น้อมนำบุญ-คุ้มครองโลก

วันที่ 20 เมย. พ.ศ.2549

          ในวันที่ 22 เมษายนนี้ จะถึง “วันคุ้มครองโลก” ซึ่งมีความสำคัญและโดยอีกทางหนึ่งด้วยความตระหนักที่ว่า วันที่เป็นประดุจสัญลักษณ์ว่า โลกใบนี้กำลังจะได้รับการปกป้องคุ้มครองด้วยธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความพร้อมเพรียงกันของพุทธบริษัท 4 ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เหล่านี้จะยังเรื่องราวแห่งความดีงามให้ปรากฏ นับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ชีวิตอันดีงาม เป็นโอกาสแห่งชีวิตที่จะร่วมประกอบงานบุญถึง 3 บุญในวันเดียวกัน ที่ทางวัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี จะได้ร่วมกับพุทธบริษัท 4 ร่วมใจกันจัดให้มีขึ้นในวันนั้น

        อาจนับได้ว่าเป็นครั้งแรกของโลก ที่จะได้มีโอกาสเห็นภาพของคณะสงฆ์นับแสนรูป นั่งประกอบ พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์อย่างเป็นระบบระเบียบ เป็นแถวเป็นแนว ซึ่งหากจะนับความยาวของคณะสงฆ์ ที่นั่งเรียงรายติดต่อกันแล้ว จะยาวถึงกว่า ๑ โยชน์ หรือ ๑๖ กิโลเมตร เลยทีเดียว และภาพนี้เอง จะเป็นทัสสนานุตริยะ ที่ติดตาตรึงใจ ให้เราในพิธีเจริญพระพุทธมนต์กลั่นมหารัตนวิหารคด โดยได้รับความเมตตา จากพระมหาเถระ และพระเถรานุเถระนับแสนรูป จากทั่วทุกภาคของประเทศ มาร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญสมาธิภาวนาเป็นปฐมเริ่ม เพื่อกลั่นมหารัตนวิหารคด ให้เป็นประดุจมหารัตนบัลลังก์แก้ว อันบริสุทธิ์ เพื่อเตรียมใช้เป็นสถานที่รองรับพุทธบุตรทั่วโลก ที่จะเดินทางมาปฏิบัติธรรมร่วมกันในอนาคตอันใกล้นี้

         นอกจากนี้ยังมีพิธีถวายสังฆทานแด่พระสังฆาธิการ ๑๐,๐๐๐ วัดทั่วประเทศ เป็นที่ทราบกันดี ในหมู่ชาวพุทธว่า “คณะสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โอกาสที่เรา จะได้ถวายสังฆทาน กับพระมหาเถระในระดับพระสังฆาธิการทั่วประเทศ พร้อมกันคราวเดียว กว่าหมื่นวัด และพระผู้ติดตาม รวมแล้วนับแสนรูป ซึ่งเป็นโอกาสที่บังเกิด ขึ้นได้ยากยิ่ง

ในวันนั้น จะเป็นผู้ได้โอกาส ที่จะร่วมกันถวายภัตตาหารรสเลิศแด่คณะสงฆ์หมู่ใหญ่ รวมถึง ถวายปัจจัยไทยธรรม อาทิ ย่าม ยารักษาโรค จีวร ร่ม ฯลฯ ที่จัดทำขึ้นอย่างประณีต งดงาม เพื่อมอบถวายแด่คณะสงฆ์ทุกรูป อันจะเป็นทางมาแห่งบุญจากการถวาย ของที่ดี ของที่เลิศ และของที่ประเสริฐ ซึ่งจะมีอานิสงส์ให้พวกเราทุกคนได้ของที่ดี ของที่เลิศ และได้เข้าถึงฐานะอันประเสริฐตลอดไป

และจะจัดให้มีพิธีหล่อพระธรรมกายประจำตัว ๑๐๐,๐๐๐ องค์ประดิษฐานภายในมหาธรรมกายเจดีย์ ให้มนุษย์และเทวากราบไหว้บูชาไปอีกนานนับพันปี เป็นการหล่อกายมหาบุรุษ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเมตตาแสดงธรรม อันเป็นประดุจเข็มทิศที่ชี้บอกหนทางไปสู่สวรรค์ และพระนิพพาน การหล่อพุทธปฏิมากรแม้เพียงองค์เดียว บุญที่เกิดขึ้นนั้นยังยิ่งใหญ่ไพศาล จนไม่อาจจะนับจะประมาณได้

ในพระพุทธศาสนานั้นกล่าวถึงอานิสงส์แห่งการทำบุญไว้ ได้แก่ ถวายมหาสังฆทาน ๑๐,๐๐๐ วัด อานิสงส์การถวายภัตตาหารพระ จะทำให้เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยเบญจพรธรรม ๕ ประการคือ เป็นผู้อุดมไปด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ ถวายปัจจัย ๔ ซึ่งเป็นประดุจแก้วสารพัดนึก ที่ท่านจะนำไปใช้ในงานพระพุทธศาสนา บุญนี้จะทำให้เราเป็นผู้มีทรัพย์มาก ทำให้สมปรารถนาในทุกสิ่ง อานิสงส์การถวายยา ทำให้ได้อานิสงส์ ๑๐ ประการคือ เป็นผู้มีอายุยืนยาว มีกำลังเป็นเลิศ มหาชนยำเกรงทุกเมื่อ ไม่พลัดพรากจากของรัก มีปัญญาแจ่มใส มีวรรณะผ่องใส มียศถาบรรดาศักดิ์ มีสุขในทุกที่ทุกสถาน ไม่มีอันตรายมา กล้ำกราย ปราศจากสิ่งอัปมงคล เป็นผู้มีเวลามากและทรัพย์จะไม่สูญเปล่าไปกับความเจ็บไข้ได้ป่วย

อานิสงส์การถวายจีวร ทำให้ได้รับอานิสงส์ ๘ ประการคือ เป็นผู้มีผิวพรรณเปล่งปลั่งผ่องใส ปราศจากธุลี มีรัศมีออกจากกาย มีฤทธิ์มีเดช มีผิวกายละเอียด มีผิวสัมผัสที่นุ่มนวลมาก เมื่อเสวยสุขอยู่ในโลกสวรรค์ จะมีผ้าทิพย์อันงดงามปกคลุมสรีระตลอดเวลา ครั้นเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานการบวชให้ด้วยพระองค์เอง (เอหิภิกขุอุปสัมปทา) ก็จะมีผ้าไตรจีวรมาห่มคลุมกายประดุจเลื่อนลอยมาจากนภากาศ อานิสงส์การถวายร่ม จะเป็นผู้มีความร่มเย็นเป็นสุขในชีวิต และจะได้รับอานิสงส์ ๘ ประการคือ ไม่รู้สึกร้อน ไม่รู้สึกหนาว ละอองธุลีไม่แปดเปื้อนผิวกาย เกิดกี่ภพกี่ชาติจะเป็นผู้ไม่มีอันตราย ปราศจากสิ่งอัปมงคล มหาชนเคารพยำเกรง เป็นผู้มีผิวพรรณละเอียดนุ่มนวล เป็นผู้มีใจใหญ่ จะมีทิพยสมบัติเป็นร่มอันวิจิตรทรงไว้เหนือศีรษะตลอดเวลา

 

ดังพุทธศาสนสุภาษิต ในบทที่ว่า

 

ปุญฺญญฺเจ ปุริโส กยิรา กยิราเถนํ
ปุนปฺปุนํ ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย ฯ

ถ้าบุคคลจะพึ่งทำบุญ ควรทำบุญนั้นบ่อย
ควรทำความพอใจในบุญนั้น การสั่งสมบุญนำความสุขมาให้