คุณธรรมของหลวงพ่อทัตตชีโว

วันที่ 23 กย. พ.ศ.2557

 
คุณธรรมของหลวงพ่อทัตตชีโว
19 ตุลาคม 2531
 

.....จนคุณยายท่านยังชมว่า "หลวงพ่อไม่เคยเถียงยายเลย" และด้วยคุณธรรมข้อนี้เอง ที่ไม่เคยเถียงใคร บวกกับความอ่อนน้อม ถ่อมตน ไม่ว่าหลวงพ่อจะไปที่ใดก็ตาม ก็จะมีแต่คนรักและเมตตา ถ่ายทอดความรู้ให้อย่างเต็มที่

.....
ด้วยความที่หลวงพ่อรู้ตัวว่า หลวงพ่อมิใช่คนเก่ง มิใช่คนฉลาด คนที่เก่งและฉลาด กว่าหลวงพ่อยังมีอีกมาก หลวงพ่อจึงต้องมาสำรวจตัวเอง และหาความรู้เพิ่มด้วยการ

​๑. ต้องมีความเคารพ (โดยไม่เคยเถียงครู) และมีความอ่อนน้อม ถ่อมตน

​๒. ต้องมีความอดทน ต่อการกระทบกระทั่ง หลวงพ่อจะไม่แสดง ความไม่พอใจใคร ใด ๆ ออกนอกหน้า จึงได้รับหน้าที่ ประสานกลุ่มต่าง ๆ มาตลอด แม้จะผิดพลาดบ้าง เขา
(ทุกคน) ก็ยังรักหลวงพ่อ และพร้อมจะให้อภัยเสมอ


.....​หลวงพ่อธัมมะ และหลวงพ่อเอง ทำงานร่วมกันมากว่า ๒๐ ปี ถามว่า มีการกระทบกระทั่ง กันบ้างไหม? มี แต่ไม่เคยทะเลาะกันเลย เพราะท่านเป็นครูของหลวงพ่อ ท่านย่อมอยู่เหนือคำวิจารณ์ใด ๆ เหนือความน้อยใจทั้งมวล จึงอดได้ ยิ้มได้ และพร้อมรับความรู้ จากท่านได้เสมอ

​๓. ต้องมีความอดทน ต่อการยั่วเย้า เย้ายวน ทั้งหลาย
(๓ ส.) ในละเอียด ๆ ก็คือ ความอยาก อยากสบาย อยากเพลิดเพลิน …ฯลฯ

.....ซึ่งสิ่งเหล่านี้หลวงพ่อไม่มี ส่วนรวมให้อะไรมา หลวงพ่อก็พอใจเช่นนั้น ไม่ฟุ้งเฟ้อ หรือแสวงหาให้แปลกจากคนอื่น หลวงพ่อเลยไม่เคยถูกอิจฉา หรือหมั่นไส้เลย

.....เวลาไปไหน หลวงพ่อไม่ค่อย อยากจะให้ใครรู้จัก จะทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด ให้เหมาะแก่ การเป็นนักปฏิบัติธรรม
(ไม่โอ้อวด คุยโม้) หลวงพ่อจึงมีตำแหน่งเดียว คือ รองเจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย และสิ่งที่วัดอื่น ๆ ไม่มีคือ พระในวัดไม่เคยคิด แย่งตำแหน่งเจ้าอาวาสกันเลย และก็ไม่มีใครอยากดัง

.....แม้กระทั่งคุณยายเอง พอถูกถามว่า วัดพระธรรมกายดีอย่างไร? ทำอย่างไรวัดจึงดัง?  คุณยายท่านจะตอบว่า
“พระยายเก่ง พระบริหารงานดี ยายเป็นศิษย์วัด ได้แต่ทำตามท่าน”

.....ครั้นถามพระ พระก็จะตอบว่า “เพราะยายอบรมมาดี”  ทั้งนี้เพราะ เราเกี่ยงกันรับความดี วัดเราจึงเจริญและขยายในเวลาอันรวดเร็ว เพราะไม่มีใครอวดตัวว่า ข้าเก่ง แม้แต่คนเดียว วัดจึงเจริญ