ประเภทของบุญ

วันที่ 07 พค. พ.ศ.2557

 

ประเภทของบุญ


       การแนะนำบุคคลอันเป็นที่รักให้เข้าใจเรื่องบุญ นอกจากจะพูดถึงการ "บริจาคทาน" เป็น
หลักแล้ว ต้องหาโอกาสที่พอเหมาะพอสมอธิบายให้เข้าใจถึงการทำบุญในพระพุทธศาสนาว่า ไม่ใช่เพียงแค่
การบริจาคเท่านั้น แต่มีอยู่ด้วยกันถึง 10 ประการ ที่เรียกว่า "บุญกิริยาวัตถุ"2 คือ

1. ทานมัย บุญที่สำเร็จด้วยการให้
2. สีลมัย บุญที่สำเร็จด้วยการรักษาศีล
3. ภาวนามัย บุญที่สำเร็จด้วยการเจริญสมาธิภาวนา
4. อปจายนมัย บุญที่สำเร็จด้วยการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตน
5. เวยยาวัจจมัย บุญที่สำเร็จด้วยการให้ความช่วยเหลือ ขวนขวายในกิจการงานที่ถูกที่ควร
6. ปัตติทานมัย บุญที่สำเร็จด้วยการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ผู้อื่น
7. ปัตตานุโมทนามัย บุญที่สำเร็จด้วยการอนุโมทนาในการทำบุญ หรือแสดงความยินดี
ต่อความสำเร็จของคนอื่น
8. ธัมมัสสวนมัย บุญที่สำเร็จด้วยการฟังธรรม
9. ธัมมเทสนามัย บุญที่สำเร็จด้วยการแสดงธรรม
10. ทิฏุชุกัมม์ บุญที่สำเร็จด้วยการทำความเห็นให้ถูกต้องดีงาม ตรงตามความเป็นจริง
(มีสัมมาทิฏฐิ)การทำบุญทั้ง 10 วิธีนั้นสามารถย่อให้ง่ายขึ้นเป็นบุญกิริยาวัตถุ 3 ประการ คือ ทาน ศีล
ภาวนา

     ศีล และ กุศลกรรมบถ บทฝึกตนในการพันาคุณภาพชีวิต
เมื่อกัลยาณมิตรรู้จักแนะนำบุคคลอันเป็นที่รักได้รู้จักคุณค่าของความเป็นมนุษย์และ
คุณค่าของการสั่งสมบุญแล้ว ก็ต้องแนะนำให้รู้จักการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักพุทธวิธี คือการรักษาศีลอันจะเป็นหนทางไปสู่สุคติสวรรค์ ผู้รักษาศีลนอกจากจะได้ชื่อว่าสร้างความปลอดภัยและความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับคนอื่นแล้ว ยังได้ชื่อว่ารักษาตัวเองให้รอดจากภัยในอบายภูมิ เมื่อถึงคราวตายก็ไม่ต้องหวาดกลัวต่อปรโลก

      บุคคลผู้ตั้งวาจาและใจไว้โดยชอบ ไม่ทำบาปด้วยกาย อยู่ครองเรือนอันมีข้าวและน้ำมาก
เป็นผู้มีศรัทธา อ่อนโยน จำแนกแจกทาน รู้ความประสงค์ ชอบ สงเคราะห์ มีวาจาน่าคบ เป็นสหายมีวาจาอ่อนหวาน ผู้ตั้งอยู่ในคุณธรรมดังกล่าวมานี้ ไม่พึงหวาดกลัวปรโลกเลย1

      การรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์คือการสร้างความมั่นใจให้กับชีวิตในสังสารวัฏ ขณะเดียว
กันก็ต้องประพฤติกุศลกรรมบถ 10 ประการควบคู่กันไปด้วย เป็นพัฒนาการที่สูงขึ้นกว่าการรักษาศีล 5 โดยทั่วไป แบ่งเป็นประพฤติกายสุจริต 3 อย่าง ประพฤติวจีสุจริต 4 อย่าง ประพฤติมโนสุจริต 3 อย่าง

      กายสุจริต 3 อย่าง ได้แก่ 1. ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ 2. เว้นจากการลักทรัพย์3. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม

      วจีสุจริต 4 อย่าง ได้แก่ 1. ละเว้นการพูดเท็จ 2. เว้นขาดจากการพูดส่อเสียด3. เว้นขาดจากการพูดคำหยาบ 4. เว้นขาดจากการพูดเพ้อเจ้อ

       มโนสุจริต 3 อย่าง ได้แก่ 1. ไม่โลภอยากได้ของผู้อื่น 2. ไม่มีจิตคิดพยาบาทปองร้าย

3. เป็นผู้มีความเห็นชอบ คือมีสัมมาทิฏฐิ เชื่อว่า ทานที่บุคคลให้แล้วมีผล การเซ่นสรวงมีผล การบูชามีผลผลวิบากของกรรมที่บุคคลทำดีทำชั่วมีอยู่ โลกนี้มี โลกหน้ามี มารดามี บิดามีสัตว์ผู้เป็นอุปปาติกะมีสมณพราหมณ์ผู้ดำเนินไปชอบ ผู้ปฏิบัติชอบ ผู้ทำโลกนี้และโลกหน้าให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองแล้วสอนผู้อื่นให้รู้ตาม มีอยู่


        พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน จูฬกัมมวิภังคสูตร ความว่า
ดูก่อนมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม เป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์
ให้ตกล่วง เป็นคนเหี้ยมโหด มีมือเปื้อนเลือด หมกมุ่นในการประหัตประหาร ไม่เอ็นดูในเหล่าสัตว์มีชีวิตเขาตายไปจะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะกรรมนั้นอันเขาให้พรั่งพร้อม สมาทานไว้อย่างนี้หากตายไป ไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ถ้ามาเป็นมนุษย์ เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง จะเป็นคนมีอายุสั้น...

       ...ส่วนบุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม ละปาณาติบาตแล้ว
เป็นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต วางอาชญาวางศาสตราได้มีความละอาย ถึงความเอ็นดู อนุเคราะห์
ด้วยความเกื้อกูลในสรรพสัตว์และภูตอยู่ เขาตายไป จะเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะกรรมนั้น อันเขาให้พรั่งพร้อมสมาทานไว้อย่างนี้ หากตายไป ไม่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ถ้ามาเป็นมนุษย์ เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง จะเป็นคนมีอายุยืน

       บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม เป็นผู้มีปกติเบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ
หรือก้อนดิน หรือท่อนไม้ หรือศาสตรา เขาตายไป จะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะกรรมนั้น
อันเขาให้พรั่งพร้อมสมาทานไว้อย่างนี้ หากตายไป ไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ถ้ามาเป็นมนุษย์เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง จะเป็นคนมีโรคมาก

       บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม เป็นผู้มีปกติไม่เบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ
หรือก้อนดิน หรือท่อนไม้หรือศาสตรา เขาตายไป จะเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะกรรมนั้น อันเขาให้พรั่งพร้อมสมาทานไว้อย่างนี้ หากตายไป ไม่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ถ้ามาเป็นมนุษย์เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง จะเป็นคนมีโรคน้อย...1

 

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชา DF 101 การทำหน้าที่กัลยาณมิตรเบื้องต้น

กลุ่มวิชาการทำหน้าที่กัลยาณมิตร