
นั่งอยู่ในห้องเหมือนกัน เก็บธรรมะที่ได้ไม่เหมือนกัน ถ้าเราอยากเก็บให้ได้มากเราต้องมีส่วนร่วม ในการฟังธรรม หนึ่งวิธีง่าย ๆ คือ ถ้าครูถามให้เราตอบ การตอบเป็นการให้กำลังใจครู และเป็นการปลุกสติ ของเรา ให้ตอบให้ชัด ดัง มั่นใจ ไม่ต้องกลัวผิด ผิดในตอนที่มีครูสอน ดีกว่าไปผิดเองในชีวิตจริง
ทุกครั้งที่เราฟังธรรม ให้ฝึกสติให้อยู่กับตัวเองตลอดเวลาที่ฟังการบรรยาย และให้สรุป ๕ ข้อให้ได้ ทุกครั้งที่เราฟังธรรม
๑. ได้เรียนรู้เรื่องอะไร
ให้จับประเด็นให้ชัดว่าตอนนี้เรากำลังเรียนรู้เรื่องอะไรอยู่ ถ้าเรียนรู้อย่างไม่มีสติจะฟังผ่านจับอะไร ไว้ไม่ได้เลย แต่เสียเวลาในการเรียนเท่ากัน
๒. ประทับใจอะไร
เวลาเราเรียนรู้อะไร เนื้อหาทั้งหมดมี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เรานำไปใช้ได้ไม่หมด และเรามักจะเก็บ เอาสิ่งที่เราประทับใจไปใช้ สมมุติในห้องบรรยายมีคนฟังเนื้อหาเดียวกันอยู่ ๑๐๐ คน ถ้าให้ตอบว่า ประทับใจอะไร แต่ละคนตอบไม่เหมือนกัน เพราะเลือกเก็บไปได้ในแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน
๓. ได้ข้อคิดอะไร
เป็นการฝึกการประมวลผลของเราว่า เนื้อหาที่เราฟังมาเรามีการสรุปรวบยอดเป็นข้อคิดได้อย่างไร การฝึกอย่างนี้จะทำให้ความคิดของเราคมขึ้น เฉียบแหลมขึ้น หากเราขาดตกบกพร่องในเรื่องไหน ครูก็จะ เพิ่มเติมให้เราได้ จะได้นำมาพิจารณา พัฒนา แก้ไขตนเองให้ดีขึ้น
๔. มีอะไรที่เป็นข้อเสียของเรา
ฟังอะไรแล้วต้องไม่จับผิดครู ไม่จับผิดเพื่อน สำหรับการเป็นเจ้าหน้าที่งานพระศาสนาต้องหาให้ได้ ว่าเราต้องพัฒนาเรื่องอะไรต่อไปบ้าง
๕. อยากจะแก้ไขอะไรในตัวเอง
ทุกคนที่นั่งอยู่ ในที่นี้มีกรรมในอดีตและมีที่ติดเป็นนิสัยเราอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นการสร้างบารมีต้อง มีการแก้ไขพัฒนาตัวเองจนกว่าจะหมดกิเลส