เด็กชายวิ่งตื๋อมาหาพ่อ

วันที่ 28 มิย. พ.ศ.2557

 

 

ใครอ่านจบ..จงรวยๆๆ

เด็กชายวิ่งตื๋อมาหาพ่อ


 


“พ่อครับข้างบ้านเขาขโมย
สอยมะม่วงเราครับ”

พ่อหัวเราะแล้วถาม
(Grandpa)
“เราเหลืออีกหลายลูกไหม ลูก”


(Blue Haired Guy)“ผมเห็นอีกหลายลูกเลยครับ”

(Grandpa)“
งั้นไปสอยมะม่วงสุกมาให้พ่อสักเจ็ดลูกสิ”

เด็กชายเข้าใจว่า พ่อคงใช้ให้สอยมะม่วง
เพราะกลัวเพื่อนบ้านจะมาขโมยอีก จึงรีบสอยมะม่วงนั้นมาให้พ่อ

เมื่อได้มะม่วง ก็หอบมาให้พ่อหวังว่าจะ
ได้ทานกันอย่างเอร็ดอร่อย


แต่ปรากฏว่าผู้เป็นพ่อ นำมะม่วงนั้นใส่ตะกร้าสวยงาม

จูงมือลูกชายไปกดกริ่ง รั้วเพื่อนบ้านที่ลูกชาย
บอกว่าสอยมะม่วงไป

เด็กชายงง #$/^&^&&€_£@÷×

ไม่เข้าใจว่าพ่อจะทำอะไร เมื่อข้างบ้านเปิดประตูรั้วออกมา เป็นชายวัยกลางคน หน้าตามีพิรุธ เหมือนทำผิดอะไรบางอย่าง ผู้เป็นพ่อยื่นมะม่วงทั้งตะกร้าให้ แล้วกล่าวว่า

(Grandpa)“
ผมเอามะม่วงมาฝากครับ เป็นเพื่อนบ้านอยู่บ้านข้างๆ นี่เอง มีอะไรก็บอกกันนะครับ
จะได้ช่วยเหลือกัน”


ชายคนนั้น มีสีหน้าเสียใจ
อย่างเห็นได้ชัด
เขาบอกให้พ่อรอสักครู่ พร้อมทั้งกลับมาด้วยตะกร้าใบเดิม แต่เปลี่ยนเป็นไข่ไก่เต็มตะกร้า
(WHA!? Boy)
“ผมเลี้ยงไก่ไข่ไว้หลายตัว ขอให้ไข่เป็นของตอบแทนน้ำใจนะครับ”


พ่อกล่าวขอบคุณ แล้วจูงมือเด็กชายกลับบ้าน เด็กชายถามพ่อด้วยความสงสัย


(Blue Haired Guy)
“ทำไมพ่อถึงเอามะม่วงไปให้เขา แทนที่จะไปทวงมะม่วงของเราคืนมา”


(Grandpa)
“ถ้าพ่อไปทวงมะม่วง เราอาจจะได้มะม่วงคืน

แต่เราจะเสียเพื่อนบ้าน และอาจถึงกับโกรธกัน

แต่นี่พ่อเอามะม่วง
ไปให้เขาเจ็ดลูก
รวมที่เขาสอยไปหนึ่งลูก
เป็นแปดลูก แต่เราได้ทั้งน้ำใจเขา
ซึ่งก็คือไข่ตะกร้าใหญ่ แถมยังได้เพื่อนบ้านเพิ่ม ลูกว่า แบบใหนดีกว่ากัน?

”..สุดยอด..
การสละการยึดในสิ่งของ...
ได้มิตรภาพกลับมา
แทนความโกรธความเกลียด..

สุดยอด..555

 

 

 

 

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร