“สัมมา อะระหัง” กับการสร้างสันติสุขในใจ นายสัตวแพทย์อนุวัฒน์ ศีตมโนชญ์ กรุงเทพมหานคร

วันที่ 08 กค. พ.ศ.2558

 

“สัมมา อะระหัง” กับการสร้างสันติสุขในใจ
นายสัตวแพทย์อนุวัฒน์ ศีตมโนชญ์ กรุงเทพมหานคร

สัตวแพทย์


    ผมเป็นสัตวแพทย์ ชื่ออนุวัฒน์ ศีตมโนชญ์ เข้าวัดมานาน แต่การปฏิบัติธรรมก็ไม่ได้ก้าวหน้าไปถึงไหน มีอยู่วันหนึ่ง ลูกค้าของผมชื่อคุณเอก เขามาเล่าเรื่องการทำสมาธิให้ผมฟัง เขาบอกว่าตอนนี้เขานั่งสมาธิวันละ ๕ ชั่วโมง ผมจึงถามกลับไปว่า เขานอนตอนไหน เขาตอบว่า นอนเที่ยงคืนแล้วตื่นขึ้นมานั่งสมาธิตอนตี ๒


    เริ่มแรกเขานั่งตอนตี ๕ ก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนมาเป็นตี ๔ ตี ๓ จนมาเป็นตี ๒ ตอนนี้ผลการนั่งสมาธิของเขาดีมาก แล้วเขาไม่รู้สึกเหนื่อยหรือเพลียเลย เขาก็ทำธุรกิจเหมือนกัน ขายของเยอะแยะ งานมากกว่าผมอีก ผมจึงเกิดความสงสัยว่า เขาทำได้อย่างไร เขาเลยสอนเทคนิคให้ผมฟังว่า ท่อง “สัมมา อะระหัง” แล้วนับเลขให้ได้ถึง ๕๐๐ 


    วันนั้นผมลองนั่งสมาธิแล้วภาวนา “สัมมา อะระหัง” เบา ๆ แล้วนับไปเรื่อย ๆ ไม่น่าเชื่อครับ ผมนับตัวเลขไปเรื่อย ๆ จนลืมนับ แต่รู้สึกเบาสบาย นั่งไป ๓ ชั่วโมงรวด รู้สึกปีติมาก ผมไม่เคยนั่งได้ดีขนาดนี้เลย ถ้าอยากนั่งได้ผลดีขนาดนี้ต้องขึ้นไปนั่งที่               สวนพนาวัฒน์ ๗ วัน แต่นี่ผมนั่งพักเดียวได้เลย 


    ผมดีใจมาก กลับมาแนะนำน้องผู้ช่วยที่ร้าน ชื่อจ๋า ลองสอนเขาดู คนนี้หนักเกือบ ๑๐๐ กิโลกรัม สอนเขานั่งสมาธิแล้วภาวนา “สัมมา อะระหัง” แล้วนับตัวเลขไปเรื่อยจนครบ ๕๐๐ ครั้ง ถ้าหากลืมให้กลับไปนับ ๑ ใหม่ ให้ทำแบบนี้ทุกอิริยาบถทั้งวัน พอวันที่ ๒ เจอเขาอีกที ก็เลยถามเขาว่านั่งเป็นอย่างไรบ้าง เขาตอบว่า “หนูไม่รู้เป็นอะไร หนูตัวเบา ๆ เหมือนลอยได้ วันนั้นที่คุณหมอสอนหนู หนูกลับไปนั่ง เริ่มประมาณ ๒ ทุ่มครึ่งพอนั่งแล้วมันว่าง โล่ง เบา สบาย หนูนับไปได้แค่ ๒๐๐ เท่านั้น พอลืมตาขึ้นมาอีกที     ๔ ทุ่มครึ่ง นั่งไป ๒ ชั่วโมงรวด โดยไม่รู้สึกเมื่อยเลย รู้สึกปีติมาก” 


    ผมดีใจที่มีคนทำได้เหมือนผม ก็เลยบอกอีกคนหนึ่ง ชื่อปุ๊ คนนี้เป็นมุสลิม พอสอนเขาไปแล้ว วันรุ่งขึ้นก็ถามเขาว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาบอกว่า “หนูเมื่อยมาก รู้สึกอึดอัดมาก” ผมเลยถามกลับไปว่า “นับตามลมหายใจหรือเปล่า” เขาตอบว่า “ใช่” ผมเลยบอกเขาไปว่า “ไม่ต้องนับตามลมหายใจ ให้ท่องเฉย ๆ” 


    วันที่สองเว้นไปวันหนึ่งเพราะเป็นวันหยุด พอวันที่สามเขารีบมาหาผมตั้งแต่เช้าเลย แล้วบอกผมว่า “เมื่อคืนหนูนั่งและภาวนาไปสักพักหนึ่งก็เงียบนิ่งไปเลย รู้สึกเบา โล่ง สบาย คุณแม่กับพี่สาวเรียกหนู หนูก็ไม่ได้ยินเลย ต้องเรียกตั้งหลายครั้งกว่าหนูจะได้ยิน” ผมฟังแล้วรู้สึกปีติมาก 


    พอได้ ๒ คนแล้ว ผมกลับมาที่ร้านที่อยู่ตรง กม. ๘ แล้วชวนน้อง ๆ ที่ร้านทำตาม       วันแรกไม่มีใครทำเลย ผมจึงตั้งรางวัลว่า ถ้าใครท่องได้ ๕๐๐ ครั้ง จะให้ ๕๐ บาท ปรากฏว่าวันแรกก็มีคนทำได้ และรู้สึกตัวโล่ง เบา สบาย โดยมีคนทำได้ ๒ คน ชื่อ       บัวกับลี พอทำได้เขารู้สึกมีความสุขมาก พอให้เงินรางวัล แทนที่เขาจะอยากได้ แต่เขากลับนำเงินนั้นไปหยอดใส่ตู้ทำบุญ ตอนนี้รวมเป็น ๔ คนแล้ว คนอื่น ๆ ก็เริ่มอยากทำ เพราะว่าทำง่าย จากที่ปกติแล้วทุกคนจะบ่นเก่ง แต่พอภาวนา “สัมมา อะระหัง” แล้ว ทุกคนก็เงียบ ไม่มีเสียงบ่น เสียงโวยวาย เสียงทะเลาะเบาะแว้งกันเลย ตอนนี้คนที่มีประสบการณ์ภายในเพิ่มขึ้นเป็น ๑๕ คน จากพนักงานทั้งหมด ๒๐ กว่าคน 


    ตอนนี้บรรยากาศในร้านไม่มียักษ์แล้ว มีแต่นางฟ้า เพราะธรรมดาจะมีคนดุ        ลูกค้าบ้าง ทำหน้ายักษ์ใส่ลูกค้าบ้าง หรือทำรุนแรงกับสุนัขที่ลูกค้าพามาบ้าง แต่ตอนนี้ ไม่เป็นกันอีกแล้ว อีกทั้งทุกคนยังพูดจาไพเราะ จนทำให้ลูกค้าซื้อขนมมาฝาก มีทิปให้ทุกวัน เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่า เราเป็นฆราวาส ทำงาน ๒๔ ชั่วโมง ก็สามารถบรรลุธรรมได้ อย่างที่หลวงพ่อเคยบอกไว้ว่า ไม่ให้เราเอาลมหายใจทิ้งไปฟรี ๆ แต่ให้เราอยู่กับธรรมะ ผมใช้เทคนิคเพิ่มการนับตัวเลขเข้าไปในการภาวนา “สัมมา อะระหัง ๑, สัมมา อะระหัง ๒...” ถ้าเราเผลอลืมไปก็ให้กลับไปนับ ๑ ใหม่ ไม่ได้สำคัญที่ตัวเลข แต่ตัวเลขจะบ่งบอกว่า    ใจเราหลุดไปไกลแค่ไหน แล้วเรากลับมาได้บ่อยแค่ไหน ถ้าทุกคนได้ทำวิธีนี้กัน ผมคิดว่าสิ่งที่หลวงพ่อบอกไว้ว่าสันติสุขจะเกิดขึ้นนั้น สามารถเกิดขึ้นได้จริง ๆ ครับ