายงานต่อว่า

ทหาร ๑ : มีไก่อยู่ ๕ ตัวพะย่ะค่ะ
พระราชา : อืม.. แล้วมีตัวเมียกี่ตัว ตัวผู้กี่ตัวล่ะ

 

ทหารผู้นั้นจึงรีบรุดไปดูอย่างรวดเร็วอีกครั้ง พร้อมกลับเข้ามารายงานต่ออีกครั้งว่า

ทหาร๑ :  เป็นตัวเมีย ๓ ตัว ตัวผู้ ๒ ตัวพะย่ะค่ะ
พระราชา:  อืม.. แล้วตัวเมียเนี่ย มีสีอะไรบ้าง

 

มิชักช้า ทหารผู้นั้นจึงรีบรุดไปดูอย่างรวดเร็วอีกครั้ง พร้อมกลับเข้ามาโดยมีอาการเหนื่อยหอบ และรายงานต่อว่า

ทหาร ๑ : ตัวเมีย ๓ ตัว ทุกตัวมีขนสีดำเป็นหลัก แต่มีตัวเมียอยู่ตัวหนึ่ง มีขนสีเขียวและส้มขึ้นแซมพะย่ะค่ะ
พระราชา : อืม.. แล้วไก่เหล่านั้นกำลังทำอะไรอยู่ล่ะ

 

โดยมิชักช้า ทหารผู้นั้นจึงรีบรุดไปดูอย่างรวดเร็วอีกครั้ง พร้อมกลับเข้ามาโดยมีอาการเหนื่อยหอบ และรายงานต่ออีกว่า

ทหาร ๑ : ไก่กำลังคุ้ยเขี่ยอาหารอยู่พะย่ะค่ะ
พระราชา : อืม...

 

ทันใดนั้น พระราชาจึงเรียกทหารผู้ที่ได้นั่งอยู่บนเกี้ยวระหว่างเดินทางเข้ามา

ทหาร ๒ : มีธุระอันใดให้กระหม่อมได้รับใช้พะย่ะค่ะ
พระราชา : เจ้าลองลงไปดูทีซิว่า ข้างล่างเนี่ยมันมีอะไร

 

ทหาร ๒ จึงรีบรุดไปดูอย่างรวดเร็ว พร้อมกลับเข้ามาและรายงานต่อพระราชาว่า

ทหาร๒ : มีไก่อยู่ ๕ ตัวพะย่ะค่ะ เป็นตัวเมีย ๓ ตัว ตัวผู้ ๒ ตัว กำลังคุ้ยเขี่ยหาอาหารอยู่พะย่ะค่ะ และนอกจากนั้น ทุกตัวมีขนสีดำเป็นหลัก แต่มีตัวเมียอยู่ตัวหนึ่งมีขนสีเขียวและส้มขึ้นแซม สวยงามมากพะย่ะค่ะ และเท่าที่สังเกตดู จะมีตัวเมียอยู่ตัวหนึ่งที่คาดว่า รุ่งเช้าพรุ่งนี้น่าจะออกไข่พะย่ะค่ะ

 

         จากนั้น พระราชาจึงหันไปทางทหาร ๑ ผู้นั้น แล้วกล่าวว่า “คราวนี้เจ้ารู้แล้วหรือยังล่ะว่า ทำไมคนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน” ฝ่ายทหารผู้นั้นจึงได้แต่ก้มหน้านิ่งเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หลายๆ ครั้งและหลายๆ คน ชอบนำตนไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น โดยมองเพียงมุมเดียว คือ มุมที่มองแล้วตนเองได้เปรียบ หากเรามองอะไรก็ตามทั้งสองด้าน ก็จะพบว่า คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกันนั้น เป็นความแตกต่างที่เราควรจะยอมรับ และนอกจากนั้นแล้ว ยังไม่ได้พิจารณาให้ถ่องแท้ว่า จริงๆ แล้วผู้อื่นนั้นมีอะไรดีกว่าตัวเราเองหลายอย่าง“อันที่จริงทุกคนเกิดมา มีความสามารถของมันสมองไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่มันขึ้นอยู่กับความเพียรพยายมส่วนตัว ที่ทำให้เรา “เป็นต่อเป็นรอง” กันมากในชีวิต”

 

ขอขอบคุณ หนังสือ”ปัดใจ” โดย สโมสรต้อนรับระดับโลก
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามนำไปใช้ประโยชน์ทางการค้าหรือหากำไร ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดและต้องรับโทษตามกฎหมาย