อารูนา ซูเปอร์สตาร์แห่งมองโกเลีย

วันที่ 01 กค. พ.ศ.2558

 

อารูนา (Ariunaa) 

ซูเปอร์สตาร์แห่งมองโกเลีย เข้าถึงแสงสว่างภายใน

 



อนุสาวรีย์เจงกีสข่าน สุดยอดตำนานแห่งนักรบบนหลังม้า โดดเด่น เป็นสง่าอยู่บนเนินเขา แม่น้ำบางสายจับตัวกันจากอุณหภูมิที่ติดลบกลายเป็นกึ่งน้ำกึ่งน้ำแข็ง
แม้เบื้องบนท้องฟ้าจะมีดวงตะวันส่องฉายแต่พื้นแผ่นดินกลับเย็นยะเยือกด้วยหิมะที่โปรยปราย

 

    สิ่งที่เรากำลังกล่าวถึง คือ ประเทศมองโกเลีย ประเทศที่ในอดีตผู้คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่บนหลังม้า มีเนื้อที่ใหญ่กว่าประเทศไทยถึง ๓ เท่าในย่านที่อยู่อาศัยบนเนื้อที่อันกว้างใหญ่ไพศาลนั้น เราจะเห็น ชุมชนของกระโจมสลับกับบ้านเป็นหลังๆ มีรั้วไม้แยกบ้านแต่ละหลังออกจากกัน ซึ่งเป็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่สืบต่อกันมายาวนาน นอกเหนือจากเตาผิงไฟและที่หลับนอนแล้ว ในยุคสมัยใหม่นี้ ในกระโจมเหล่านั้นยังเพียบพร้อมไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกมากมายรวมถึง "TV" และหลายคนกำลังยิ้มอย่างเริงร่า และฮัมเพลงอย่างเบิกบานไปพร้อมๆ กับมิวสิกวิดีโอชุดใหม่ของซูเปอร์สตาร์ในดวงใจ

 

       ซูเปอร์สตาร์ที่เรากำลังพูดถึงเธอชื่อ อารูนา (Ariunaa)นักร้องสาวผู้พรั่งพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติและคุณสมบัติ เธอเริ่มเรียนและฝึกร้องเพลงตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี โดยเดินทางไปเรียนวิชาการขับร้อง
ถึงประเทศบัลแกเรียจากนั้นก็ได้ กลายมาเป็นนักร้องซูเปอร์สตาร์ที่โด่งดังมากๆ ในมองโกเลีย มีผลงานอัลบั้มเพลงมาแล้วกว่า ๗ อัลบั้ม       


       ดูเหมือนว่า ความทุกข์และความเครียด แม้จะไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้าน แต่ผู้คนในทุกบ้านทุกเมือง กลับมีติดตัวกันคนละไม่น้อย และแน่นอน ความทุกข์แม้จะเป็นสิ่งสามัญ แต่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะสิ่งสำคัญอยู่ตรงที่ว่า "คุณจะแก้ไขความทุกข์ ได้อย่างไร วิธีการนั้นถูกต้องหรือไม่"เพราะเมื่อแก้ไขไม่ถูกต้อง ผู้มีความทุกข์หลายคนจึงตกอยู่ในอาการ "กินยาผิดซอง" อยู่ร่ำไป

 

        ผู้คนโดยส่วนใหญ่จะรู้จักนักร้องหรือนักแสดงในนามของบุคคลในวงการบันเทิง ซึ่งในเนื้อหาของงาน คือการมอบความสนุกสนานบันเทิงให้กับผู้คน และสำหรับ "อารูนา"ก็เช่นเดียวกันเธอโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงบนถนนสายดนตรี เป็นผู้มอบความบันเทิงทางเสียงเพลงแก่ผู้คนค่อนประเทศ แม้หลายคนจะมีความสุข ผ่อนคลาย เมื่อได้ฟังเสียง อันไพเราะจากบทเพลงที่เธอขับขาน แต่บางคราวใช่ว่าใจของผู้ขับร้องจะมีความสุขสดชื่นเหมือน ดั่งบทเพลงที่เปล่งเสียงออกไปเสมอ เธอบอกว่า บ่อยครั้งที่ดิฉันค่อนข้างจะเครียดกับชีวิต มีความกดดันทั้งในเรื่องงานและธุรกิจ

 

       ดูเหมือนว่า ความทุกข์และความเครียด แม้จะไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้าน แต่ผู้คนในทุกบ้านทุกเมือง กลับมีติดตัวกันคนละไม่น้อย และแน่นอน ความทุกข์แม้จะเป็นสิ่งสามัญ แต่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะสิ่งสำคัญอยู่ตรงที่ว่า "คุณจะแก้ไขความทุกข์ ได้อย่างไร วิธีการนั้นถูกต้องหรือไม่"เพราะเมื่อแก้ไขไม่ถูกต้องผู้มีความทุกข์หลายคนจึงตกอยู่ในอาการ "กินยาผิดซอง" อยู่ร่ำไป ดังมีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่หลายเรื่อง ที่สะท้อนถึงการแก้ปัญหาของมนุษย์ในรูปแบบแปลกๆ เช่น ที่จังหวัดจันทบุรี มีชายวัย ๖๙ ปีคนหนึ่ง ระบุว่าตนเองชื่อ นายตายนานแล้ว นามสกุลลืมจำไม่ได้นายตายนานแล้ว กล่าวว่า ตนและครอบครัวมีอาชีพทำพลอย และทำสวนผลไม้ ต่อมาประสบปัญหาหลายอย่าง จนเซ็งชีวิต จึงได้แก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนชื่อใหม่ดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า "การที่ผมเปลี่ยนชื่อ เพราะต้องการหนีภัย และความเครียด รู้สึกเซ็งชีวิต แต่ผมไม่ได้บ้า" และที่ศรีสะเกษเคยมีข่าวฮือฮาเกี่ยวกับ "มนุษย์รู"ผู้เฒ่าอายุ ๗๓ ปี ซึ่งมีพฤติกรรม ประหลาด คืออาศัยอยู่ในรูใต้พื้นดินที่ขุดขึ้นแทน บ้านเป็นเวลานานร่วม ๓๐ปีแม้ญาติพี่น้องจะพยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้ขึ้นมาใช้ชีวิตบนพื้นดินเช่นคนปกติก็ไม่ยอมขึ้น โดยผู้เฒ่าคนให้เหตุผลว่า บริเวณบ้านที่อยู่นี้เป็นป่าทึบ มียุงชุมมาก เวลากลางคืนโดนยุงกัดเสมอ ทำให้รำคาญ จึงขุดรูลงไปอยู่ใต้ดินเพื่อหนียุงกัด โดยใช้ไม้และตาข่ายปิด ปากรูไว้เพื่อป้องกันยุง และนี่เป็นเพียงบางตัวอย่างเพียงส่วนเสี้ยวของวิธีแก้ปัญหาแบบกินยาผิดซอง ของผู้คนที่กระจัดกระจายอยู่ในโลกใบนี้
 


       แต่สำหรับซูเปอร์สตาร์อย่างคุณอารูนา เธอรู้แล้วว่า ในช่วงเวลาแห่งความทุกข์และความเครียด เธอจะขจัดสิ่งเหล่านั้นออกจากใจอย่างถูกต้องได้อย่างไร เธอเล่าว่า"ดิฉันเคยมาอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์พร้อมครอบครัว คือสามีและลูกชาย อยู่ประมาณ ๖ เดือน ในช่วงนั้นหลวงพี่มุงจากาล (พระภิกษุจากประเทศมองโกเลีย) ท่านได้เดินทางไปที่วัดพระธรรมกาย แล้วมาเยี่ยมที่บ้านของดิฉันพร้อมกับหลวงพี่จากวัดพระธรรมกายด้วย ซึ่งท่านก็ได้แนะนำการนั่งสมาธิให้"


"ขณะที่นั่งสมาธิ ดิฉันจะตรึกระลึกนึกถึงถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำฯ และคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ สักครู่ต่อมาก็รู้สึกว่า มีแสงสีขาวที่สว่างมากๆ ล้อมรอบตัวดิฉันไว้ แล้วพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ  และคุณยายอาจารย์ก็ขยายครอบตัวดิฉันเช่นกัน

 

        หลังจากที่ได้รับการแนะนำการนั่งสมาธิจากพระอาจารย์ไปแล้วนั้น การปฏิบัติธรรมในครั้งนั้น ทำให้คุณอารูนาได้รับความสุขภายในอย่างที่ไม่เคย ได้รับมาก่อน ความเครียดต่างๆ ภายในใจมลายไปสิ้น และเธอยังคงนั่งสมาธิอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้ไปปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมสิงคโปร์ด้วย แม้จะกลับมาที่มองโกเลียแล้วเธอก็ยังคงนั่งสมาธิต่อเนื่องทุกวัน วันละประมาณ ๑๕ นาที ไม่เคยขาด เธอได้เล่าประสบการณ์ภายในของเธอให้ฟังว่า "ขณะที่นั่งสมาธิ ดิฉันจะตรึกระลึกนึกถึงถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำฯ และคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ สักครู่ต่อมาก็รู้สึกว่า มีแสงสีขาวที่สว่างมากๆ ล้อมรอบตัวดิฉันไว้ แล้วพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯและคุณยายอาจารย์ก็ขยายครอบตัวดิฉันเช่นกัน ในทุกครั้งที่ดิฉันนั่งสมาธิ ดิฉันสัมผัสได้ถึงแสงตะวันภายใน และนึกถึงแสงสว่างภายในได้อย่างง่ายๆ ซึ่งทำให้ดิฉันมีความสุขมาก"

 

        จากเรื่องราวของซูเปอร์สตาร์แห่งมองโกเลีย ทำให้เราได้รับรู้ว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะไหน จะเป็นชนสามัญ เป็นซูเปอร์สตาร์ จะขี่ม้า ขี่อูฐ หรือนั่งเครื่องบิน ต่างก็หนีความทุกข์ไม่พ้น เพราะความทุกข์ที่ว่า เริ่มต้นที่ใจก็ต้องแก้ที่ใจ ปล่อยวางทุกเรื่องราวในโลกลงเสียบ้าง เพราะบางขณะเราก็ใช้โลกใบนี้อย่างผิดวัตถุประสงค์ทั้งๆ ที่โลกมี ไว้ให้อาศัย แต่ใจของเรากลับเลือกที่จะแบกโดย ไม่จำเป็น แบกไว้ก็หนัก วางได้ก็เบา แล้ววางใจเบาๆ ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้ใจของเราสงบนิ่ง เพราะใจที่จะแก้ปัญหาได้ คือ ใจที่สงบ นิ่งให้นาน นิ่งให้เย็น แล้วเราจะได้เห็นแสงสว่างภายในดั่ง ซูเปอร์สตาร์แห่งมองโกเลีย

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร