การขยายปฏิภาคนิมิต

วันที่ 23 กค. พ.ศ.2558

 

การขยายปฏิภาคนิมิต

            เมื่อรักษาปฏิภาคนิมิตไว้ได้เป็นอย่างดีแล้ว จากนั้นก็ควรขยายปฏิภาคนิมิตนี้ให้ค่อยๆ กว้างใหญ่ขึ้นไปๆ ทีละน้อย จนแผ่ตลอดไปถึงขอบจักรวาล เพื่อเป็นการอบรมสมาธิให้มีกำลังแก่กล้ายิ่งๆ ขึ้นไป สำหรับอุคคหนิมิตนั้นไม่ควรขยาย เพราะการขยายอุคคหนิมิตนั้นไม่ได้รับประโยชน์อันใด กลับจะทำให้สมาธิที่มีกำลังดีอยู่นั้นแล้วเสื่อมถอยลงไป หากจะขยายให้แผ่กว้างออกไปเหมือนกับการขยายปฏิภาคนิมิตก็คงทำได้เช่นกัน แต่จิตใจนั้นอยู่ในอุคคหนิมิตนี้ให้ตลอดทั่วถึงได้ การที่กล่าวว่า ค่อยๆ แผ่กว้างออกไปๆ ทีละเล็กนั้น คือ การขยายปฏิภาคนิมิตที่มีอยู่จากเดิมนั้นออกไปทีละ 1 นิ้ว 2 นิ้ว 4 นิ้ว 8 นิ้ว 1 ศอก 2 ศอก จนถึงรอบบริเวณ สถานที่ แล้วก็ค่อยๆ ขยายให้กว้างใหญ่ออกไปจนถึงหมู่บ้าน ตำบล จังหวัด ประเทศ กระทั่ง ถึงที่สุด จดขอบเขตจักรวาล

            ท่านอุปมาไว้ว่าลูกหงส์ตั้งแต่กาลที่ขนปีกงอกไป มันหัดโผไปทีละน้อยๆ กล้าแข็งเข้าก็บินไปสู่ที่ใกล้พระจันทร์พระอาทิตย์ได้โดยลำดับ ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อกำหนดขนาดแล้วขยายนิมิตไปโดยนัยที่กล่าวแล้วก็ย่อมขยายไปจนเท่าขนาดจักรวาล หรือยิ่งกว่านั้นได้ ทีนี้นิมิตนั้นย่อมปรากฏดุจหนังโคตัวผู้ที่ถูกสับด้วยขอตั้ง 100 แผล เพราะที่สูงๆ ต่ำๆ เป็นแม่น้ำ เป็นหล่มเลน เป็นภูเขาขรุขระแห่งแผ่นดินในที่ๆ ขยายไปๆ

 

            ผู้ได้ปฐมฌานเป็นครั้งแรกเพราะนิมิตนั้นแล้ว พึงเป็นผู้เข้าฌานให้มาก ไม่พึง พิจารณามาก เพราะเมื่อพิจารณามากไป องค์ฌานทั้งหลายจะปรากฏเป็นหยาบและมีกำลังเพลา ทีนี้เพราะปรากฏเสียอย่างนั้นแล้ว องค์ฌานเหล่านั้นก็จะไม่สำเร็จเป็นปัจจัยแห่งความขวนขวายในเบื้องสูงของเธอต่อไป เธอขวนขวายไปในฌานอันไม่คล่องแคล่วในการเข้า ก็กลับจะเสื่อมจากปฐมฌานและไม่อาจบรรลุทุติยฌานได้เสียด้วย เพราะเหตุนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสไว้ว่า

 

“    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม่โคเที่ยวไปตามภูเขา เป็นโคโง่ ไม่ฉลาด ไม่รู้จักเขตที่หากิน ไม่เข้าใจที่จะไปเที่ยวบนเขาอันขรุขระ แม่โคนั้นพึงคิดอย่างนี้ว่า ผิฉะนั้น เราพึงไปยังทิศที่ไม่เคยไป พึงกินหญ้าที่ยังไม่เคยกิน และพึงดื่มน้ำที่ยังไม่เคยดื่ม แม่โคนั้นยันเท้าหน้าก็ไม่ดีเสียแล้ว พึงยกเท้าหลังอีก ก็คงจะไปยังทิศที่ไม่เคยไปไม่ได้ กินหญ้าที่ยังไม่เคยกินไม่ได้ และดื่มน้ำที่ยังไม่เคยดื่มไม่ได้ แม่โคนั้นยืนอยู่ในที่ใดพึงคิดอย่างนี้ว่า ผิฉะนั้นเราพึงไปยังทิศที่ไม่เคยไป พึงกินหญ้าที่ยังไม่เคยกิน แลพึงดื่มน้ำที่ยังไม่เคยดื่ม มันกลับมายังที่นั้นอีกโดยสวัสดีไม่ได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะแม่โคนั้นเที่ยวไปบนภูเขา เป็นคนโง่ ไม่ฉลาดไม่รู้จักเขตที่หากิน ไม่เข้าใจที่จะเที่ยวไปบนภูเขาอันขรุขระ ฉันใด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้เป็นคนโง่ ไม่ฉลาด ไม่รู้จักเขต ไม่เข้าใจเพื่อสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม บรรลุปฐมฌาน มีวิตกวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวกอยู่ เธอไม่เสพโดยมาก ไม่เจริญ ไม่กระทำให้มากซึ่งนิมิตนั้น ไม่อธิษฐานนิมิตนั้นให้ดี เธอย่อมมีความคิดอย่างนี้ว่า ผิฉะนั้น เราพึงบรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่ เธอไม่อาจเพื่อบรรลุทุติยฌาน ฯลฯ

 

เธอย่อมมีความคิดอย่างนี้ว่า ผิฉะนั้น เราพึงสงัดจากกาม สงัดจากอกุศล บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่ เธอย่อมไม่อาจเพื่อสงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ฯลฯ

 

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้เรากล่าวว่า มีชื่อเสียงปรากฏพลาดเสื่อมจากผลทั้งสอง 2 แล้ว เปรียบเหมือนแม่โคเที่ยวไปบนภูเขา เป็นโคโง่ ไม่ฉลาด ไม่รู้จักเขตที่หากิน ไม่เข้าใจที่จะเที่ยวไปบนภูเขาอันขรุขระ ฉันนั้นŽ12)

 

 การขยายปฏิภาคนิมิตนี้ จะขยายในขณะที่สมาธิยังเป็น อุปจารสมาธิ คือ สมาธิที่ใกล้ต่อฌานก็ได้ หรือภายหลังจากที่ได้สำเร็จอัปปนาสมาธิ หรือ ดวงธรรม กายในกายภายในแล้วก็ได้

            บุคคลผู้ฝึกสมาธิ เมื่อมีความประสงค์จะรักษาปฏิภาคนิมิตไว้เป็นอย่างดีนั้น พึงเว้น จากอสัปปายะ อันเป็นสิ่งที่ไม่ควรแก่ภาวนาสมาธิ มี 7 อย่าง คือ อาวาส ที่อยู่ที่อาศัยหลับนอน โคจระ หมู่บ้านที่จะต้องเข้าไปบิณฑบาต ภัสสะ ถ้อยคำ, ปุคคละ บุคคล, โภชนะ อาหาร อุตุ ฤดู, อิริยาบถ การเดิน นั่ง นอน แล้วพึงเสพแต่สัปปายะ อันเป็นสิ่งที่สมควรแก่ภาวนา สมาธิมี 7 อย่างเช่นเดียวกัน เมื่อบุคคลได้ปฏิบัติตามดังที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ บางท่านก็ได้อัปปนาฌาน ในเวลาไม่นานนัก

------------------------------------------------------------------------

12) คาวีสูตร, อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต, มก. เล่ม 37 ข้อ 239 หน้า 835-836.

จากหนังสือ DOUMD 306 สมาธิ 6

 สมถกัมมัฏฐาน 40 วิธี