ตัวอย่างอานิสงส์ของผู้ทำหน้าที่กัลยาณมิตร

วันที่ 26 มีค. พ.ศ.2557

ตัวอย่างอานิสงส์ของผู้ทำหน้าที่กัลยาณมิตร

 

ตัวอย่างอานิสงส์ของผู้ทำหน้าที่กัลยาณมิตร
          ในสมัยพุทธกาล สันตติมหาอำมาตย์ ได้ฟังธรรมเพียงบทเดียว ก็สามารถบรรลุธรรมเป็น พระอรหันต์พร้อมทั้ง
ปฏิสัมภิทา 4 ตั้งแต่เป็นคฤหัสถ์ ท่านระลึกชาติไปดูว่าได้ทำความดีอะไรไว้ ถึงบรรลุธรรม ได้อย่างง่ายๆ ชนิดสุขาปฏิปทา
ขิปฺปาภิญญา ปฏิบัติสะดวกและตรัสรู้ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อระลึกชาติไปดู ก็ทราบว่า ในสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า วิปัสสี ท่านบังเกิดในตระกูลสัมมาทิฏฐิในพันธุมดีนคร เมื่อทราบว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก จึงอยากจะให้มหาชนได้รู้จักสั่งสมบุญข้ามภพข้ามชาติ อยากให้เขามาฟังธรรม จะได้มีพระรัตนตรัยภายในเป็นที่พึ่ง

        คิดแล้วก็ออกจากบ้านด้วยเท้าเปล่า ไม่มีใครชักชวนหรือบังคับ แต่ที่ทำไปเพราะเห็นว่าเป็นบุญสำหรับตัวเอง และเป็นประโยชน์ใหญ่ต่อเพื่อนร่วมโลก จึงได้เที่ยวชักชวนมหาชนทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก ให้ทำบุญกุศลกัน ท่านได้ป่าวประกาศว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกแล้ว ขอพวกท่านได้มาทำบุญกุศลกันเถิด จงสมาทานอุโบสถศีล ถวายทาน และหาโอกาสไปฟังธรรมกันเถิด รัตนะอย่างอื่นที่จะประเสริฐเหมือนกับพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ไม่มีอีกแล้ว ขอท่านทั้งหลายจงทำสักการบูชาพระรัตนตรัยกันเถิด

        พระเจ้าพันธุมะ ผู้เป็นพระพุทธบิดา เมื่อสดับเสียงของเด็กหนุ่มคนนั้น ก็รับสั่งให้เรียกมาเข้าเฝ้า ตรัสถามว่า "พ่อหนุ่มน้อย เธอเที่ยวทำอะไรหรือ" เมื่อทรงทราบว่า เด็กหนุ่มนี้กำลังเดินเที่ยวประกาศคุณของพระรัตนตรัย ชักชวนมหาชนให้สั่งสมบุญกุศลก็ทรงอนุโมทนาบุญด้วย พระองค์ทรงเห็นว่าการไปทำหน้าที่ทรงเกียรติอย่างนี้ เดินไปด้วยเท้าเปล่าคงลำบากมาก จึงพระราชทานม้าที่ฝึกอย่างดีเป็นยานพาหนะ

        เมื่อเด็กหนุ่มได้รับพระราชทานม้าเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ ก็เกิดกำลังใจ ออกทำหน้าที่ทุกวันมิได้ขาด ทั้งยังทำหน้าที่กัลยาณมิตรแผ่กว้างออกไปได้ไกลกว่าเดิมอีก พระราชาทราบว่า หนุ่มน้อยนี้ยังคงทำหน้าที่กัลยาณมิตรด้วยความเบิกบาน จึงรับสั่งให้มาเฝ้าอีกเป็นครั้งที่ 2 ทรงรับสั่งว่า "ม้าก็ยังไม่เหมาะสมสำหรับผู้มีใจสูงส่งอย่างเธอ" ว่าแล้วก็พระราชทานรถที่เทียมด้วยม้าสินธพ 4 ตัว เป็นพาหนะคู่ใจจะได้ทำหน้าที่กัลยาณมิตรได้อย่างสะดวกสบาย

        ผลแห่งการทำหน้าที่กัลยาณมิตรชักชวนคนให้ทำความดีครั้งนั้น ทำให้มีมหาชนทั้งใกล้และไกลได้พบเส้นทางสายกลาง ได้รู้จักทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา เมื่อได้รับฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็บรรลุธรรมกันเป็นจำนวนมาก ส่วนหนุ่มน้อยท่านนี้ ได้รับพระราชทานทรัพย์สมบัติและเครื่องประดับเป็นอันมาก และได้รับพระราชทานช้าง 1 เชือกเป็นพาหนะในการสร้างบารมี

        ท่านได้ประดับเสื้อผ้าอาภรณ์ทุกอย่าง นั่งบนคอช้างทำการป่าวร้องให้มหาชนเห็นคุณค่าของพระรัตนตรัยอยู่นานถึงแปดหมื่นปี เมื่อละโลกไปแล้ว ทำให้ได้ไปสู่สุคติสวรรค์ มีวิมานใหญ่โตโอฬารรัศมีกายสว่างไสว และที่พิเศษคือ มีกลิ่นจันทน์ฟุ้งออกจากกายของท่าน กลิ่นอุบลฟุ้งออกจากปากมีกลิ่นปากหอมทุกภพทุกชาติ เพราะผลบุญที่ได้ทำหน้าที่บอกข่าวอันเป็นสิริมงคล เพื่อให้ทุกคนมาฟังธรรม และเข้าถึงพระรัตนตรัยภายในตัว ภพชาตินี้ทำให้ท่านได้บรรลุธรรมหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างง่ายดาย

       นี่ก็เป็นตัวอย่างของกัลยาณมิตรในสมัยก่อน ที่ได้อุทิศตนเพื่องานพระศาสนา ทำตนเป็นประดุจสะพานให้ผู้คนได้เดินข้ามไปพบแสงสว่างแห่งธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านทำตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้เราได้ศึกษาเป็นแนวทางกันแล้ว เพราะฉะนั้นพวกเราทุกคนก็ควรจะดำเนินตามปฏิปทาของท่านเพื่อบุญบารมีของเราเองและเพื่อสันติสุขอันแท้จริงของมวลมนุษยชาติ

      สรุป
      ปัจจุบันนี้ มีหลายท่านกำลังสวมหัวใจของพระบรมโพธิสัตว์ ทำหน้าที่เป็นยอดกัลยาณมิตรชักชวนคน ให้มาฟังธรรม ทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา การทำหน้าที่ยอดกัลยาณมิตรนี้ เป็นหน้าที่อันทรงเกียรติและจะเป็นเกียรติประวัติชีวิตอันงดงาม เมื่อใดที่เราสามารถทำใจหยุดนิ่งได้อย่างสมบูรณ์แล้วย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์อันงดงามของตัวเองได้ ความปลื้มปีติจะบังเกิดขึ้น จะปีติและภาคภูมิใจในตัวเองทีเดียวว่าเราได้ทำสิ่งที่ทำได้ยาก แต่ก็ทำได้สำเร็จมาแล้ว

 

จากหนังสือ DOU

วิชา DF 101 การทำหน้าที่กัลยาณมิตรเบื้องต้น

กลุ่มวิชาการทำหน้าที่กัลยาณมิตร

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร