กรณีตัวอย่างการทำหน้าที่กัลยาณมิตร เรื่องเล่าจากคุณเล็ก แปดริ้ว

วันที่ 10 กย. พ.ศ.2557

กรณีตัวอย่างการทำหน้าที่กัลยาณมิตร
เรื่องเล่าจากคุณเล็ก แปดริ้ว

     ” ดิฉันทำงานเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง และในระหว่างปี 2540 ถึง 2541 ที่ผ่านมานั้น ก็จะมีข่าว เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายตามสื่อต่างๆ ทำให้เป็น หัวข้อวิพากษ์วิจารณ์ของเพื่อนๆ ที่ทำงานอยู่ด้วยกัน โดย เฉพาะเวลาหัวหน้าแผนกไม่อยู่ในห้องทำงาน แต่ว่าดิฉันก็ได้แต่รับฟังพร้อมทั้งเก็บข้อมูลที่เพื่อนๆ พูดกันมา เรื่อยๆ และก็ไม่ได้ไปตอบโต้อะไรด้วย เพราะว่า ปกติดิฉันเป็นคนไม่ชอบคุยกับใครหรือชอบนินทาใครๆ และ โดยส่วนตัวก็เป็นคนชอบเดินทาง แสวงหาที่ ปฎิบัติธรรมตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเพื่อนๆ ในที่ทำงานก็รู้จักดี

     เรื่องที่เพื่อนๆ เอามาพูดกัน ยกตัวอย่าง เช่น วัดนี้รวยแล้ว จ้างคน จ้างพระภิกษุมาวัด หลวงพ่อเจ้า อาวาสก็หล่อมาก ผิวพรรณก็งาม เพราะว่าท่านอาบน้ำแร่แช่น้ำนมมา หรือจะฉันอาหารก็ต้องสั่งจากภัตตาคาร หรูๆ หรือบางคนก็บอกว่า พระในวัดนี้ จะต้องมีการศึกษาสูง ต้องผิวพรรณวรรณะดี ถึงจะมาบวชได้ เพราะว่า ท่านจะใช้ความงาม ใช้สติปัญญาที่เรียนมา เข้าทำนองว่ามา เกลี้ยกล่อมหลอกลวง มาชักชวนให้ประชาชน ทำบุญ หรือหลงเคลิ้มจนตามท่านมาที่วัด

    ในที่ทำงานก็มีเพื่อนที่สนิทอีกคนหนึ่ง ที่ชอบการปฎิบัติธรรมเหมือนกัน แต่ว่าไปวัดพระธรรมกาย เคย มาชวนเหมือนกัน ก็มาบอกว่า วัดดีอย่างนั้นดีอย่างนี้สารพัด พอได้ฟังก็หัวเราะใส่เขาแบบไม่เกรงใจ พร้อมทั้ง บอกเพื่อนคนนั้นไปว่า “ เธอจะไปไหนก็ไปเถอะ หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ไปหรอกวัดนี้” แล้วก็ถามเชิงดูถูกไปว่า “ วัดนี้ให้ค่าจ้างเธอไปวัดเท่าไหร่ล่ะ” ซึ่งคำถามนี้ทำให้เขาโกรธมาก จนเขาพูดสวนกลับมาว่า “ เสียดายนะ ที่ มึงเป็นผู้หญิง ถ้าเป็นผู้ชายซะหน่อย กูต่อยปากมึงแน่” แล้วก็เดินจากไป

       หลังจากนั้น ดิฉันก็ยังเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ต่างๆ เช่นเดิมŽ


พบกัลยาณมิตร

     หมู่บ้านที่ดิฉันอยู่นั้น มีผู้ใหญ่บ้านท่านหนึ่ง ยังอยู่วัยหนุ่ม เป็นคนดีมีน้ำใจงาม เป็นคนใจบุญ ชอบ ช่วยเหลือลูกบ้านทุกครอบครัว เช่น กลางดึกคืนหนึ่ง มีคนในหมู่บ้านไม่สบาย แล้วรถในหมู่บ้านก็หายาก เพราะว่าไม่ค่อยจะมีใครใช้กัน แต่พอพาคนป่วยไปหาผู้ใหญ่บ้าน ท่านก็ให้ช่วยเหลือรีบขับรถพาไปหาหมอ ทันทีเลย โดยที่ไม่ถามเลยว่ามีค่าจ้างหรือค่ารถให้เขาหรือไม่ ก็รู้สึกประทับผู้ใหญ่บ้านคนนี้มาก

      มีอยู่วันหนึ่งซึ่งเป็นวันอาทิตย์ ในเวลาเช้า เห็นผู้ใหญ่บ้านเดินมาเรียกดิฉันที่ประตูรั้วบ้านว่า บอกว่าจะ ชวนไปเที่ยว แต่ดิฉันก็ไม่ได้คุยอะไรด้วย เพราะกำลัง ซักผ้าอยู่ พอซักผ้าเสร็จ น้องสาวรีบเข้ามาหา พร้อมกับ พูดเสียงดังใส่ดิฉันว่า รู้ไหม เขาจะชวนไปไหนŽ ข้าพเจ้าก็ตอบเสียงดังกลับไปว่า รู้ เขาจะพาไปวัด พระธรรมกายŽ แล้วน้องก็บอกอีกว่า ระวังนะ ไปที่นี่หลงทุกคน หมดตัว และถ้าจะไปต้องเอาน้ำติดตัวไปกิน ด้วยนะ เพราะมีคนเขาว่า กินน้ำที่วัดแล้วจะหลงŽ


เดินทางมาวัดพระธรรมกายครั้งแรก

     เมื่อเดินทางมาวัดก็เอาขวดใส่น้ำมาจากบ้านแล้วพกติดตัวตลอด และไม่ดื่มน้ำของวัด แม้จะมีคนมา ชวนก็ตาม แม้แต่ข้าวที่วัดจัดให้ก็ไม่กิน เพราะยังไม่ไว้ใจใคร แต่ก็อดทึ่งกับศาลาที่กว้างขวางใหญ่โต เพราะ ตลอดชีวิตไม่เคยเห็นที่ไหน มาก่อน และก็คิดอีกว่า คนที่มานั่งเต็มศาลานี้คงถูกจ้างมาแน่นอน

      พอถึงช่วงนั่งสมาธิ ก็หลับตาไปได้สักครู่ ก็รู้สึกสงสัยทั้งๆ ที่หลับตาอยู่ว่า คนไปไหนกันหมดแล้ว ทิ้ง เราไว้แล้วแน่เลย เพราะว่าเงียบมาก ก็เลยหรี่ตาดูทั้งซ้ายขวา ก็เห็นคนนั่งสมาธิอยู่ ก็สงสัยว่า ทำไมเขาไม่พูด กัน เพราะว่าคุ้นเคยเวลาที่ไปเคยทำบุญ ไปปฎิบัติธรรมที่ต่างๆ คนจะชอบคุยกัน แม้แต่เวลาพระเทศน์ ก็จะ คุยแข่งกับพระด้วย ก็ทำให้อดทึ่งไม่ได้ว่า วัดนี้ฝึกคนให้เงียบได้ขนาดนี้เชียวหรือ แต่ก็ไม่กล้าดื่มน้ำของวัด เช่นกัน เพราะว่ากลัวหลงวัด

    พอช่วงพักเที่ยง ก็เดินไปท้ายสภาธรรมกายสากล ก็ไปยืนมองไปรอบๆ ทำให้อดทึ่งอีกไม่ได้ว่า ทำไมที่นี่สะอาดจังเลย แล้วก็ไม่เห็นมีคนทำความสะอาด ด้วย แล้วพอดีเหลือบไปเห็นหลอดดูดน้ำหล่นที่ พื้น ก็ก้มไปเก็บขึ้นมา จังหวะนั้นมีผู้หญิงหน้าตา รูปร่างดี สวมชุดอุบาสิกาเดินผ่านมา พอเห็นชุดที่เขาสวมนั้น ก็รู้สึกชอบมาก เพราะว่าดูแล้วสวย สะอาด เหมือนเป็นชุดนางฟ้าทีเดียว แล้วอุบาสิกาคนนั้นก็เดินมาหาแล้ว บอกว่า ขอกราบอนุโมทนาบุญด้วยนะคะŽ พร้อมส่งสายตามาที่ดิฉัน แล้วดิฉันก็ส่งสายตาตอบ ซึ่งเขาก็คง จะรู้ว่า ดิฉันกำลังเยาะเย้ยเขา เพราะตอนนั้นคิดในใจว่า หน้าตาของบุญวัดนี้ยาวอย่างกับหลอดดูดน้ำหรือนี่ จนคิดว่าอุบาสิกาคนนั้นจับความรู้สึกเราได้ จึงพูดแบบยิ้มๆ กับดิฉันว่าที่ดิฉันช่วยทำสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ให้ สะอาดก็จะได้รับบุญตรงนี้ เขากล่าว อนุโมทนาบุญ ก็จะได้มีส่วนในบุญนั้นด้วย พอได้ฟังอย่างนั้นก็รู้สึก ประทับใจ ยืนยิ้มมองตามหลังอุบาสิกาคนนั้นที่เดิน ห่างออกไป คิดในใจอีกว่าขนาดลูกศิษย์ยังขนาดนี้ แล้ว ครูบาอาจารย์ของเขาจะขนาดไหนนี่


ประทับใจในการสอนธรรมะของวัดพระธรรมกาย

    หลังจากนั้นดิฉันก็เริ่มติดวัด แล้วก็เดินทางมาร่วมงานทุกอาทิตย์ต่อเนื่อง กันมา ก็ทำให้เข้าใจว่า ข่าว ที่ได้ฟังมาจากนอกวัดอีกอย่างหนึ่ง แต่มาที่วัดก็เห็นเป็นอีกแบบหนึ่ง เช่น มีคนมาบอกว่า หลวงพ่อยักยอก ทรัพย์ แล้วพระที่นี่หลอกลวง แต่จริงๆ ท่านไม่ได้หลอกลวง ท่านก็ไม่ได้ตำหนิว่า คุณถวายเท่านั้นเท่านี้ แต่ ว่าท่านกลับบอกว่า คุณทำบุญอย่างนี้แล้ว จะได้บุญตามมาอย่างไร แล้วเราก็ใช้ปัญญาตรองตามคำที่ ท่านบอกมา ซึ่งปัญญานี้ก็ได้จากการนั่งสมาธิตามที่วัดนี้สอนมา แล้วก็มีความสุขด้วย

     ธรรมะที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านนำมาสอนก็ดีมาก ซึ่งดิฉันไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน เช่น เรื่อง ศีล 5 บางวัดที่เคยไปทำบุญ เคยถามว่าทำไมไม่เทศนาเรื่องการรักษาศีล 5 บ้าง พระท่านก็ตอบว่า ถ้า อาตมาเทศน์ให้เขาทราบว่า การทำผิดศีลข้อไหน จะได้ผลของบาปอย่างไร ก็เกรงว่าจะไม่มีคนมาทำบุญที่ วัด แต่ว่าที่วัดพระธรรมกาย พระเดชพระคุณหลวงพ่อเทศน์ให้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่า คุณทำผิดศีลข้อนี้ แล้ว คุณจะได้รับผลอย่างไรในอนาคต จะตกนรกขุมไหน ทะลุปรุโปร่งหมด แต่ถ้าเราอยากมีชีวิตดีขึ้น สบายขึ้น และมีความสุขมากขึ้น ท่านก็จะสอนให้เราตั้งเป้าหมายชีวิต ให้เรากำหนดรูปแบบชีวิตของเราเองด้วยการทำ ทาน การรักษาศีล การเจริญภาวนา ซึ่งดิฉันรู้สึกประทับใจและศรัทธาวัด และพยายามที่จะปฏิบัติตามคำสอน ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อเสมอมา


เริ่มทำหน้าที่กัลยาณมิตรอยากให้คนรอบข้างมีความสุขเหมือนตน

     หลังจากที่แน่ใจว่าดิฉันชอบในคำสอนของวัดนี้ และไม่ได้หลงเพราะดื่มน้ำอย่างที่คนเขาพูดกันมา ดิฉันจึงมาวัดอยู่เสมอๆ มีความรู้สึกว่า วัดนี้เหมือนวิมานของดิฉัน เพราะเดินอยู่ในวัดนี้ เจอแต่คนที่มีรอยยิ้ม แม้จะไม่เคยรู้จักกัน เขาก็ยกมือไหว้เรา ทักทายเรา ยิ้มให้เรา ทำให้ดิฉันมีความสุขมากๆ แล้วจากจุดตรงนี้ ทำให้ดิฉันเริ่มคิดถึงอีกหลายๆ คน ที่หน้าตาหม่นหมอง อยากให้เขายิ้มเป็น อยากให้เขามีความสุขใจ เหมือน เวลาที่ดิฉันมีความสุขอยู่ที่นี่ ก็เลยเริ่มไปชวนคนมาที่วัดพระธรรมกาย

     พอดิฉันสนทนากับใครก็ตาม แค่เอ่ยคำว่า วัดพระธรรมกาย พวกเขาจะไม่สนทนากับดิฉัน บางคนเห็น หน้าดิฉันแล้วหลบเลย ดิฉันก็เลยเปลี่ยนจากสนทนาจากเรื่องวัดมาเป็นเรื่องตัวเอง เล่าเรื่องตัวเองให้เขาฟัง เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้เขาไว้คิด เล่าเรื่องความสุขที่ดิฉันได้รับจากวัด และเวลาพูดถึงความสุข ก็จะทำให้ดิฉันมี หน้าตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ดวงตาก็เป็นประกายออกมา ทำให้คนที่รับฟังก็พลอยยิ้มไปด้วย และดิฉันได้รับคำ สอนอะไรจากวัด จะนำคำสอนจากวัดไปใช้ในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างเช่น พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชี โว ท่านเทศน์เรื่องทานอาหารแล้วมักง่ายไม่ล้างจาน ปล่อยทิ้งไว้ให้มดขึ้น พอจะไปเอาไปล้าง ต้องค่อยๆ เอาสองนิ้วคีบจานโยนใส่กะละมังล้างน้ำ มดก็เลยแหงนหน้ามองเรา แล้วเกิดอาฆาต ใจมดก็เศร้าหมองก็ตาย ไปตกนรกต่อ แล้วยังผูกพยาบาทกับเราด้วย และทำให้เราทำกรรมเพิ่มอีก ซึ่งเราไม่มีวันฆ่ามดให้หมดไปจาก โลกได้ เพราะว่ามีบางคนทำกรรมหนัก ตายแล้วต้องมาเกิดเป็นสัตว์เล็กๆ อย่างนี้ ซึ่งมันเป็นการแก้ปัญหาที่ ปลายเหตุ ท่านก็บอกว่า ต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยให้ถุงพลาสติกมา ใส่กระป๋อง แล้วเอาเศษอาหารทิ้งลง ไป พอเต็มก็มัดปากถุงให้ดีแล้วเอาไปทิ้ง ทำให้ไม่มีมดมารบกวน หรือเมื่อก่อนดิฉันก็เคยโดนกับดักหนูที่วาง ไว้หนีบหัวแม่โป้ง จนต้องช่วยกันงัดออก แต่ว่าตอนนี้ไม่มีแล้ว เราก็ช่วยกันทำบ้านให้สะอาด


ชวนพี่ชาย ยอดนักดื่มไปปฏิบัติธรรม

     พี่ชายดิฉันมีครอบครัวแล้ว ช่วงหลังนี้มีปัญหาในครอบครัว ก็จะดื่มเหล้ามากถึงขนาดตื่นนอนมาตีสี่ สิ่ง แรกที่ต้องทำคือ คว้าขวดเหล้ามาดื่มก่อนเลย เวลาคุยกันนี่ได้กลิ่นเหล้าตลอด ดิฉันก็คิดหาวิธีจะชวนพี่ชายไป ปฏิบัติธรรมให้ได้ ก็ลองไปชวน พี่ชายก็อ้างว่าอดเหล้าไม่ได้ กลัวท้องเสีย และต้องรักษาศีล 8 ด้วย ดิฉันก็ บอกพี่ว่าให้ลองอดเหล้าสัก 2-3 วันก่อนไปปฏิบัติธรรม และปกติพี่ชายก็ไม่ได้ทานอาหารมื้อเย็นอยู่แล้ว เห็น ดื่มแต่เหล้าทุกวัน แล้วก็ให้พี่ชายชวนเพื่อนที่ดื่มด้วยกันไปเป็นเพื่อนด้วย และได้ขอร้องผู้ใหญ่บ้านและคุณ ไพลิน ช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้ในคราวนั้นด้วย

     วันแรกที่พี่ชายกลับมาจากการปฏิบัติธรรม ก็มากอดดิฉันแล้วก็ร้องไห้ ดิฉันก็ร้องตามด้วย เขาบอกว่า พี่เกิดใหม่แล้วŽ เพราะเขาบอกว่า ที่ไปปฏิบัติ-ธรรมเป็นเหมือนที่ที่เขาคุ้นเคย แล้วคนที่นั่นแม้ไม่รู้จักกันก็ เหมือนเป็นพี่เป็นน้องกันและทำให้เขารู้ดีรู้ชั่ว เข้าใจชีวิต ก็เลยประกาศหักดิบไม่ดื่มเหล้าอีกเลย เพราะพระ อาจารย์ที่นั่นเทศน์ให้ข้อมูลเต็มที่ หลังจากนั้นเวลาดิฉันไปสวดมนต์ที่ไหนพี่ชายเขาก็จะตามไปสวดด้วย


เป็นกัลยาณมิตรให้ครอบครัวพี่เขย

     พี่เขยของดิฉัน ถ้าไม่ดื่มเหล้าก็จะเป็นคนดี ขยัน เอาใจใส่ดูแลบ้าน นิสัยโอบอ้อมอารีมาก แต่พอดื่ม เหล้าเข้าปากนี่ เปลี่ยนนิสัยเลย จะเกเร หาเรื่องคนอื่นไม่ได้ก็จะหาเรื่องกับพี่น้อง โดยเฉพาะภรรยาของเขา ทั้งด่าและตบตีภรรยาเป็นประจำ

     วันหนึ่งที่ดิฉันรู้สึกสะเทือนใจมาก ที่เห็นพี่เขยกับพี่สาวทะเลาะกันรุนแรง มาก และมีการทำลายข้าว ของในบ้านด้วย วันนั้นฝนก็ตกหนัก พายุก็แรง ได้ยินเสียงหลานมาเรียก ดิฉันก็คว้าโต๊ะวิ่งลงจากบ้านไปบ้านพี่ เขย พอไปถึงก็เอาโต๊ะฟาดพี่เขยก่อนเลย แต่พี่เขยก็เอามือกันไว้และก็บอกว่า มึงมาตีกูทำไม พี่เขยถูกพี่สาว เอามีดแทงตรงไหปลาร้า แล้วหลบไปอยู่ห้อง

   หลังจากวันนั้นไม่นาน พี่สาวดื่มเหล้าแล้วก็กินยาฆ่าแมลงฆ่าตัวตายต่อหน้า โดยที่พี่เขยก็ไม่ได้ห้าม แต่ลูกชายของพี่สาวกระโดดปัดขวดออกก็ไม่ทัน แล้วนำแม่ของเขามาล้างท้องที่โรงพยาบาล แต่ก็อยู่ได้แค่ 2 คืน พี่สาวก็เสียชีวิต

   บรรยากาศในงานศพค่อนข้างเคร่งเครียด เพราะลูกและเพื่อนบ้านต่างลงความเห็นว่าพ่อผิด ทำให้แม่ ตาย ดิฉันจึงเรียกหลานๆ มาคุยปลอบใจ ก็บอกเขาไปว่า แม่ดื่มเหล้าไป ก็เลยกล้าทำอย่างนี้ ถ้าไม่ดื่มเหล้า คงไม่ทำเช่นนี้ และสอนเขาไปว่า หนูก็อย่าดื่มเหล้า และก็ไปคุยกับพี่เขยด้วย แต่พี่เขยก็ไม่สะทกสะท้าน อะไรก็กลับไปดื่มเหล้าและทำตัวเจ้าชู้ต่อไปอีก

   อยู่มาวันหนึ่ง ดิฉันก็ชวนพี่เขยไปเที่ยวเชียงใหม่ไปปฏิบัติธรรม โดยบอกว่าไปแล้วสามารถพักผ่อนทั้ง ร่างกายและจิตใจ แต่พี่เขยก็อึ้งไป แม้เขาจะต่อต้านวัดพระธรรมกาย แต่เขาก็ถามจะไปเมื่อไหร่ ดิฉันก็บอกว่า วันอาทิตย์หน้า เขาก็นิ่งไป แต่ว่าพอถึงวันอาทิตย์ พี่เขยก็ได้ไปปฏิบัติธรรม ทำให้ดิฉันดีใจมาก ไม่คิดว่าเขา จะไปได้


พี่เขยหักดิบเลิกเหล้า

      หลังจากที่พี่เขยได้ไปปฎิบัติธรรม ที่นั่นก็จะมีการประชุมกลุ่มกัน เขาก็ร้องไห้ใหญ่เลย และบอกใน กลุ่มว่าจะหยุดดื่มเหล้า ก็มีคนถามเขาว่า คิดอย่างไรถึงจะหยุดเหล้า เขาบอกว่าพอได้นั่งสมาธิแล้ว ก็คิด ทบทวนดูว่า เขาปกครองลูกไม่ได้ เพราะว่าเขาเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีด้วย ดื่มเหล้าด้วย ก็จะตัดสินใจเลิก ดิฉัน รู้สึกดีใจมากที่สามารถชวนพี่เขยมา แล้วเขาก็ตัดสินใจเลิกเหล้าได้อย่างเด็ดขาด

    พอกลับมาถึงบ้าน ตื่นเช้ามา พี่เขยก็มาใส่บาตรด้วยกัน ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยตื่นมาใส่บาตรเลยเพราะว่า เมาตั้งแต่เช้าเลย ก็ทำให้บรรดาญาติๆ และครอบครัวของพี่เขยดีขึ้นมาก เพราะก่อนหน้านี้ พี่เขยทะเลาะกับ คนอื่นๆ ตลอดเวลา ขนาดว่าจะไม่นับญาติกันแล้วระหว่างพี่น้อง หลานก็มาขอบคุณดิฉันที่ทำให้พ่อเขาเปลี่ยน ไปในทางที่ดีได้ และก็แนะนำให้หลานไปบอกพ่อให้เอาจานดาวธรรมมาติด เพื่อจะให้พ่อได้เห็นหลวงพ่อ ได้ ฟังเทศน์ ซึ่งจะทำให้พ่ออยู่ในบุญ ห่างจากเพื่อนขี้เหล้าที่คุ้นเคยได้Ž

      จากเรื่องที่นำมาเป็นกรณีศึกษาอาจกล่าวได้ว่า ผู้ทำหน้าที่กัลยาณมิตรนั้น มีหน้าที่สำคัญที่ส่งผลให้ คนรู้จักการพัฒนาตนเอง เพื่อให้เป็นคนดีของสังคม แม้จะประสบปัญหาหรือความทุกข์ ก็สามารถเผชิญหน้า กับความทุกข์ได้อย่างมีสติ ให้พิจารณาสิ่งต่างๆ โดยใช้เหตุผล ด้วยสติปัญญา และมีความหวังกับชีวิตว่าจะ ต้องดีขึ้นถ้าหากกระทำความดี มีศรัทธามั่นคงในการทำบุญและให้ทาน ตลอดจนการรักษาศีล และการเจริญ ภาวนา เพื่อสั่งสมบุญบารมีไว้ในภายภาคหน้า และยังนำไปสู่การมีจิตใจโอบอ้อมอารี ให้อภัยเพื่อนมนุษย์ ไม่ ผูกพยาบาท เชื่อฟัง เคารพนับถือบุคคลตามลำดับอาวุโส และยึดมั่นในความกตัญญูต่อผู้มีอุปการคุณ มีความ สงบเสงี่ยม นอบน้อม สำรวม เกรงใจผู้อื่น และมีความระมัดระวัง รอบคอบ ฯลฯ และในที่สุด นอกจากจะ สามารถเป็นกัลยาณมิตรให้กับตนเองแล้ว ยังสามารถเป็นกัลยาณมิตรให้กับคนอื่นต่อไปอีกได้