ในวัด นอกวัด

วันที่ 13 พย. พ.ศ.2568

ในวัด นอกวัด

 

13-11-68_b30%281%29.jpg

 

ชีวิตในวัดไม่สนุก แต่ว่าสบาย ถ้าอยู่ทางโลกจะไม่สบาย แต่ว่าสนุก

 

                ที่ว่าชีวิตในวัดสบาย คือ สบายใจ ไม่ต้องถูกกดดันจากเรื่องโลก ๆ หลายคนเข้ามาอยู่ในวัดแล้ว บอกว่างานเยอะ กดดัน อาจารย์เข้าใจว่ามีอยู่ที่เป็นแบบนั้น แต่งานที่เราเยอะแบบในวัด ก็ยังไม่กดดันเท่า งานเยอะแบบทางโลก เพราะทางโลกเขาบังคับให้เราต้องทำ ไม่ทำไม่มีกิน งานเยอะแบบในวัดเป็นอีกแบบ คือ ทำไม่ไหวก็ยังลาไปนั่งสมาธิได้ เสร็จงานแล้วขอพักสักช่วงยังพอมีได้ แต่ถ้าเป็นทางโลกหมดสิทธิ์

 

                      ถ้าเราเลือกความสนุกแบบทางโลก ก็ไปโดนพญามารเขาจับใส่ครกแล้วโขลกเอา คือ ในความสนุก แบบโลก ๆ มักจะมีทุกข์เจือปนอยู่เสมอ ถ้าเราออกไปแต่งงาน ตอนรักกัน อะไรก็ดีหมด อาจารย์จะยก เอาประสบการณ์ชีวิตของอาจารย์เองมาเล่าให้ฟัง ตอนอายุน้อย ๆ อาจารย์ก็ดื้อกับพ่อแม่เหมือนกัน ตอน จะแต่งงานพาคู่ชีวิตมาทำาความรู้จักกับคุณพ่อ ตอนนั้นคุณพ่ออาจารย์บอกว่า

 

                      “อยู่ด้วยกันกับเขาไม่ได้หรอก นิสัยไม่เหมือนกัน ลูกชอบทำทาน ชอบตักบาตร ส่วนแฟนลูกเขา ไม่ชอบ”

 

                      แต่อาจารย์คิดว่าความคิดของตัวอาจารย์ถูก แต่งงานวันเดียวก็ร้องไห้แล้ว มีปัญหาเกิดขึ้นในใจ เพราะว่าเราไม่ได้อยู่กับเขาคนเดียว ต้องอยู่กับน้อง กับพ่อแม่ของสามีด้วย มีอะไรก็ต้องแบ่งเขา เดิม เป็นลูกสาวคนเดียว มีชีวิตที่สะดวกสบาย จะกินอะไรก็ไม่ต้องมาแบ่งกับใคร มีเงินก็ไม่ต้องแบ่ง ความทุกข์ของชีวิตการแต่งงานเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรก แล้วก็ต้องค่อย ๆ แก้ไขไปตลอดชีวิตเลย อยู่คนเดียว แก้ปัญหาของเราคนเดียว อยู่กับสามีก็ต้องแก้ปัญหากับสามี แล้วก็พ่วงไปหาพ่อแม่ของสามี ต่อมามีลูก ก็มาแก้ปัญหาให้ลูกอีก

 

                      อีกอย่างถ้าอยู่ข้างนอก การทำปาณาติบาตก็เกิดขึ้นได้ง่าย คนทั่วไปบี้มด ตบยุง เหยียบแมลงสาบ เป็นกิจวัตรเพราะความไม่รู้ แค่นี้วิบากกรรมก็เกิดขึ้นกับตัวเราแล้ว แต่ถ้าอยู่ในวัด เราก็ได้เรียนรู้สิ่งที่ ถูกต้อง รู้จักกฎแห่งกรรม ไม่พลาดไปทำปาณาติบาต

 

                     จะเห็นว่าชีวิตการแต่งงานกับการอยู่วัดแตกต่างกันมาก ชีวิตการแต่งงาน เข้ามาต้องเผชิญกับเสียง บ่นพึมพำ อะไรต่าง ๆ มากมาย ชีวิตอยู่ในวัด เช้ามาตื่นมาชวนกันไปทานข้าวอย่างเบิกบาน มอบวาจาสดใสให้แก่กัน แบบนี้เราจะวิ่งไปหาความทุกข์ทำไม สังเกตคนที่อยู่ในวัดหน้าตาสดใสกันนะ เคยไปเดินตลาดแล้วเห็นคนขายปลาที่ทุบหัวปลาทุบทุกวัน หน้าตาเขามืด ดำ ผิวคล้ำ ไม่สดใส ไม่มีราคีแต่พอมองคนวัดทำไมหน้าตาสวย สดใสจัง เป็นเพราะใจสบายนี่แหละ

 

                     ไม่มีใครแน่นอนกับเรา เพราะเราเคยทำกับเขามาก่อนในอดีตชาติ แต่เราเองมองไม่เห็น จำไม่ได้ฉะนั้นเราต้องกลัววิบากกรรมของเรา ดังที่เห็นใน case study ที่หลวงพ่อธัมมชโยท่านเมตตานำมาเล่าให้ฟัง ดูกรรมของแต่ละรายที่ออกมา ยิ่งใครที่เกิดเป็นผู้หญิงรู้ตัวไว้เลย ล้วนแต่เป็นกรรมเจ้าชู้ในอดีตทั้งนั้นเลยทำให้ชาตินี้ต้องมาเกิดเป็นผู้หญิง ยิ่งเรากลัววิบากกรรม เราต้องรีบเข้าวัด สร้างบารมี สะสมความดีอยู่ห่างจากคนพาล ทำแบบนี้จึงจะรอดในสังสารวัฏอันยาวไกลนี้

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.00048826535542806 Mins