ธรรม ๕ ประการ ที่ทำให้พุทธสาวกเคารพพระพุทธองค์อย่างยิ่ง ๕) ทรงสอนวิธีปฏิบัติเพื่อบรรลุอรหัตผล

วันที่ 01 ตค. พ.ศ.2562

ธรรม ๕ ประการ ที่ทำให้พุทธสาวกเคารพพระพุทธองค์อย่างยิ่ง

๕) ทรงสอนวิธีปฏิบัติเพื่อบรรลุอรหัตผล
 

           ด้วยพระทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่เหนือสัตว์โลกทั้งปวง เมื่อพระพุทธองค์ทรงหลุดพ้นแล้ว ก็ทรงปรารถนาจะให้ผู้อื่นหลุดพ้นตามด้วย พระองค์จึงทรงทุ่มเทเวลาพร่ำสอนพุทธสาวกอย่างไม่มีการปิดบัง ไม่มีการหวงวิชชา เฉกเช่นคณาจารย์ทั้งหลายในโลก ดังที่เราท่านทราบกันดีอยู่ และโดยเหตุที่พระพุทธองค์ทรงมีญาณทัสสนะหมดจดเป็นเลิศ จึงทรงหยั่งรู้อินทรีย์(ธรรมที่เป็นใหญ่ในหน้าที่ของตน ๕ ประการ มีศรัทธาเป็นต้น ที่ทำให้ตรัสรู้ได้) และจริต หรือพื้นนิสัยของสาวกแต่ละท่าน และโดยเหตุที่
พระพุทธองค์ทรงมีอธิปัญญารอบรู้หมวดธรรมต่าง ๆ จึงทรงสามารถสอนสาวกเป็นอันมากให้บรรลุอรหัตผล ด้วยการปฏิบัติตามหมวดธรรมต่าง ๆ กันไป ที่พระองค์ทรงชี้แนะให้ แม้เพียงหมวดเดียวก็ตาม


            หมวดธรรมที่พระองค์ทรงชี้แนะให้แก่สาวกนั้นมีเป็นอเนกประการ เป็นต้นว่า สติปัฏฐาน ๔  สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕  พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ วิโมกข์ ๘ ฯลฯ พระผู้มีพระ
ภาคตรัสแก่สกุลุทายิปริพาชกว่า การที่สาวกปฏิบัติตามข้อปฏิบัติที่พระองค์ทรงชี้แนะให้ สาวกเป็นอันมากจึงบรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญา คือ บรรลุอรหัตผลอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญา นี้คือธรรมประการที่ ๕ ซึ่งเป็นเหตุให้สาวกต่างสักการะ เคารพ นับถือ บูชา  และอาศัยพระองค์อยู่

เคารพธรรม ๕ ประการ คือ เคารพในพระพุทธคุณ ๓
 

ท่านผู้อ่านคงจะเห็นแล้วว่า ธรรม ๕ ประการ คือ

๑) อธิศีล
๒) ญาณทัสสนะ

๓) อธิปัญญา

๔) การไขปัญหาอริยสัจ ๔
๕) การสอนวิธีปฏิบัติเพื่อบรรลุอรหัตผล

 

อันเป็นเหตุให้พุทธสาวกทั้งหลายเคารพ สักการะพระพุทธองค์ ก็เท่ากับว่าเคารพในพระพุทธคุณ
โดยย่อ ๓ ประการด้วย คือ

 

การเคารพในญาณทัสสนะและอธิปัญญาของสาวก ก็คือการเคารพในพระปัญญาธิคุณ

การเคารพในอธิศีล ญาณทัสสนะ และอธิปัญญา ก็คือการเคารพในพระบริสุทธิคุณ เพราะอธิศีล ญาณทัสสนะ และอธิปัญญา  เป็นความบริสุทธิ์ทางกาย วาจา ใจของพระองค์ และเป็นเครื่องทำให้เกิดความบริสุทธิ์ด้วย
 

การเคารพในการไขปัญหาอริยสัจ ๔ และการสอนวิธีปฏิบัติเพื่อบรรลุอรหัตผลนั้น เป็นการเคารพใน

พระมหากรุณาธิคุณ

 

สำหรับพวกเราชาวพุทธทั้งหลาย การจะได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความเคารพในพระบรมศาสดา หรือพระพุทธเจ้า จำเป็นต้องจับจ้องมองพระคุณของพระองค์ให้ถูกต้อง ตามกรอบของพระพุทธคุณ ๓ จึงจะช่วยให้สามารถปฏิบัติตนได้ถูกต้องตามจุดมุ่งหมายของความเคารพพระพุทธเจ้า คือ


๑) เพื่อมีปัญญารู้แจ้งเห็นแจ้งในโลก ตลอดจนการเห็นอริยสัจ ๔ อันเป็นวิธีการนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายสูงสุด ของการได้มาเกิดเป็นมนุษย์
 

๒) เพื่อจะได้สามารถพัฒนากาย วาจา ใจของตนให้มีความ บริสุทธิ์ที่สุด
 

๓) เพื่อพัฒนาความกรุณาให้ยิ่งใหญ่ตามพระองค์ ตั้งใจบำเพ็ญตนเป็นกัลยาณมิตรให้แก่ชาวโลก โดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก  คือ ตั้งใจแสดงธรรมที่ตนปฏิบัติได้ให้เขาเข้าใจ และเป็นพี่เลี้ยงคอยให้กำลังใจ และแก้ไขข้อบกพร่องให้ขณะเขาปฏิบัติธรรม
 

        ถ้าจับจ้องมองพระพุทธคุณอย่างตื้นเขิน ไม่ตระหนักใส่ใจเท่าที่ควร ก็คงจะเป็นประเภทเดียวกับสกุลุทายิปริพาชกนั่นเอง แต่นั่นก็ยังนับว่าดี เพราะถึงแม้ปริพาชกนี้จะนับถือลัทธิศาสนาต่างจากชาวพุทธ แต่ก็ยังสามารถจับดีพระพุทธองค์ได้ถึง ๕ ประการ แต่เมื่อได้ทราบพระพุทธคุณอย่างลึกซึ้งจากพระพุทธองค์แล้ว ก็ได้เปลี่ยนมาเคารพนับถือพระพุทธศาสนา ถึงยังไม่อาจบรรลุมรรคผลนิพพานได้ในชาตินี้  แต่ก็เป็นอุปนิสัยให้บรรลุได้ในภพเบื้องหน้า เมื่อปริพาชกนี้เกิดอีกในสมัยของพระเจ้าธรรมาโศกราช เมื่อเจริญวัยได้บวชในพระศาสนาครั้นบวชแล้วได้บรรลุพระอรหัต มีชื่อว่าพระอัสสคุตตเถระ เป็นผู้เลิศแห่งภิกษุผู้เป็นเมตตาวิหารี
 

         แต่ที่น่าเสียดายคือ ผู้ที่เป็นพุทธศาสนิกโดยตรง หากมองพุทธคุณอย่างตื้นเขินเพราะความไม่ตระหนักใส่ใจในการศึกษาปฏิบัติในคำสอนเท่าที่ควร ถ้าเป็นเช่นนั้น มิช้ามินาน ความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธเจ้า เเละพระพุทธศาสนาก็ย่อมจะเสื่อมลงเรื่อยๆ


          ซ้ำร้ายหากยุคใดได้ผู้ปกครองรัฐที่ไร้ปัญญาและไม่มีความศรัทธาความเคารพในพระพุทธเจ้าผู้เป็นพระศาสดาของตน เมื่อถึงเวลานั้นก็เป็นอันฟันธงได้ว่า พระพุทธศาสนาจะสูญสิ้นไปจากประเทศไทย เช่นเดียวกับหลายประเทศที่พระพุทธศาสนาเคยเจริญรุ่งเรือง แต่บัดนี้ความเจริญรุ่งเรืองนั้นได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว
 

เมื่อนั้นคนไทยเเละลูกหลานไทยก็จะไร้ที่พึ่งทางจิตใจ คราใดที่มีทุกข์ก็จะหันไปนับถือลูกกรอก กุมารทอง นางกวัก ปลัดขิก หรือหันไปกราบไหว้บูชาเจ้าป่า ผีสางนางไม้ จิ้งจก ๒ หาง สุนัข ๕ ขา สุกร ๒ หัว ฯลฯ เพื่อยึดเป็นที่พึ่ง เป็นการเพิ่มพูนอวิชชาและกิเลส  ให้แก่ตนโดยไม่รู้เท่าทัน ก็จะเป็นการปิดประตูสวรรค์จนสนิท และเปิดประตูนรกให้กว้างขวางยิ่งขึ้น สำหรับตน

" หากพุทธศาสนิกชนมองพระพุทธคุณ
อย่างตื้นเขิน ความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธเจ้า
และพระพุทธศาสนา
ย่อมเสื่อมถอยลงจนหมดสิ้นไป
เมื่อนั้น ผู้คนจะไร้ที่พึ่งทางใจ
ยึดถือสิ่งที่ไม่ใช่พระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง
อวิชชาและกิเลสย่อมพอกพูน
ปิดประตูสวรรค์ เปิดประตูนรกสำหรับตน "         

จากหนังสือ ที่สุดแห่งธรรม ถึงได้ด้วยความเคารพ1
โดยคุณครูไม่เล็ก