วันสงกานต์ 13 -15 เมษายน 2557 ( โดย รัตนวนาลี )

วันที่ 08 เมย. พ.ศ.2557

 

วันสงกานต์ 

 

.....วันสงกานต์หรือวันตรุษปีใหม่ตามประเพณีของชนชาติไทยในเทศกาลระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี ซึ่งให้ความสำคัญกับพิธีทำบุญกุศลเป็นลำดับแรก หลังจากนั้นก็เป็นการท่องเที่ยวเฉลิมฉลองกับคนในครอบครัว คนที่อยู่ห่างไกลบ้านเกิดเมืองนอนจะถือโอกาสพิเศษนี้ กลับไปหาคนที่รักผูกพันไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ลูกหลาน ปู่ย่า ตายาย  เจอหน้ากันก็ดีใจ  ได้กินข้าวพร้อมหน้ากันอย่างมีความสุข

 

.....ในวันที่  10-12  เมษายน  ก็จะนิยมทำความสะอาดบ้านให้หมดจดงดงามรับสิริมงคลเข้าบ้านคอยต้อนรับลูกหลานที่อยู่ห่างไกล  กลับมารดน้ำดำหัว ปู่ย่า ตายาย

 

.....ทำความสะอาดหิ้งพระ พระพุทธรูปที่สักการะบูชา ไม่ปล่อยให้ฝุ่นละอองจับ แล้วหลังจากนั้นก็ต้องทำความสะอาดกายใจของเราให้บริสุทธิ์สดใสด้วยการนั่งสมาธิ รักษาศีลห้าให้มั่นคง บางคนก็ถือโอกาสเลิกอุบายมุข  เลิกดื่มเหล้า  สูบบุหรี่ ต้อนรับปีใหม่  เป็นการให้โอกาสให้กำลังใจตนเองในการทำความดี

 

.....ในวันที่  13  เมษายน  เมื่อลูกหลานมาพร้อมหน้ากันแล้ว  ก็ชักชวนกันไป ทำบุญที่วัด ทำบุญตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์  ปล่อยนก   ปล่อยปลา  ให้ชีวิตสัตว์เป็นทาน  ให้ความอิสระเสรีแก่ชีวิตสัตว์  ก็จะเป็นอานิสงส์ให้ตัวเองเป็นผู้มีอายุยืนยาว  ไม่มีวิบากกรรมเรื่องของการถูกจองจำคุมขัง

 

.....ในวันที่  14  เมษายน  ซึ่งเป็นวันครอบครัว  ก็จะมีประเพณีรดน้ำขอพรจากญาติผู้ใหญ่  หรือผู้อาวุโสของชุมชน  ให้เด็กได้มีโอกาสขอขมาพ่อแม่  ปู่ย่า  ตายาย  ที่เคยทำผิดพลาดล่วงเกิน  ขออโหสิกรรมไม่มีเวรกรรมผูกกันข้ามชาติ

 

.....ส่วนปู่ย่า ตายาย ประมุขของครอบครัว  ควรถือโอกาสนี้  อบรมสั่งสอน  ให้พรลูกหลานด้วยความเมตตา  พรจักศักดิ์สิทธิ์มีผลจริงได้  ต้องอ้างสัจจะความดีที่ทำมา ด้วยอำนาจบุญกุศลที่ย่าได้ใส่บาตรหน้าบ้านทุกเช้าอย่างสม่ำเสมอด้วยจิตที่เลื่อมใส เคารพในทาน  วันใดยังไม่ได้ใส่บาตร  บริจาคทาน  วันนั้นก็ยังไม่รับประทานอาหาร ขอสัจจะความจริงนี้คุ้มครองให้ลูกหลานมีแต่ความร่ำรวย อายุยืนยาว ไม่ยากจนยากแค้นไปตลอดชีวิต หรือด้วยอำนาจของสัจจะที่ตลอดชีวิตปู่รับราชการมาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  ไม่เคยพูดโกหกเลย  ขอให้พรนี้จงคุ้มครองลูกหลานให้เจอแต่คนดี  มีศีลธรรม  ห่างไกลจากคนภัยพาลเดินทางไปไหนมีแต่ความปลอดภัย  ไร้อุบัติภัยใดๆ

 

.....การพูดแต่ความจริง  ทุกครั้งทุกคำ  เมื่อสั่งสมมากเข้า  ก็จะกลายเป็นคนมีฤทธิ์  มีวาจาสิทธิ์  พูดที่ไรคนเชื่อทั้งเมือง  พูดอย่างไรก็เป็นจริงตามนั้น  เหมือนพญาปลาโพธิสัตว์ที่พูดสัจจะความจริงว่าแม้เกิดเป็นปลาแต่ไม่เคยคิดกินปลาพวกเดียวกันหรือเบียดเบียนกินสัตว์ต่างพันธุ์ ขออานุภาพแห่งสัจจะความจริงนี้ ขอเทวราชผู้ดูแลลมฝน  จงดลบันดาลให้ฝนตกลงมาเถิด  อย่าให้เราผู้ตั้งใจรักษาศีลและเหล่าปลาบริวารทั้งหลายต้องเดือดร้อนต้องหลบอยู่ในโคลนตม  ต้องถูกนกหรือสัตว์อื่นมาจับกินเป็นอาหาร

           

.....หลายคนอาจจะสงสัยว่าสัตว์พูดได้ด้วยหรือ ต้องตอบว่าสัตว์มีบุญนั้นพูดได้จริง เพราะกายละเอียดของสัตว์ทุกชนิดเป็นมนุษย์  แต่วิบากกรรมที่  ในบางชาติที่พลาดพลั่งทำผิดที่ส่งผลให้เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน  สัตว์บางตัวบางชาติ  ครั้งเป็นมนุษย์สั่งสมบุญไว้มาก  เกิดเป็นมนุษย์  เทวดาต่อเนื่องมานับหลายร้อยชาติ  ยังจำภาษามนุษย์ที่สมัยตนเกิดเป็นคนได้

 

.....ประเพณีที่สำคัญในวันสงกรานต์อีกอย่างหนึ่ง  ประเพณีอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง  ออกมาให้ประชาชนได้สรงน้ำพระ เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต  เพื่อให้จิตใจมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ จิตเป็นกุศลนึกถึงพระรัตนตรัยอยู่ตลอดเวลา เมื่อจิตผ่องใสย่อมไปสู่สวรรค์หรืออายุยืนยาว ไม่ถูกวิบากกรรมมาตัดรอน       

 

.....วันขึ้นปีใหม่ทั้งที เราจึงควรประกอบกุศลเป็นเสบียงบุญติดตัวให้เต็มที่ ดีกว่าสนุกสนานบันเทิงอย่างเดียว  วันที่อาจกลายเป็นชีวิตสูญเปล่าตายฟรี 

:: เพราะความประมาทในชีวิต, เมาแล้วขับ  ไปลาลับ  ไม่หวนกลับมาอีกเลย ::

 

บทสารคดี  รัตนวนาลี

7/4/2557