งานทดลอง

วันที่ 02 ธค. พ.ศ.2568

งานการบริหาร

 


อนาคตถ้าเราจะต้องปรับบทบาทมาเป็นที่ปรึกษา หรือเราจะใช้คนรุ่นต่อไปทำงาน หลวงพี่จับทางได้ว่า ศูนย์กัลยาณมิตรศูนย์ใหนหรือจังหวัดไหนจะรุ่งหรือจะร่วงนั้น อยู่ที่องค์ประกอบ 3 อย่างด้วยกัน เปรียบแล้วเหมือนกับโต๊ะที่ประกอบด้วย 3 ขาใหญ่ๆ คือ

 

                  1. ผู้นำบุญต้องมีคุณภาพ

 


                  2. สิ่งแวดล้อมต้องเอื้ออำนวยให้เกิดความก้าวหน้า

 


                  3. ต้องมีพระอาจารย์ที่เป็นศูนย์รวมใจ

 


                  ถ้ามี 3 สิ่งนี้ จะสามารถขยายงานได้อย่างแน่นอน ขาดข้อใดข้อหนึ่งขยายได้ไม่เต็มที่

 

 

                 ตอนนั้นหลวงพี่ไปดูงานที่ศูนย์เชียงใหม่ ผลคือ สามารถพัฒนาต่อได้ แต่ที่พิษณุโลกยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งกำลังพยายามหาว่าอ่อนตรงจุดไหน หลวงพี่กำลังคิดและทำอยู่ ว่าจะต้องดำเนินการไปในทิศทางไหนต่อไป สำหรับศูนย์ต่างประเทศ หลวงพี่ก็ใช้หลัก 3 ขาเช่นกัน ถ้าครบสมบูรณ์การพัฒนาก็สามารถทำได้เต็มที่ ความก้าวหน้าตามมาอย่างแน่นอน ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราได้มาจากประสบการณ์ ไม่มีใครสอนพอเราเหนื่อยกับตัวเอง เหนื่อยมากเข้าๆ ก็จะรู้ว่าอะไรคือทางออก

 

 

                 กล่าวถึงพระอาจารย์พรรษาสูงอยู่ธุดงค์รูปหนึ่ง ท่านเก่งมากท่านบวชเป็นรุ่นแรกๆ ก็ว่าได้ หลวงพ่อธัมมชโยให้ท่านไปอยู่ประจำที่ธุดงคสถานล้านนาเพื่อฝึกญาติโยม ภายหลังท่านกลับมาประจำที่วัดหลวงพี่ตรองแล้วว่า เหตุการณ์นี้ยังไม่ครบ 3 ขา เพราะพระอาจารย์เก่งแต่ยังขาดอีก 2 ขา

 

 

                 ภายหลังองค์กรเราขยายใหญ่ขึ้น เกิดการแบ่งขอบเขตงานออกมาชัดเจน เช่น ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ดูแลเรื่อง V-Star, ทางก้าวหน้าส่วนเรื่องการนิมนต์พระมาเป็นเนื้อนาบุญ 30,000 วัด ก็เป็นเรื่องที่สำนักงานวัดรับผิดชอบ เรื่องระดมทุนกับระดมคน ก็เป็นหน้าที่ของแก้วภูธรและนครหลวง องค์กรใหญ่ที่ไหนก็เป็นแบบนี้ อาจเกิดความขัดแย้งจากส่วนกลางกับคนในท้องถิ่น การปกครองแบบนี้ต้องอาศัยความสมัครสมานสามัคคีกันอย่างมาก หากทำให้เกิดการแตกแยกนั้นไม่ใช่แนวทางของวัดและของหลวงพ่อธัมมชโย

 

 

                 เพื่อให้การประสานงานของส่วนกลางกับภูธรสอดคล้องกันหลวงพี่เลยตั้งนโยบายที่ธุดงคสถานล้านนาว่า ควรจะต้องมีอาคารที่เป็นสำนักงาน และมีพื้นที่ในอาคารให้กับแต่ละส่วนงานเข้ามาทำงานและประสานงานให้ชัดเจน หากหน่วยงานไหนมีปัญหาเรื่องใดให้ทำการตกลงกันให้เรียบร้อย งานนี้ส่วนไหนจะเป็นแม่งานให้ส่วนนั้นดูแลให้ครอบคลุม อย่างเช่น งานเกี่ยวกับ V-Star ชมรมพุทธฯ เป็นประธานหากต้องการความช่วยเหลือจากส่วนงานอื่นๆ ให้แจ้งมา, การนิมนต์พระสงฆ์ 30,000 วัด ให้ส่วนงานสำนักงานวัดเป็นประธาน, เรื่องการระดมคน ระดมทุนเป็นงานของวัดใหญ่ แก้วภูธรก็เป็นประธาน ทำอย่างนี้งานทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทุกๆ หน่วยงานจะรู้เท่าทันกันหมด ทำให้การทำงานเป็นทีมเดียวกัน ทุกอย่างอยู่ที่เราจัดการและบริหาร

 

. . . . . . . . . .

 

งานโรงเรียน

 


หลวงพ่อบอกว่าธุดงคสถานล้านนาเป็นธุดงค์นำร่องแห่งแรกของโลกดังนั้นจึงต้องทำเป็นแบบอย่างในการทดลองระบบ เชื่อหรือไม่ว่ามหาธรรมกายเจดีย์เกิดขึ้นครั้งแรกเพื่อเป็นการทดลองที่ธุดงค์ล้านนา

 

 

                 สัดส่วนของมหาธรรมกายเจดีย์ หลวงพ่อท่านเป็นคนออกแบบแล้วนำมาทดลองสร้างที่ธุดงคสถานล้านนาในที่ที่มีการปล่อยโคมลอยแต่ย่อทุกสัดส่วนของมหาธรรมกายเจดีย์ออกมา

 

 

2-12-68_b55%282%29.jpg

 

2-12-68_b56%282%29.jpg

 

                 เช่นเดียวกับงานโรงเรียน หลวงพ่อท่านเคยปรารภว่า เพื่อนต่างศาสนิกเขาเริ่มปลูกฝังความรู้และคุณธรรมตั้งแต่ในวัยเด็ก อย่างที่เขาทำกันในโรงเรียนประจำ ท่านจึงอยากที่จะปลูกฝังให้เด็กๆ มีหัวใจเป็นพุทธศาสนิกชนตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย ซึ่งหลวงพ่อทัตตชีโวท่านก็เห็นพ้องต้องกัน แต่ว่างานบุญของทางวัดเรามีอยู่ตลอดทั้งปีไม่ว่าจะเป็นกฐิน ผ้าป่า หรืองานมาฆบูชา ทำให้เราไม่มีเวลาไปทำงานด้านโรงเรียนอย่างจริงจัง

 

 

                 แล้วความคิดนี้ก็ถูกนำมาทดลองใช้ที่โรงเรียนพิงครัตน์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยทุกวันศุกร์ เด็กนักเรียนระดับอนุบาลและประถมจะช่วยกันจัดงานตักบาตร โดยนิมนต์พระจากวัดใกล้เคียงและพระจากธุดงคสถานล้านนามารับบิณฑบาตในตอนเช้า ทุกคนจะผลัดกันมาเป็นหัวหน้า ทุกคนต่างช่วยเหลือกัน ยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่จัดโดยเด็กๆซึ่งโรงเรียนอื่นๆ น่าเอาเป็นแบบอย่าง

 

 

                 ในทุกวันศุกร์ผู้คนจะแต่งชุดพื้นเมือง รวมทั้งเด็กๆ ด้วย เขาจะมาใส่บาตร อีกทั้งยังนิมนต์พระมาเทศน์ทุกอาทิตย์ และที่นี่ยังเป็นโรงเรียนที่ปลอดยาเสพติด 100 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่ชาวคริสต์ ชาวอิสลาม ก็ยังนำเด็กไปฝากเข้าเรียน ซึ่งท่านผู้อำนวยการได้กล่าวว่า โรงเรียนแห่งนี้สอนตามแนวทางวิถีพุทธ ไม่ว่าเด็กจะนับถือศาสนาใด แต่ทุกคนต้องสามารถสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ สมาทานศีล 5 ได้ กล่าวคำถวายภัตตาหารเป็นสังฆทานได้ ซึ่งเป็นสิ่งพื้นฐานของวิถีพุทธ

 


                  นี่คืองานทดลองงานโรงเรียน

. . . . . . . . . .

 

งานสถานพยาบาล


หลวงพ่อท่านปรารภอยากจะสร้างโรงพยาบาลที่รักษาทั้งกายและใจโดยมีทีมแพทย์ พยาบาล เภสัชกร รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกคนเป็นอาสาสมัครที่มีใจมุ่งกุศลอยากจะให้ผู้คนหายจากอาการป่วยไข้ ท่านปรารภอยู่นาน ซึ่งต่อมาหลวงพี่ได้เริ่มงานสถานพยาบาล โดยมีหมอมาเป็นอาสาสมัคร หลวงพี่จัดให้รับบุญวันละ 2-3 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้รับผิดชอบหนักมากเกินไป พยาบาลก็เข้ามาเป็นอาสาสมัครเช่นเดียวกัน ภายหลังขยายใหญ่ขึ้น จึงจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำ

 

 

                 หลวงพี่มีแนวคิดว่าจะจัดให้ทุกห้องผู้ป่วยมีลำโพง เพื่อที่จะได้เปิดมงคลชีวิตหรือธรรมะของหลวงพ่อ วันอาทิตย์ใดหลวงพ่อลงนำนั่งสมาธิ คุณหมอ พยาบาล ซึ่งรับบุญอยู่ไม่สามารถไปร่วมพิธีกรรมที่สภาฯ ก็สามารถฟังการถ่ายทอดเสียงได้ ทีมงานต้องได้ฟังเสียงหลวงพ่อเหมือนเข้าร่วมในพิธีไปด้วยแม้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็ตาม

 

 

                 ในด้านของคนไข้ถ้าหากหลวงพ่อไม่ได้ลงนำนั่งสมาธิก็จะเปิดเทปธรรมะให้ฟัง หลวงพี่เตรียมเครื่องไม้เครื่องมือให้พร้อม ตาม Concept ต้องเป็นแบบนี้

. . . . . . . . . .

 

งานสหกรณ์


ในช่วงปี พ.ศ. 2522-2523 ซึ่งเศรษฐกิจไทยตกต่ำมาก หลวงพ่อให้นโยบายว่า ถ้าหากรัฐบาลปรับค่าแรงขั้นต่ำจาก 22 บาทต่อวัน เป็น 25 บาท ซึ่งปรับขึ้น 3 บาท วัดก็ต้องปรับให้คนของเรา 3 บาทด้วยคือจากเดิม 25 บาทต่อวันเป็น 28 บาทเพิ่มตามอัตรา ผลสรุปคือรัฐบาลไม่ได้ปรับขึ้นค่าแรง แต่ราคาข้าวของแพงขึ้น ซึ่งมีผลต่อคนงานของเรา หลวงพี่จึงได้เริ่มงานสหกรณ์ขึ้น

 

 

                 หลวงพี่ดูแลกลุ่มคนงานก่อสร้างนี้มาตลอด โดยทุ่มทั้งกายและใจทั้งเทศน์ นำนั่งสมาธิ ฝึกเขาทุกสิ่งทุกอย่าง กว่าจะสร้างทีมขึ้นมาได้ถ้าเขาย้ายไปทำงานโรงงานที่มีค่าแรงที่ดีกว่า งานสบายกว่า งานของพระพุทธศาสนาก็จะสูญเสียกำลังคนที่มีคุณภาพไป ด้วยข้อจำกัดที่หลวงพี่ไม่สามารถเพิ่มค่าจ้างให้พวกเขาได้ หลวงพี่จึงต้องช่วยให้เขามีรายจ่ายน้อยลง โดยการจัดตั้งร้านค้าสหกรณ์ขึ้นบริเวณหัวมุมของสโตร์ห้องเก็บของ

 

 

                 หลวงพี่สั่งซื้อสินค้าพื้นฐานที่พวกเขาต้องใช้ประจำ เช่น น้ำปลาน้ำส้ม น้ำตาล ข้าวสาร สบู่ ยาสีฟัน ขายโดยเอากำไรน้อยที่สุด เพียงเพื่อให้สามารถจ่ายค่าจ้างพนักงานบัญชีที่ดูแลร้านได้เท่านั้น

 

 

                 ร้านค้าจะเปิดขายเฉพาะช่วงพักกลางวัน ปิดบ่ายโมงและจะเปิดอีกทีช่วงเย็นหลังเลิกงานประมาณ 5 โมงครึ่งถึง 6 โมงครึ่ง เปิดขายเฉพาะคนงานวัดพระธรรมกายเท่านั้น หมู่ญาติของคนงานหากต้องการซื้อสินค้าต้องฝากคนงานซื้อเท่านั้น ที่ต้องมีกฎระเบียบเช่นนี้ทำให้การได้เป็นคนงานของวัดพระธรรมกายเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจ เพราะได้ซื้อของให้ ลุง ป้า น้า อา ในราคาที่ถูก บางรายฝากซื้อข้าวสารเป็นกระสอบพอสั่งให้เขามาส่งก็ไม่ต้องแวะมาส่งที่วัด แต่ให้ไปส่งที่บ้านเขาเลย

 

 

                 แม้มีการขยายร้านค้า นโยบายยังคงเป็นเหมือนเดิม จนกระทั่งเติบโตมีฝ่ายที่ดูแลชัดเจนจึงเริ่มจัดตั้งเป็นสหกรณ์ขึ้น ซึ่งต่อมาภายหลังรูปแบบและนโยบายเปลี่ยนไปผิดไปจากเดิมที่หลวงพี่วางไว้คือนโยบายเดิมเป็นไปเพื่อรักษาคนงานที่ดีที่มีคุณภาพไว้ เพราะการสร้างคนงานดีๆ ต้องใช้เวลานานในการพัฒนาฝีมือ จึงควรที่จะต้องรักษาไว้ แต่พอภายหลังนโยบายเปลี่ยนไปหลวงพี่จึงถอยออกมา แต่เมื่อใดที่นึกถึงในช่วงเริ่มตั้งร้านค้าก็ยังคงภูมิใจที่แม่ไม่สามารถเพิ่มเงินค่าแรงให้กับพวกเขา แต่ก็ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายให้พวกเขาได้

. . . . . . . . . .

 

งานประยุกต์


ปั๊มน้ำมันก็เป็นอีกงานหนึ่งที่เราเคยทดลองทำ ราคาน้ำมันที่ปั๊มของเราจะถูกกว่าภายนอกลิตรละ 6 สลึง มีญาติโยมมาขอใช้บริการมากมายแต่ก็สงวนสิทธิ์ไว้เฉพาะเจ้าหน้าที่ภายในองค์กร แต่หลวงพ่อทัตตชีโวท่านมองการณ์ใกล ท่านจึงสั่งให้เลิก เพราะกลัวคนเอาไฟมาระเบิดปั๊มน้ำมัน

 

 

                 ปัจจุบันนี้คงเหลือเฉพาะที่ใช้ในงานสนาม ซึ่งติดต่อขอซื้อโดยตรงจาก ปตท. นำมาเก็บไว้ในแท็งก์ของเรา ทำให้รถน้ำ รถ 10 ล้อ รถแทรกเตอร์ ไม่ต้องไปซื้อน้ำมันจากข้างนอก เพราะในแต่ละวันเราใช้น้ำมันเป็นหมื่นลิตร

. . . . . . . . . .

 

เมื่อปี พ.ศ. 2552 เหล็กและสเตนเลสปรับขึ้นราคา จากกิโลกรัมละ12บาท ขึ้นมาเป็น 18-20 บาท หลวงพี่จึงสั่งให้คนงานตัดต้นไผ่ แล้วให้
นำไปแช่น้ำไว้ พื้นถนนที่ไม่ใช่เส้นทางหลัก หลวงพี่จะทำเป็นคอนกรีตเสริมไม่ไผ่ เช่นเดียวกับพื้นถนนรถยนต์ที่ธุดงคสถานล้านนาหลวงพี่ก็
ทำลักษณะนี้ เหตุการณ์เหล็กขึ้นราคาจึงไม่ใช่ปัญหา

 

 

                 บริเวณสระน้ำที่เรือนไม้ตาลอายุ 20 กว่าปี หลวงพี่เสริมด้วยไม้ไผ่ตอนนี้จะฝังท่อระบบบำบัด จึงต้องสะกัดพื้นปูนลงไป ไม่ไผ่สีเขียวสดสภาพยังดีมาก ไม่มีสนิมเกิดเหมือนเช่นเหล็ก น้ำใต้ดินซึมขึ้นมาได้ยากช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก หลวงพี่ทำเช่นนี้ทั้ง 3 สระ พอมีโครงการอบรมพระธรรมทายาทรุ่นแสนรูป หลวงพี่จึงให้ผู้รับผิดชอบไปศึกษาดูระบบการก่อสร้างที่ธุดงค์ล้านนาเพื่อประหยัดงบประมาณ
ที่สุด เพราะสถานที่อบรมที่สร้างเป็นคอนกรีตจะสิ้นเปลืองงบประมาณมาก

. . . . . . . . . .

 

พื้นที่นั่งในเต็นท์ที่ใช้อบรม ตอนเริ่มปรับพื้นที่ตอนแรก ตั้งใจว่าจะไม่เทคอนกรีต แต่จะเทปูนทรายเท่านั้น ซึ่งต้องใส่ตะแกรงเหล็กราคาตารางเมตรละ 30-40 บาท แม้จะไม่เทคอนกรีตแล้วมาใช้ปูนทรายเทแทน ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องใช้งบประมาณมาก เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้หลวงพี่จึงปรับพื้นให้เรียบ เอาทรายลงหนา 5 ซม. แล้วเอาแผ่นพลาสติกสีดำปูทับ แล้วเอาซาแลนปูทับเป็นขั้นตอนสุดท้าย ทำให้สามารถนั่งได้นุ่มสบายน้ำไม่ซึม ซึ่งหากเลิกใช้สถานที่แล้ว วัสดุก่อสร้าง อาทิ ทรายพลาสติก และเชือก ทุกอย่างล้วนรื้อถอนนำมาใช้ต่อได้หมด ไม่มีเหลือเสียของ

. . . . . . . . . .

 

สปอตไลต์หลวงพี่ก็ต้องหาทางนำมาประยุกต์ ตัวโคมสปอตไลต์จะมีหลอดไส้ชุดหนึ่ง ราคา 4,000 บาท ก็ประยุกต์ทำตัวโคมใหม่ โดยเอากะละมังอะลูมิเนียมใบใหม่ซึ่งมีความมันเงา มาเจาะรูตรงกลางทำเป็นตัวโคม แล้วเอาหลอดไฟสปอตไลต์เสียบเข้าไปก็สามารถใช้ทดแทนกันได้

. . . . . . . . . .

 

ส่วนหลังคาที่จะช่วยกันแดดกันฝนนั้นก็นำเอาซาแลนมาคลุม ทำให้ลมพัดผ่านเข้าออกได้สะดวก อากาศก็เย็นสบาย หากฝนตกก็เอาพลาสติกไปคลุมทับอีกชั้น แม้จะทำให้ร้อนขึ้นมาอีกเล็กน้อยแต่ก็กันฝนได้ แต่ถ้าไม่กลัวฝน คลุมด้วยซาแลนอย่างเดียวก็จะเย็นสบาย และใช้งบประมาณไม่มาก

. . . . . . . . . .

 

ในส่วนของห้องน้ำหลวงพี่ก็ทำเป็นบล็อกๆ วางระบบบำบัดพร้อมลานอาบน้ำ ทำเสริมขึ้นมา ล้อมด้วยไม้ไผ่ และเอาโอ่งมาตั้งในลานอาบน้ำหลวงพี่บอกพระอาจารย์ที่ดูแลรับผิดชอบให้ทำกันอย่างนี้ เพราะคำนึงถึงความประหยัดสูงสุด

. . . . . . . . . .

 

เมื่อถามความเห็นหลวงพี่ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล สหกรณ์ โรงเรียนปั๊มน้ำมัน พื้นสานไม้ไผ่ และสถานที่อบรม ที่เกิดขึ้นมาได้เพราะว่าหลวงพ่อธัมมชโยท่านให้นโยบายในการก่อสร้างมาประโยคเดียวว่า"ประหยัดสุด ประโยชน์สูง"

. . . . . . . . . .

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.00070761839548747 Mins