กรณีศึกษา "การได้พบกัลยาณมิตร ทำให้ชีวิตพบจุดเปลี่ยน"

วันที่ 02 เมย. พ.ศ.2558

 

กรณีศึกษา "การได้พบกัลยาณมิตร ทำให้ชีวิตพบจุดเปลี่ยน"

     เรื่องราวต่อไปนี้ เขียนโดย ธัน ธนวรรธ เป็นกรณีตัวอย่างของแพทย์หญิงท่านหนึ่ง ที่พบกับจุดเปลี่ยนแปลงชีวิตจากการทำหน้าที่ของน้าที่ชักชวนให้เข้ามาสู่เส้นทางธรรมโดยก่อนหน้านี้ได้ใช้ชีวิตที่เหมือนกับชาวโลกทั่วไป ที่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่พร้อมสำหรับการจะเอื้ออำนวยให้ เพื่อมีความสุขไม่น้อยหน้ากว่าใครในสังคม แต่กลับพบว่าความสุขที่แฝงด้วยความทุกข์นั้นหาได้เติมเต็มให้กับชีวิตได้จนกระทั่งได้เข้ามาศึกษาและปฏิบัติธรรม และได้พบสิ่งที่ขาดหายไปของชีวิต และในที่สุดก็ได้ทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตรให้กับ บุคคลอื่นได้อย่างน่าภาคภูมิใจแต่ในที่นี้เนื่องจากเป็นกรณีศึกษาเพื่อเป็นตัวอย่างประกอบการศึกษา แม้บุคคลในเรื่องจะยังมีชีวิตอยู่ และเรื่องราวนี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ทางวารสารออกสู่สาธารชนแล้วก็ตามจึงขอสงวนนามบุคคลในเรื่องไว้ และจะขอใช้นามสมมติแทน

คุณหมอผู้มีพร้อมในทางโลก

    พจน์ ประภาพันธ์ ท่านเป็นแพทย์หญิงมีฐานะมีอาชีพที่มีเกียรติที่สังคมยกย่องมีอนาคตที่สดใสมาตลอด ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามีผลการเรียนดีจนกระทั่งสามารถสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้พอสำเร็จการศึกษาแล้วก็ได้ศึกษาต่อแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวชท่านมีครอบครัวที่แสนอบอุ่นมีพี่น้องที่ไม่ทะเลาะกันพ่อแม่มีความเข้าใจกันท่านมีทุกอย่างเพียบพร้อม และยังมีเพื่อนมากมาย คุณหมอกล่าวถึงการใช้ชีวิตช่วงหนึ่งว่า ”ในความรู้สึกพร้อม ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมาก ทำให้หมอเองใช้คุณค่าของชีวิตฟุ่มเฟือยมากไป คือ เที่ยวทุกคืนดื่มพอมึนๆแต่อาศัยเข้าไปกินบรรยากาศฟังพวกเพื่อนที่ดื่มเหล้าคุยกันตอนนั้นรู้สึกสนุกบ้าๆ บอๆ สะใจ หัวเราะกันได้ทั้งคืนบ่อยครั้งดื่มถึงเช้าค่อยแยกย้ายกันกลับ มันแปลกเหมือนกันที่หมอเองเป็นผู้หญิงคนเดียวในเพื่อนผู้ชายกลุ่มใหญ่แต่หมอไม่รู้สึกกลัวอะไรกลับรู้สึกว่าการทำแบบนี้เก๋มากรู้สึกภูมิใจเป็นการเข้าสังคมของกลุ่มพี่น้องหมอด้วยกัน”

     ก่อนหน้านั้นคุณหมอเป็นคนห่างไกลศาสนามองไม่เห็นความจำเป็นว่าจะเข้ามาช่วยให้ชีวิตสมบูรณ์ขึ้นได้อย่างไร เพราะที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้วทำบุญวันเกิดปีละครั้งตามประเพณีก็น่าจะเพียงพอจนกระทั่งสำเร็จการศึกษาคุณหมอได้มาเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวชยิ่งทำให้ท่านเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นไปอีก

พบกัลยาณมิตรชีวิตพบจุดเปลี่ยน

     แต่ในที่สุดวันคืนแห่งความเลวร้ายก็มาถึงคุณหมอล้มป่วยลงอย่างกะทันหันด้วยโรคหมอนรองกระดูกแตก โดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงซึ่งเจ็บปวดทรมานมากถึงขั้นเดินไม่ได้คุณหมอต้องเข้ารับการผ่าตัดและนอนพักฟื้นอย่างยาวนานฉีดยาเข้าช่องไขสันหลังเพื่อบรรเทาอาการปวดก็ยังไม่หายแม้แต่อาจารย์หมอที่ว่าเก่งๆ ที่เชี่ยวชาญมากทั่วทั้งโรงพยาบาลมาร่วมกันวินิจฉัยดูอาการก็ยังไม่มีใครรักษาท่านได้

     ”รักษามาทุกวิธีแล้วจนรู้สึกท้อแท้หมดหวังเหมือนหมดหวังทุกอย่างในชีวิตกินยาก็แพ้กินไม่ได้ทรมานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนน้ำหนักลดจาก 47 กิโลกรัม เหลือ 42 กิโลกรัม ภายใน 2 - 3 วัน จนอาจารย์หมอมาพูดกับหมอว่า “ ให้ทนอย่างนี้อีก 10 ปี ทนอีก 10 ปีนะ แล้วเราก็จะชินไปเอง” ได้ยินประโยคนี้คุณหมอรับไม่ได้ เลยหันกลับมาตั้งสติหยุดคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตหรือนี่ผ่าตัดก็ไม่หาย ฉีดยาเข้าช่องไขสันหลังน้ำไขสันหลังก็รั่ว กินยาก็แพ้ อาจารย์หมอทุกคนเพื่อนหมอด้วยกันมารักษาดูอาการของคุณหมอหมดก็ยังไม่หายคุณหมอเองก็เป็นหมอด้วย มันช่างไม่ตรงไปตรงมาเสียเลย หมอเก่งน่าจะรักษาหายก็กลับไม่หาย แล้วทำไมเรื่องแบบนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับหมอทำไมต้องเป็นหมอ ”

     ”ความรู้สึกเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์ตอนนั้นลดลงไปเลย เพราะคุณหมอสู้มาทุกทางใช้เทคโนโลยีที่ว่าทันสมัยทุกอย่างรักษามาหมดกลับสู้ไม่ได้โชคดีที่ช่วงนั้นคุณน้าของคุณหมอแนะนำให้เราใช้พุทธศาสตร์เข้าช่วยในเมื่อคุณหมอลองมาทุกทางแล้วไม่มีอะไรดีขึ้นก็เลยหันมาศึกษาธรรมะลองหัดทำสมาธิปฏิบัติธรรม ทำบุญทุกบุญไม่ขาด โดยเฉพาะทุกวันนี้คุณหมอได้ฟังคำสอนจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัม มชโย จากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทุกวันทำให้เรารู้ว่าเบื้องหลังอาการป่วยของเรา มันคือวิบากกรรมที่เราเคยทำเอาไว้ในอดีตนั่นเอง”

     ”ก่อนหน้านั้นมีแต่คนบอกว่าคนเราเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมมาชดใช้วิบากที่เคยทำไว้ฟังแล้วรู้สึกว่าการเกิดมามันไม่น่าเกิดมาเลยนะเหมือนเกิดมาเพื่อโดนลงโทษฟังแล้วรู้สึกว่าห่อเหี่ยวทำไมเราไม่มีโอกาสหรือหนทางใดในการแก้ไขเลยหรือแต่พอมาฟังคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่ท่านสอนเราผ่านทางทีวีดาวธรรมทุกวัน เน้นย้ำว่าเราเกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้งแสวงบุญสร้างบารมีพอรู้เป้าหมายอย่างนี้รู้สึกชุ่มชื่นใจเกิดมาเหมือนชีวิตมีโอกาสแก้ไขปรับปรุงในสิ่งที่เรายังบกพร่องได้ ”

      เมื่อแพทย์หญิงท่านนี้ทราบว่ามันคือวิบากกรรมจะช่วยให้อะไรดีขึ้นบ้างหากไม่รู้ถึงวิธีการแก้ ทำให้ท่านประทับใจในคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อเพิ่มมากขึ้นเพราะท่านสอนถึงวิธีแก้ไขวิบากกรรมจากหนักจะเป็นเบา จากเบาก็จะหายถ้าตายก็ไปดีซึ่งสิ่งเหล่านี้ท่านได้พิสูจน์จุดนี้อย่างเด่นชัดด้วยตัวเอง เพราะอาการของคุณหมอหมดหนทางจะเยียวยาแล้วแม้กินยายังไม่ได้เพราะแพ้ยาจึงรักษาด้วยการทำบุญ การรักษาศีล ทำสมาธิ  และอธิษฐานจิต ในที่สุดท่านพบว่าอาการป่วยดีขึ้นตามลำดับจนกระทั่งสามารถมาทำงานเป็นคุณหมอได้ดังเดิม

พบกัลยาณมิตร ได้โอกาสศึกษาความรู้ของชีวิต

     ทุกวันนี้คุณหมอเชื่อมั่นถึงการมีจริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เชื่อว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ แล้วสามารถเดินได้ 7 ก้าวจริงๆจากการได้ศึกษาพุทธประวัติการสร้างบารมีของพระพุทธองค์ในแต่ละชาติว่ากว่าพระองค์จะวิเศษขนาดนี้ เพราะพระองค์ทรงสร้างบารมีมาอย่างยาวนานๆมากถึง 20 อสงไขยกับแสนมหากัปจนกระทั่งในชาติสุดท้ายได้ลักษณะของกายมหาบุรุษครบถ้วน 32 ประการ จึงมีสภาพร่างกายพิเศษทำในสิ่งที่เหนือมนุษย์สามัญทั่วไปจะทำได้ ส่วนเด็กปัจจุบันที่คลอดออกมายังไม่เคยพบลักษณะพิเศษที่ได้กายมหาบุรุษเลย จึงทำไม่ได้ และมากไปกว่านั้นพระองค์สามารถระลึกชาติสอนสัตว์โลกสามารถอธิบายการเกิดตั้งแต่ก่อนมาเกิดขณะอยู่ในครรภ์จนคลอดได้อย่างละเอียดชัดเจนเอามากๆทั้งๆที่สมัย 2,500 กว่าปีที่ผ่านมายังไม่มีเทคโนโลยีไฮเทคใดๆบอกให้เห็นภาพได้ถึงขนาดนั้นแต่พระองค์สามารถเห็นสิ่งเหล่านี้ได้จากการทำสมาธิซึ่งมีบันทึกเป็นหลักฐานไว้ในพระไตรปิฎกมายาวนานกว่า 2,500 ปีแล้ว

     ”พอมาถึงทุกวันนี้ เมื่อมองย้อนไปคุณหมอก็รู้สึกตลกตัวเองไม่หายว่าทำไมหมอหลงคิดผิดๆ ด้วยมานะทิฏฐิอยู่ได้ตั้งนานไม่ยอมเปิดโอกาสให้กับตัวเองได้ลองศึกษาก่อนพอมาศึกษาจริงๆจึงได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อให้วิชาอื่นทางโลกที่ว่าเจ๋งๆไม่รู้ก็ยังไม่เป็นไรแต่หากพุทธศาสตร์ไม่เรียนรู้แล้วไม่สามารถเอาตัวรอดอย่างปลอดภัยในวัฏสงสารได้ เพราะวิชานี้สอนให้เราเลือกและเลี่ยงได้สอนให้เรารู้ว่าตอนเรามีชีวิตอยู่ขณะนี้เราต้องดำเนินไปอย่างไรถึงจะมีชีวิตที่ดีขึ้นหลังความตายแล้วเราเลือกได้ว่าจะไปไหนจากการกระทำในปัจจุบันแล้วยังสอนวิธีการลิขิตชีวิตตัวเองได้ข้ามชาติว่าเราต้องการให้ชีวิตในชาติหน้าเป็นอย่างไรและมีวิธีการแก้ไขอดีตที่ผิดพลาดที่หลงไปทำบาปมาแล้วได้อย่างไรตลอดจนวิธีการกำจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไปไม่ต้องเกิดอีกจะต้องทำอย่างไรซึ่งสิ่งนี้เราเรียนรู้ได้จากการดูรายการธรรมะผ่านดาวธรรมค่อยๆศึกษาสิ่งเหล่านี้ไปแล้วเราก็จะเข้าใจชีวิตเพิ่มมากขึ้น และมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแตกต่างอย่างที่ตัวหมอเองได้ประสบมา”

  ”หมอว่าจำเป็นนะในเมื่อเราไม่ได้มีชีวิตอยู่แค่ชาตินี้ชาติเดียวแต่เรายังต้องเกิดอีกนับชาติไม่ถ้วนหากเรายังไม่หมดกิเลส แล้วในเมื่อเรายังต้องเกิดอีกหลายชาติทำไมเราไม่เลือกที่จะเตรียมความพร้อมไว้ชาติหน้าเพื่อจะได้ไม่ต้องลำบากไม่ต้องรันทดใจเหมือนชาตินี้อีกถ้าชาติหน้าเกิดมาดีจะได้ไม่ต้องกังวลใจลุยสร้างความดี สร้างบุญ สร้างบารมีอย่างเดียว และเมื่อบารมีเราเต็มเปี่ยมเมื่อไร เราก็ไม่ต้องเกิดอีกแล้ว ไม่ต้องมาทุกข์กันอีก ”

     หลังจากนั้นคุณหมอก็ได้ทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้กับครอบครัวโดยการติดดาวเทียมที่บ้านในโครงการศึกษาธรรมทางไกลผ่านดาวเทียมหรือที่เรียกย่อๆว่า “ดาวธรรม” เพื่อคุณพ่อคุณแม่และคนในบ้านของท่านได้ดูทุกวันทำให้เลิกขายบุหรี่ได้ทั้งๆที่เป็นเจ้าใหญ่เจ้าหนึ่งในอำเภอเพราะได้เรียนรู้ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งไม่ดีมอมเมาเยาวชนเหมือนเผาเงินไปเล่นๆ และด้วยกรรมที่ขายของพวกนี้ตายแล้วต้องไปใช้กรรมในมหานรกขุมต่างๆ แถมเกิดชาติหน้าด้วยกรรมที่ส่งเสริมให้คนติดบุหรี่ก็จะเจอแต่สภาพแวดล้อมที่มีพี่น้องที่เป็นขี้ยาครอบครัวไม่มีความสุข ลูกหลานผลาญทรัพย์ไปใช้ในทางอบายมุข

     ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่พี่น้องที่บ้านต่างเข้าใจวัดสนใจปฏิบัติธรรมมากขึ้นจากเมื่อก่อนไม่เข้าใจและไม่สนใจธรรมะเท่าที่ควรพอติดดาวธรรมเหมือนมีพระเดชพระคุณหลวงพ่อไปสอนถึงที่บ้านทุกวันธรรมะก็ค่อยๆซึมซับขัดเกลาจิตใจ และเป็นที่พึ่งทางใจให้กับตัวเองได้

      แพทย์หญิงท่านนี้ได้คุณน้าเป็นกัลยาณมิตรซึ่งแม้เพียงแต่แนะนำให้ลองศึกษาธรรมะแต่สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญก็คือการแนะนำในจังหวะที่เหมาะสมอันเป็นขณะที่แพทย์หญิงท่านกำลังต้องการคำแนะนำเพื่อเป็นทางออกสำหรับการแก้ปัญหาชีวิตขณะที่กำลังมีโรคภัยที่มีอันตรายต่อชีวิต

 

 

จากหนังสือ DOU
วิชา DF 202 ทักษะการทำหน้าที่กัลยาณมิตร