รตนัตตยคมนปณามคาถา

วันที่ 01 กค. พ.ศ.2560

รตนัตตยคมนปณามคาถา

 

พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) , พระผู้ปราบมาร , หลวงพ่อวัดปากน้ำ , วัดปากน้ำภาษีเจริญ , หลวงปู่สด , หลวงพ่อสด , ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย , วิชชาธรรมกาย , ธรรมกาย , ตามรอยพระมงคลเทพมุนี , วิสุทธิวาจา , ประวัติหลวงพ่อสด , ประวัติพระมงคลเทพมุนี , รวมพระธรรมเทศนา หลวงพ่อวัดปากน้ำ ,   สมาธิ , วิปัสสนา , สัมมาอะระหัง , รตนัตตยคมนปณามคาถา

 

(ความนอบน้อมพระรัตนตรัย)
๖ มีนาคม ๒๔๙๒
นโม.....
อิจฺเจตํ รตนตฺตยํ.....

 

ความนอบน้อมพระรัตนตรัย ในอดีตปัจจุบัน อนาคต และถึงเป็นที่พึ่ง โดยย่อ "นโม" แปลว่า นอบน้อม

๑. นอบน้อมด้วยกาย

       ๑.๑ เมื่อมีพระชนม์อยู่

  • ถวายบังคมด้วยเบญจางคประดิษฐ์
  • คอยฟังพระโอวาทานุสาสนีอย่างตั้งใจ
  • ไม่เปล่งวาจารบกวน
  • ไม่นั่งใกล้และเหนือลม จะเป็นที่รำคาญพระนาสิก ไม่นั่งไกลให้ต้องตะเบ็ง ไม่นั่งตรงหรือหลังนักทำให้ต้องหันพระพักตร์มากไป

      ๑.๒ เมื่อเสด็จดับขันธ์แล้ว

                ในเขตเจดีย์ทั้ง ๔ ได้แก่ บริโภคเจดีย์ธาตุเจดีย์ ธรรมเจดีย์ อุทเทสิกเจดีย์

  • ลดร่มลง ห่มลดไหล่
  • ถอดรองเท้า
  • ไม่ส่งเสียงดังและขาดความเคารพ
  • ไม่ทิ้งของสกปรก
  • เมื่อเห็นว่ารกให้ปัดกวาดทำความสะอาด
  • ซ่อมแซมปฏิสังขรณ์

 

๒. นอบน้อมด้วยวาจา

  •  นำเรื่องพระรัตนตรัยไปสรรเสริญอยู่เนืองๆ

 

๓. นอบน้อมด้วยใจ

  •  คิดถึงพระรัตนตรัยอยู่เนืองๆ ไม่ให้ใจไปจรดกับอารมณ์สิ่งอื่นมากนัก หมั่นประคองใจ ให้จรดอยู่กับพระรัตนตรัย

                 คฤหัสถ์ และบรรพชิต ในเวลาทำศาสนกิจทุกครั้ง ต้องนอบน้อมให้ครบถ้วน ถูกพระรัตนตรัยทั้งสามกาล ด้วยการกล่าวคำว่า  "นโม ตสฺส ภควโต"....เพื่อนอบน้อมพระรัตนตรัยในอดีตปัจจุบัน อนาคต

 

ในทางปริยัติ

"รัตน" แปลว่า แก้ว "ตรัย" แปลว่าสาม

"รัตน"  "ตรัย" แปลว่า แก้วสามประการ

"พุทธรัตนะ" แก้ว คือ พระพุทธ

"ธรรมรัตนะ" แก้ว คือ พระธรรม

"สังฆรัตนะ" แก้ว คือ พระสงฆ์

 

ทำไมนำพระรัตนตรัยมาเปรียบด้วยแก้ว

        เพราะแก้ว หรือเพชร ล้วนเป็นวัตถุที่ทำความยินดีให้บังเกิดแก่เจ้าของหรือผู้พบเห็น แสดงว่าเป็นผู้มั่งมี รัตนตรัยก็เป็นที่ยินดีของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเช่นกัน

        ในทางปฏิบัติ พระรัตนตรัยเป็นแก้วจริงๆ ประเสริฐเลิศกว่ารัตนะใดในสามภพ จะเข้าให้ถึงจริง ต้องปฏิบัติให้ถูกวิธี จึงเรียกว่า "ปฏิปตฺติ" แปลว่า ถึงเฉพาะผู้ปฏิบัติ

        การเข้าถึงพระรัตนตรัย ๓ แบบแรก ก็ถูกแต่ยังเข้าไปไม่ถึงแก่น เหมือนเอานิ้วไปจรดเข้าที่กะเทาะ เปลือก และกระพี้เท่านั้น ยังไม่ถูกแก่น ของต้นไม้

        การเข้าถึงพระรัตนตรัย ต้องเอากาย วาจา ใจ ที่ละเอียดจรดเข้าไปให้ถึงแก่นจริงๆ

                        กายสังขาร (ลมหายใจเข้าออก)

                        วจีสังขาร (ความตรึกตรองที่จะพูด)

                        จิตสังขาร (ความปรุงของจิต)

         สามอย่างนี้หยุดเป็นจุดเดียวกันที่ศูนย์กลางกาย จะเข้าถึง "ดวงธรรม" "ดวงธรรม" มีชื่อเรียกต่างๆ กันว่า

  •  ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน
  • พระธรรมดวงแก้ว
  • ปฐมมรรค (ในมูลกัจจาย)

         กาย วาจา ใจ ที่ละเอียดจรดลงที่ศูนย์กลางดวงธรรม หยุดเป็นจุดเดียว เรียก "สังขารสงบ" เช่น เด็กในท้องมารดา อยู่ในที่แคบได้ เพราะสังขารสงบนี้ เทวดา พรหม อรูปพรหมก็เช่นกัน จึงกล่าวว่า "สงบสังขารทั้งหลายเสียได้ นำมาซึ่งความสุข" และเป็นทางทำตนให้เป็นพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะสังฆรัตนะ

         หยุดในกลางดวงธรรม จะเห็นดวงต่างๆ คือ ศีล สมาธิปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ สลับกัน เข้ากายต่างๆ จนถึงพระธรรมกาย

          เมื่อถึงพระธรรมกาย ก็เห็นตัวตนว่า กายมนุษย์ ทิพย์ พรหม อรูปพรหม เป็นกายสมมุติสิ้น ปัจจัยก็ต้องแตกสลาย แต่ธรรมกาย เป็นเที่ยง เป็นสุข เป็นตัว

           ผู้ที่จะเข้าถึงพระรัตนตรัย ต้องเอาใจของตนไปจรดอยู่ที่ศูนย์กลางกายของตนนั้น แล้วทำใจ ให้หยุด หยุดในหยุด หนักเข้าไปทุกทีไม่ให้คลายออกทำไปจนใจไม่คลายออก นี้เป็นทางไปของ พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ และถูกตำราของสัตว์ผู้ไปเกิดมาเกิดด้วย

           "เพชร" หรือ "แก้วมีรัศมี" เป็นแก้วที่มีค่าสูงสุดในโลก ยังสู้แก้วของพระเจ้า จักรพรรดิไม่ได้ แต่ทั้งหมดไม่อาจเทียบค่าได้กับแก้วทั้งสาม คือ "รัตนตรัย" ผู้ใดเข้าถึง ลืมแก้วลืมสวรรค์ในโลกหมดทั้งสิ้น

          "ที่ได้แสดงมาแล้วนี้ เป็นวิธีให้เข้าถึงรัตนะทั้ง ๓ คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะสังฆรัตนะ มีอาการต่างๆ กัน ในเมื่อจับ หลักยังไม่ได้

           ต่อเมื่อจับหลัก คือธรรมกายได้แล้ว จะเห็นว่าไม่ต่างกัน เนื่องเป็นอันเดียวกันแท้ๆ"

 

 

 Total Execution Time: 0.0026887496312459 Mins