วาจาสุภาษิต

วันที่ 29 พย. พ.ศ.2553

วาจาสุภาษิต

             ครั้งหนึ่ง จังกีพราหมณ์ได้กล่าวสรรเสริญพระสัมมาสัมพุทธเจ้า..พระสมณโคดมมีพระวาจาไพเราะ รู้จักตรัสถ้อยคำได้งดงามมีพระวาจาสุภาพ สละสลวยไม่มีโทษ ยังผู้ฟังให้เข้าใจเนื้อความได้ชัดแจ้ง(จังกีสูตร ม.ม. ๑๓/๖๕๐)กัลยาณมิตรทุกท่าน ความเป็นผู้มีวาจาดีนั้น ย่อมเป็นที่รัก ย่อมเป็นที่นับถือของหมู่ชนทั้งหลาย ดุจดังพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระกระแสเสียงอันประกอบด้วย พระปัญญาธิคุณ พระวิสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ เกื้อกูลแก่บรรดาสรรพสัตว์น้อยใหญ่ และในปาฏิหาริย์ทั้งหลายนั้น พระพุทธองค์ทรงยอกย่องอนุสาสนีปาฏิหาริย์ คือ การพูด การสอน เป็นอัศจรรย์ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์อย่างอื่น

 

             คำพูดเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการสร้างสมบารมี ผู้ฉลาดย่อมใช้คำพูดเพื่อชักนำไปสู่สิ่งที่ประเสริฐ ชี้แนะให้เห็นหนทางสว่างของชีวิต คำพูดที่ดีนั้น ย่อมออกมาจากจิตใจที่ดีบริสุทธิ์และเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดีก่อนที่เราจะพูดวาจาอันใดออกมานั้น เราจะต้องกลั่นจิตใจให้ใสสะอาด เพื่อจะได้กรองคำพูดของเราให้เป็นสิ่งถูกต้องเหมาะสมในมงคลชีวิต ๓๘ ประการมงคลประการที่ ๑๐ กล่าวว่า “สุภาษิตา จ ยา วาจา เอตมมงคลมุตตมํ” การมีคำพูดที่เป็นสุภาษิตนั้น ถือเป็นคำพูดที่เป็นมงคลสูตรและคุณสมบัติของการเป็นกัลยาณมิตรนั้น ย่อมจะต้องเป็นผู้รู้จักพูด รู้จักให้คำแนะนำพร่ำเตือน เป็นที่ปรึกษาที่ดี แต่ขณะเดียวกัน เราจะต้องสามารถอดทนต่อถ้อยคำที่ว่าร้าย คำถามที่ไม่เข้าใจ หรือวาจาที่เสียดสี เราจึงจะได้ชื่อว่า เป็นกัลยาณมิตรที่สมบูรณ์

 

              กัลยาณมิตรที่รักทั้งหลาย เมื่อเราทราบแล้วว่า การพูดนั้น เป็นสิ่งสำคัญยิ่งบนเส้นทางการสร้างบารมี ฉะนั้น เราจะต้องฝึกการพูด ให้คำพูดของเราเป็นที่รัก เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธา ให้คำพูดเป็นสื่อพระสัทธรรมที่จะหว่านโปรยให้งอกงามในกลางใจเหล่ามหาชน อันจะนำมาสู่การสั่งสมบารมีที่ยิ่งๆขึ้นไป เพราะการสั่งสมบารมีย่อมนำสุขมาให้อย่างแท้จริง


 

ขอขอบคุณ หนังสือ “หน้าสุดท้าย” ประพันธ์โดย พระสุธรรม สุธมฺโม
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามนำไปใช้ประโยชน์ทางการค้าหรือหากำไร ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดและต้องรับโทษตามกฎหมาย