เทศกาลสงกรานต์

วันที่ 04 กค. พ.ศ.2558

 

 

เทศกาลสงกรานต์

            ครอบครัวในปัจจุบัน จะพบปะกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สังเกตได้จากกรุงเทพฯ ได้หยุดพักหายใจ ทุกถนนที่เคยติดขัดจะมีช่องว่างจากความแออัดของรถ ของผู้คน บางแห่งเริ่มได้ยินเสียงนกร้อง เพราะเสียงแห่งความวุ่นวายเริ่มหายไป ในขณะที่ตามถนนสายที่ลำเลียงผู้คนออกไปต่างจังหวัดเต็มไปด้วยรถแน่นขนัดไปหมด

            ปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น จากการพัฒนาเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าเป็นสมัยก่อน คนเราเกิดที่ไหนก็มักจะโตอยุ่ที่นั่นจนกระทั่งมีครอบครัวก็อยู่ในถิ่นเดิม ครอบครัวจึงเป็นครอบครัวใหญ่ เพราะในสังคมการเกษตรนั้นปัจจัยการผลิต คือ ที่ดิน พ่อแม่ทำมาหากินบนที่ดินผืนนั้น ถึงคราวมีลูกก็ยกที่ดินเป็นมรดกตกทอดให้กับลูก ลูกก็ทำกินต่อ แต่งงานสร้างครอบครัวอยู่ที่นั่นต่อไปหลายชั่วอายุคน อย่างมากอาจจะเดินทางข้ามหมู่บ้านข้ามตำบลบ้าง แต่ก็ไม่หนีไปไกลกันมากนัก รวมแล้วยังคงเป็นครอบครัวใหญ่ มีปู่ย่าตายาย เป็นญาติผู้ใหญ่ในเรือน มีพ่อแม่ลูกหลานเหลนอยู่ใกล้ชิดกัน แบ่งงานกันทำตามหน้าที่และกำลังของตน คนที่ยังหนุ่มยังสาวพ่อแม่ก็พาไปทำไร่ทำนา ญาติผู้สูงอายุเหนื่อยมามากแล้วทำงานหนักไม่ไหวก็อยู่ดูแลบ้าน บ้างก็จักสานเสื่อ กระบุง บุ้งกี๋ ตะกร้า บ้างก็เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ปลูกพืชผักสวนครัว บ้างก็ทอผ้าย้อมผ้า บ้างก็ถนอมอาหารผักปลาไว้กินยามแล้ง หรือไม่ ก็ช่วยกันดูแลเด็กๆไป

 

            ทั้งครอบครัวอยู่กันอย่างอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตากัน มีข่าวคราวอะไร ใครเดือดร้อนก็ไปช่วยกันคนละไม้คนละมือ ถึงจะไม่รวยทรัพย์นับเป็นเศรษฐีก็รวยน้ำใจ ช่วยกันดูแลคนในชุมชนหมู่บ้านของตนประดุจญาติไม่มีใครอดตาย ไม่มีใครไร้บ้านพักอาศัยถึงอย่างไรก็ยังมีวัดประจำหมู่บ้าน เป็นศูนย์รวมจิตใจทุกคนให้พักพิง

            แต่พอระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนไป กลายเป็นสังคมอุตสาหกรรม ที่ทำงานเริ่มย้ายออกจากท้องไร่ท้องนา ไปสู่โรงงานอุตสาหกรรม บริษัท ห้าง ร้าน ตลาด ห้างสรรพสินค้า โรงแรม สถานบันเทิง รีสอร์ท ร้านอาหารสถานที่ราชการ และอื่นๆ สถานที่เหล่านี้มักจะอยู่ตามตัวเมือง และคนเราก็สามารถย้ายที่ทำงานไปได้เรื่อยๆ อยู่โรงงานนี้ไปสักพักหนึ่ง มีช่องทางดีกว่าก็ย้ายไปอยุ่โรงงานใหม่ บริษัทใหม่ สถานประกอบการใหม่ การเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อยๆ อย่างนี้ จะยกครอบครัวใหญ่ไปกันหมดคงไม่สะดวก จึงต้องไปแต่ตัวคนเดียว ทำงานไปสักพักเจอหนุ่มสาวถูกใจกันแต่งงานมีครอบครัว มีลูกจึงกลายเป็นครอบครัวเดี่ยว

            ดังนั้นสภาพครอบครัวเดี่ยวหรือครอบครัวใหญ่ เกิดจากสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปจากสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมอุตสาหกรรม ปู่ย่าตายาย ยังอาศัยอยู่ในชนบทเพราะไม่สะดวกที่จะย้ายตาม บางคนไม่ชอบสังคมเมือง บอกว่าอึดอัดวุ่นวาย ยังมีเหมือนกันที่คนในวัยหนุ่มสาวแล้วทำงานอยุ่ในชนบทไม่มากนัก ส่วนผู้อยู่ในตัวเมือง บางคู่ก็เลี้ยงลูกในตัวเมือง บางคู่ยังเอาตัวไม่รอดก็พาลูกไปฝากพ่อแม่เลี้ยงที่ต่างจังหวัด

 

            ช่วงสงกรานต์ปิดหลายวัน แต่ละคนจึงถือโอกาสกลับไปเยี่ยมพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่เพื่อรดน้ำดำหัวขอพรท่าน ไปสรงน้ำพระ รวมทั้งบางพื้นที่ใกล้แม่น้ำลำคลองมีการขนทรายเข้าวัด ไปทำบุญทำทานปล่อยนกปล่อยปลาที่วัดบ้านเกิดกัน ซื้อเสื้อผ้าของฝากไปให้พ่อแก่แม่เฒ่า รวมถึงเด็กๆ หอบขนมของกินของฝากกันไปจากเมืองใหญ่ จึงถือว่า “ ช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ เป็นเทศกาลแห่งวันครอบครัว ” เป็นเทศกาลแห่งความสุขที่ทุกคนเฝ้ารอคอยเพื่อพักผ่อนคลายร้อนจากในเมืองสู่บ้านเกิดชนบท กลับไปใช้ชีวิตเด็กๆ เล่นน้ำ สาดน้ำกันด้วยความสำราญบานใจ

            ความจริงที่มองข้าม คือในช่วงวันสงกรานต์ และช่วงปีใหม่ถ้ามีวันหยุดยาว คือเป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์มากที่สุด ทางราชการต้องรณรงค์ ตั้งเป้าวางมาตรการเพื่อลดยอดอุบัติเหตุ ทั้งประเทศให้มีจำนวนคนตาย คนเจ็บลดลงกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้ผลในระดับหนึ่งเท่านั้น

            ความจริงที่น่ากลัว คือจำนวนคนเจ็บคนตายช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน มากกว่าจำนวนทหารต่างชาติที่ไปเสียชีวิตในสงครามอิรักเสียอีก สิ่งที่สะท้อนใจคือ หลายคนยังกลับไม่ถึงบ้านต้องบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย ลองมาดูจากสถิติที่เกิดขึ้นย้อนหลังของทางราชการ

 

            จากรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พบว่า สถิติอุบัติเหตุจราจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2552-2555 มีแนวโน้มลดลง จากปี 2552 ที่เคยมีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต 4,332 คน และ 373 คน เหลือ 3,320 คน และ 320 คน ในปี 2555 แต่ดูแล้วยอดผู้เสียชีวิตที่ลดลงเพียง 53 คน นับว่ายังไม่น่าพอใจนักยิ่งมาดูสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุต่อไปนี้ยิ่งทำให้เห็นภาพของความประมาทในชีวิตและการผิดศีลข้อ 5 มากที่สุด

            จะเห็นว่า สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุจราจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2554-2555 ยังคงมาจากการดื่มสุรา ถึงร้อยละ 38.8 และ 39.2 ตามลำดับ และยังไม่ได้สรุปว่าผลของการขับรถเร็วที่เป็นสาเหตุรองลงมาเป็นผลมาจากความมึนเมาด้วยหรือไม่ แต่ถ้านำผลรวมของการหยุดยาวทั้งในช่วงปีใหม่และในช่วงสงกรานต์ปี 2554กับ 2555 มาดูจะพบว่า 14 วัน อันตรายนั้นยิ่งกว่าสมรภูมิรบเสียอีก

 

            ยอดอุบัติเหตุในช่วง 14 วัน อันตราย คือช่วงวันเทศกาลปีใหม่ 7 วัน และเทศกาลสงกรานต์อีก 7 วัน ในปี 2554-2555 มีผู้เสียชีวิตถึง 1,284 ราย ยอดผู้บาดเจ็บ จำนวนทั้งสิ้น 13,921 ราย สาเหตุหลักเป็นเพราะน้ำเมา ไม่ว่าจะเป็นเหล้า เบียร์รวมไปถึงเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ ทุกชนิด โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซด์ที่คนขับเมาแล้วขับรถเร็ว ขาดสติสัมปะชัญญะ พุ่งไปชนเสาไฟ ชนรั้วข้างทาง ชนรถยนต์แล่นสวนทางมา ขับตัดหน้ารถยนต์กระชั้นชิดบ้าง ต่างบาดเจ็บ พิการ จบชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย ในวันที่พบปะกันพร้อมหน้าของครอบครัว กลายเป็นวันร่วมกันไปวัดเพื่อจัดงานศพหรือไปโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าไข้แทน

 

----------------------------------------------------

 "อย่ามโน รักแท้มันใหญ่มาก "
ผลงานโดยพระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ 
วางแผงจำหน่ายแล้วที่ ร้านหนังสือชั้นนำดังต่อไปนี้
1.ร้านซีเอ็ดบุ๊ค
http://goo.gl/IG6uUz
2.ร้านนายอินทร์
http://goo.gl/e5JlbF
3.ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
http://goo.gl/iX2fZ3
4. ร้านคิโนะคูนิยะ
http://goo.gl/Xh0uua

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร