
ตัวอาจารย์ก็ฝึกอยู่พี่เลี้ยที่มาดูแลเราเขาก็ฝึกอยู่แม้พระอาจารย์ที่ท่านสละเวลามาอบรมให้ท่านก็ฝึกอยู่ ทุกคนยังไม่หมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ ดังนั้นอย่าไปจับผิด ความผิดของเราก็มีให้จับจนไม่หมดอยู่แล้ว ถ้าเราไปจับผิดคนอื่น โดยเฉพาะคนที่สูงกว่าเรา เช่น พระภิกษุหรือพี่เลี้ยงที่มาแนะนำการปฏิบัติธรรม ใจเราก็ยิ่งเสื่อมจากความดี
เพราะฉะนั้นเราอย่าได้บังอาจเอาตัวเราไปเปรียบเทียบ หรือไปดูข้อบกพร่องของพี่เลี้ยง พี่เลี้ยงคือครูของเรา เขาอุทิศชีวิตสอนเราทุกอย่าง แม้จะเป็นฆราวาสเหมือนกัน อายุต่างจากเราไม่มากหรือบาง ท่านอายุน้อยกว่าเราด้วยซ้ำ แต่ที่พี่เลี้ยงสละเวลามาดูแลเรา แสดงว่าพี่เลี้ยงมีคุณธรรมสูง ถ้าให้พี่เลี้ยงไป ฝึกสมาธิเอง แต่ละท่านก็ได้ความสุขใจเป็นการส่วนตัวไปแล้ว แต่นี่พี่เลี้ยงสละเวลาของแต่ละท่านมาให้พวกเรา ประคับประคองเราตั้งแต่หลับตาจนลืมตา ถ้าเราไม่ให้ความรู้สึกขอบคุณพี่เลี้ยงคือ ไม่ขอบคุณครูนั้นเอง แล้วจะเรียกตัวเองว่ามีความกตัญญูได้อย่างไร
ครูเสียสละให้เราทุกอย่าง เราล่วงเกินครูไม่ได้ เราก็ล่วงเกินพี่เลี้ยงไม่ได้ เราล่วงเกินพระอาจารย์ไม่ได้เพราะมีกฎของสัจธรรมคุมอยู่ ปลูกข้าวก็ได้กินข้าว ปลูกถั่วก็ได้กินถั่ว ถ้าปลูกดอกอุตพิด ก็จะได้คงดอกอุตพิด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราสร้างจะส่งผลทุก ๆ ครั้งในสิ่งที่เราทำ ความพยายามหรือความอดทน แค่ความอดทนนั้นยังไม่พอ ถ้าอยากอยู่วัดพระธรรมกายแล้วเข้าถึงพระธรรมกายได้ ต้องทรหดได้ด้วยทุกรูปแบบ