เราเกิดมาทำไม ?

วันที่ 22 กค. พ.ศ.2558

 

เราเกิดมาทำไม ?

 

เคยมีคำถามในใจไหม..ว่า..เราเกิดมาทำไม!? ตายแล้วไปไหน?
ตายแล้วสูญจริงหรือไม่? เราเลือกเกิดไม่ได้จริงหรือ?

             ตรงนี้ต้องบอกว่าเราเกิดมาสร้างบารมี เกิดมาเพื่อทำความดี สั่งสมบุญกุศล เพราะวงจรชีวิตของเราไม่ได้จบอยู่แค่ หลังความตายนะ ตายปั๊บยังไม่จบนะ ไปเผาไปฝังก็ยังไม่จบ ยังต้องมีการเวียนว่ายตายเกิดอีก ซึ่งเรื่องนี้ เขาพิสูจน์กันไปเรียบร้อยแล้วอย่างที่เคยเล่าให้ฟังเรื่อง คุณหมอ เอียน สตี วิลสัน ทำวิจัยอยู่ 47 ปี เจอกรณีคนที่ระลึกชาติได้ ที่พิสูจน์แล้ว มีกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียด ลงในวารสารวิชาการทางวิทยาศาสตร์ รวมพิมพ์เป็นเล่มด้วย ถึง สองร้อยกว่าเล่ม เจออยู่ 3000 กว่าราย จนเขา  ซตพ. ซึ่งต้องพิสูจน์ ยอมรับกันไปทั่วโลกแล้วว่า เวียนว่ายตายเกิดมีจริง!!!


                  นิตยสาร NEWSWEEK ฉบับวันที่ 8 ตุลา 2555 เอาขึ้นหน้าปกอีกเรื่องหนึ่ง HEAVEN IS REAL ซึ่งแปลว่า สวรรค์มีจริง เป็นประสบการณ์คุณหมอท่านหนึ่ง เป็นศัลยกรรมทางสมองนะ neurosurgeon    แล้วก็ไม่เคยเชื่อเลยเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด เวลามีคนมาเล่าว่ามีประสบการณ์คนที่ใกล้ตาย หรือว่าบางทีตายใส่โลงไปแล้ว อยู่ๆ เคาะโลงตื่นมาแล้วเล่าว่าไปเจอนั่นเจอนี่ เขาจะปฏิเสธเลยว่าไม่จริง เป็นเพราะว่ามีเลือดเลี้ยงสมองน้อย ทำให้สมองทำงานผิดปกติ เลยเห็นภาพหลอนไปเอง อธิบายตามหลักทางการแพทย์ที่ตัวเองศึกษามา
                 แต่มาเจอดีเพราะว่าตัวเองมาเจอประสบการณ์กับตัวเองว่าเช้าวันหนึ่ง เมื่อปี 2551 นี่เองประมาณเดือนตุลา พฤศจิกา นี่แหละ แล้วก็อยู่ๆ ตื่นเช้ามาปั้บ มึนแล้วก็วูบไปเลย ส่งโรงพยาบาลด่วนปรากฏว่า เชื้ออีโคไลน์ มันกินเข้ามาในไขสันหลัง แล้วไปกินสมองส่วนหน้าเนี่ย โครงหน้า ที่ทำหน้าที่ควบคุมความจำ ความคิดต่างๆ แล้วสมองเขาหยุดทำงาน เส้นกราฟคลื่นสมอง ราบเรียบ แน่นิ่งเลย
 แต่ระหว่างนั้นเขายังไปเจออะไรเยอะแยะ มีประสบการณ์เหมือนถอดตัวตนออกจากร่าง แล้วไปเจอนั่นเจอนี่ เขาใช้คำว่า inner self  แปลว่าตัวตนภายใน เขาบอกตอนที่คลื่นสมองเขาราบเรียบ มีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ทางการแพทย์ ตรวจการทำงานสมองอย่างใกล้ชิดตลอด 7 วัน แล้วเขาไปรับรู้รับทราบเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร มันต้องไม่ใช่สมองรับรู้แน่ แต่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ใช่สมอง โอ้ เป็นกรณีพิเศษมาก เพราะคนที่เล่าคือคนที่ไม่เคยเชื่อ แล้วเป็นแพทย์ด้วย แล้วเรื่องของเขามีหลักฐานทางการแพทย์ รองรับหมดว่าสมองเขาหยุดทำงานจริงๆ แต่เขาไปเจออะไรเยอะแยะมากมาย มันต้องเป็นการรับรู้รับทราบโดยไม่ใช่สมอง เขาบอกนี่จุดเปลี่ยนชีวิตเขามาถึงวันนี้ เพราะประสบการณ์ที่เจอมากับตัวเอง นี่เล่าย่อๆ อย่างนี้นะ
                เอาเป็นว่าเรื่องราวในโลกยุคปัจจุบันที่มีการสื่อสารกันทั่วถึงปั๊บเนี่ยเราเจอประจักษ์พยานมากขึ้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆว่า

 "ตายแล้วไม่สูญ!!!"
"ชีวิตหลังความตายมีจริง!!!"
"บุญบาปมีจริง!!!"

            เราจะไปเกิดยังไงก็อยู่ที่บุญบาปที่เราสร้างไว้นี่แหละ ฉะนั้นถ้าเกิดถามว่าเราเกิดมาทำไม ก็ต้องตอบว่าเราเกิดมาทำความดี เกิดมาสร้างบารมี  เหมือนถ้าเกิดเราถาม คนว่าคุณมีวันนี้ทำไม ถ้ารู้ว่าเขาต้องอยู่ยาวๆอีกหลายๆวันไม่ได้จบแค่วันนี้ นอนแล้วไม่ได้ตายไปเลยนะ 

           ถ้ามีพรุ่งนี้อีกก็ต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อที่ว่าจะเป็นฐานที่ดี ของวันพรุ่งนี้ต่อไป เมื่อชาตินี้ยังไม่จบ เหมือนแค่วันวันเดียวเท่านั้นเอง เดี๋ยวต้องมีชาติหน้าอีก เราก็ต้องทำชาตินี้ให้ดีที่สุด เพื่อที่ว่าจะได้เป็นบุญเป็นกุศล ที่หนุนส่งให้เราเองชาติหน้า ประสบความสุขความสำเร็จ ยิ่งๆ ขึ้นไปจนกว่าเมื่อไหร่บุญจะเต็มที่ ขจัดกิเลสได้หมด แล้วเข้าพระนิพพาน เจริญพร

 

 

 

พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ(M.D. Ph.D.)
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

 

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร